สำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร
Department of Education
การพัฒนาผู้เรียนด้วยระบบดูแลช่วยเหลือ C-WIMUT-SS MODEL
โรงเรียนวัดวิมุตยาราม
กระบวนการพัฒนา

จุดเด่นของนวัตกรรม “การพัฒนาผู้เรียนด้วยระบบดูแลช่วยเหลือ C-WIMUT-SS MODEL” คือการร่วมมือ ร่วมใจ ระหว่าง โรงเรียน ผู้ปกครอง และหน่วยงานเครือข่าย ที่เกี่ยวข้อง ในการส่งเสริมพัฒนา  ป้องกัน และแก้ไขปัญหา เพื่อให้ผู้เรียนมีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ มีภูมิคุ้มกันทางจิตใจที่เข้มแข็ง มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีทักษะ          การดำรงชีวิต และรอดพ้นจากวิกฤตทั้งปวงตามกระบวนการ  ๗ ขั้นตอน ดังนี้

ขั้นตอนที่ ๑ การรู้จักผู้เรียนเป็นรายบุคคล คือ การรู้จักข้อมูลที่จำเป็นเกี่ยวกับตัวผู้เรียน นำข้อมูล              มาวิเคราะห์เพื่อการคัดกรอง ส่งเสริม ป้องกันและแก้ไขปัญหาของผู้เรียนได้อย่างถูกต้อง  โดยครูที่ปรึกษาสังเกต และบันทึกข้อมูลผู้เรียนจากระเบียนสะสมผู้เรียน โดยปรึกษาและร่วมมือกับผู้ปกครอง

ขั้นตอนที่ ๒ การวิเคราะห์ผู้เรียนเป็นรายบุคคลคือการนำข้อมูลที่ได้จากแบบบันทึกข้อมูลการรู้จักผู้เรียนรายบุคคล การประเมินจุดแข็งและจุดอ่อน (Strengths and Difficulties Questionnaire: SDQ) มาวิเคราะห์ข้อมูลสรุปแต่ละด้านก่อนที่จะคัดกรองซ้ำอีก ๑ ครั้ง  โดยวิเคราะห์ผู้เรียนแบ่งตามด้าน ได้แก่ ด้านการเรียน                    ด้านสุขภาพกาย สุขภาพจิต ด้านสังคม ด้านเศรษฐกิจ/ครอบครัว ด้านการคุ้มกันสารเสพติด

ขั้นตอนที่ ๓ การคัดกรองเพื่อจัดกลุ่มตามสภาพปัญหาดังนี้ ๑) กลุ่มปกติ คือ  ผู้เรียนที่ได้รับการวิเคราะห์ข้อมูลต่าง ๆ  ตามเกณฑ์การคัดกรองของโรงเรียนอยู่ในเกณฑ์ของกลุ่มปกติ  ซึ่งควรได้รับการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันและการส่งเสริมพัฒนา ๒) กลุ่มเสี่ยง คือ ผู้เรียนที่อยู่ในเกณฑ์ของกลุ่มเสี่ยงตามเกณฑ์การคัดกรองของโรงเรียน               ซึ่งโรงเรียนต้องให้การป้องกันและแก้ไขตามกรณี ๒) กลุ่มมีปัญหา คือ  ผู้เรียนที่จัดอยู่ในเกณฑ์ ของกลุ่มมีปัญหาตามเกณฑ์การคัดกรองของโรงเรียน ซึ่งโรงเรียนต้องช่วยเหลือและแก้ปัญหาโดยเร่งด่วน

ขั้นตอนที่ ๔ การช่วยเหลือ  ๔.๑) การส่งเสริมและการพัฒนา เป็นการสนับสนุนให้ผู้เรียนทุกคนที่อยู่ในความดูแลของครูที่ปรึกษาไม่ว่าจะเป็นผู้เรียนกลุ่มปกติหรือกลุ่มเสี่ยง/มีปัญหา ให้มีคุณภาพมากขึ้น  โดยการจัดกิจกรรมช่วยเหลือ เช่นการจัดกิจกรรมโฮมรูม/กิจกรรมแนะแนว บ้านทักษะชีวิต การจัดประชุมผู้ปกครองชั้นเรียน เพื่อให้ทราบถึงพฤติกรรมและร่วมกันพัฒนาผู้เรียน  ส่งเสริมความสามารถด้านกีฬา การส่งเสริมความสามารถด้านดนตรีศิลปะ   เน้นสร้างผู้เรียนให้มีภาวะเป็นผู้นำ มีความรับผิดชอบ ด้วยกิจกรรมสภาผู้เรียน ผู้เรียนแกนนำห้องเรียนสู้ฝุ่น           ยุวบรรณารักษ์ เป็นต้น  ๔.๒) การป้องกันและแก้ไขปัญหา ในการดูแลช่วยเหลือผู้เรียน  ครูที่ปรึกษาควรให้ความเอาใจใส่กับผู้เรียนทุกคนเท่าเทียมกัน  แต่สำหรับผู้เรียนกลุ่มเสี่ยง/มีปัญหานั้น จำเป็นอย่างมากที่ต้องดูแลให้ความเอาใจใส่อย่างใกล้ชิดและหาวิธีการช่วยเหลือ  ทั้งการป้องกันและ  การแก้ไขปัญหา โดยไม่ปล่อยปละละเลยผู้เรียนจนกลายเป็นปัญหาของสังคม

ขั้นตอนที่ ๕ การส่งต่อ คือ การป้องกันและแก้ไขปัญหาของผู้เรียนโดยครูที่ปรึกษาตามกระบวนการ            ในข้อ ๔ นั้น  อาจมีบางกรณีที่ปัญหามีความยากต่อการช่วยเหลือ หรือช่วยเหลือแล้วผู้เรียนมีพฤติกรรมไม่ดีขึ้นควรดำเนินการส่งต่อไปยังผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านต่อไป  เพื่อให้ปัญหาของผู้เรียนได้รับการดูแลช่วยเหลืออย่าง               ถูกทางและรวดเร็วขึ้น  หากปล่อยให้เป็นบทบาทหน้าที่ของครูที่ปรึกษาหรือครู-อาจารย์คนใดคนหนึ่งเท่านั้น         ความยุ่งยากของปัญหาอาจมีมากขึ้น หรือลุกลามกลายเป็นปัญหาใหญ่โตจนยากต่อการแก้ไข

ขั้นตอนที่ ๖ การติดตามผล ผู้เกี่ยวข้องต้องมีการติดตามผลการช่วยเหลือ เป็นระยะ (แล้วแต่กรณีของปัญหา) เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหานี้ขึ้นอีก

ขั้นตอนที่ ๗ การรายงานสรุปผล ผู้เกี่ยวข้องมีการรายงานสรุปผลผู้เรียนที่ติดตามช่วยเหลือ


ผลจากการปฏิบัติ

ผลการใช้นวัตกรรม“การพัฒนาผู้เรียนด้วยระบบดูแลช่วยเหลือ C-WIMUT-SS MODEL”ที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน ครู ผู้บริหารสถานศึกษาชุมชน หรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในด้านพฤติกรรม พัฒนาการหรือ การเรียนรู้  มีดังนี้

              ๑. ผู้เรียนทุกคนได้รับการดูแล ช่วยเหลือ พัฒนา และส่งเสริมด้วยกิจกรรมจากทางโรงเรียน ทำให้ผู้เรียนมีความรับผิดชอบ เป็นผู้นำ ผู้ตาม มีวินัย กล้าแสดงออกถึงความสามารถ มีความภูใจในตนเอง และมีความสุข                  ในการมาเรียน

             ๒. ครอบครัวให้ความร่วมมือในการพัฒนาผู้เรียนร่วมครูประจำชั้น และมีความภูมิใจต่อพัฒนาการ            และความสามารถของบุตรหลาน บางครอบครัวได้รับความช่วยเหลือด้านทุนการศึกษา

             ๓. ชุมชนให้ความร่วมมือในการพัฒนาผู้เรียน และร่วมกิจกรรมของโรงเรียน


เอกสารเพิ่มเติม :[ดาวน์โหลดเอกสาร]