สำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร
Department of Education
นิทานคุณธรรมส่งเสริมทักษะการอ่าน และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ สำหรับนักเรียนโรงเรียนวัดลาดพร้าว
โรงเรียนวัดลาดพร้าว
กระบวนการพัฒนา

การดำเนินงานพัฒนานวัตกรรม “นิทานคุณธรรมส่งเสริมทักษะการอ่านและคุณลักษณะอันพึงประสงค์” ของโรงเรียนวัดลาดพร้าว เพื่อรณรงค์ป้องกันบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า ได้นำวงจรคุณภาพ PDCA (Plan-Do-Check-Act) มาใช้ในการบริหารจัดการ เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งมีกระบวนการ ดังนี้

1. P : Planning   การวางแผน

ในระยะเริ่มต้นคณะครูและผู้บริหารของโรงเรียนวัดลาดพร้าวได้ร่วมกันสำรวจและวิเคราะห์สถานการณ์การแพร่ระบาดของบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มนักเรียน เพื่อทำความเข้าใจถึงปัญหาและผลกระทบที่เกิดขึ้นอย่างแท้จริง ควบคู่ไปกับการวิเคราะห์ความต้องการในการส่งเสริมทักษะการอ่านและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ที่จำเป็นสำหรับนักเรียนในปัจจุบัน จากนั้นจึงได้มีการจัดตั้งคณะทำงานซึ่งประกอบด้วยครูผู้สอนจากแต่ละสายชั้น ตั้งแต่ระดับอนุบาล การศึกษาพิเศษ ประถมศึกษาปีที่ 1-6 และมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 รวมทั้งหมด 12 สายชั้น โดยคณะทำงศึกษาสภาพปัญหา วิเคราะห์ข้อมูลการอ่านและพฤติกรรมเสี่ยงด้านบุหรี่ไฟฟ้าของนักเรียนโรงเรียนวัดลาดพร้าว

การประชุมคณะครู 12 สายชั้น (อนุบาล 2 - มัธยมศึกษาปีที่ 3) และกลุ่มการศึกษาพิเศษ เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันในวัตถุประสงค์วิเคราะห์ปัญหา คณะครูและบุคลากรวิเคราะห์สภาพปัญหาการแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้าและระดับทักษะการอ่านของนักเรียน 12 สายชั้น  กำหนดเป้าหมายการสร้างนิทานคุณธรรม 12 เรื่อง (แบ่งตาม 4 ช่วงชั้น) โดยบูรณาการกิจกรรมห้องสมุดเป็นฐาน และแต่งตั้งคณะทำงานประสานงานแต่ละสายชั้น

2. D : Doing ขั้นดำเนินงาน

ขั้นตอนถัดมาคือการสร้างสรรค์นิทานคุณธรรม ซึ่งเริ่มต้นด้วยการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการให้ความรู้แก่คณะครูและนักเรียนเกี่ยวกับการแต่งนิทาน การสร้างภาพประกอบด้วย AI ด้วย Chat GPT ,Gemini และเทคนิคการสอดแทรกคุณธรรมอย่างสร้างสรรค์ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมมีความเข้าใจและทักษะที่จำเป็นในการผลิตสื่อที่มีคุณภาพ หลังจากนั้น ได้มีการแบ่งนักเรียนออกเป็น 4 ช่วงชั้นสำหรับการประกวดและสร้างสรรค์นิทาน เพื่อให้เนื้อหาและรูปแบบของนิทานมีความเหมาะสมกับพัฒนาการและบริบทของผู้เรียนแต่ละวัย 

3. C : Checking ขั้นตรวจสอบ

เพื่อให้มั่นใจว่านิทานที่สร้างสรรค์ขึ้นมีคุณภาพตามมาตรฐานที่กำหนด จึงได้มีการดำเนินงานด้านการหาคุณภาพอย่างเข้มข้น โดยนำนิทานทั้ง 12 เรื่องเสนอต่อคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญด้านภาษา วรรณกรรมเด็ก และการศึกษา เพื่อประเมินความเหมาะสมของเนื้อหา ภาษา และภาพประกอบ รวมถึงความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ในการส่งเสริมคุณธรรมและป้องกันบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า หลังจากนั้น ได้นำนิทานไปทดลองใช้กับกลุ่มนักเรียนเป้าหมาย เพื่อเก็บข้อมูลป้อนกลับและนำมาปรับปรุงแก้ไขให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ก่อนที่จะจัดกิจกรรมประกวดนิทานคุณธรรมภายในโรงเรียน เพื่อคัดเลือกนิทานที่มีคุณภาพและสร้างสรรค์ที่สุดในแต่ละช่วงชั้น ซึ่งเป็นการสร้างแรงจูงใจและส่งเสริมการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

            4. A : Acting ขั้นปรับปรุงและพัฒนา

การสะท้อนผล (Reflection) คณะทำงานนำข้อมูลจากขั้นตอน Check มาถอดบทเรียนเพื่อหาจุดแข็งและข้อควรปรับปรุงในการผลิตสื่อนิทานคุณธรรมครั้งต่อไป


ผลจากการปฏิบัติ

การดำเนินงานพัฒนานวัตกรรมนิทานคุณธรรมบูรณาการกิจกรรมห้องสมุดเพื่อการรณรงค์ป้องกันบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าของโรงเรียนวัดลาดพร้าว ก่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ที่ครอบคลุมทั้งด้านผลผลิต (Outputs) และผลลัพธ์ (Outcomes) ต่อผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย ดังนี้

1. ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน (Students)

      - ทักษะการอ่านและระดับสติปัญญา นักเรียนมีพัฒนาการด้านการอ่านดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะการจับใจความสำคัญและการวิเคราะห์เนื้อหาผ่านนิทาน 12 เรื่องที่เหมาะสมตามช่วงวัย จากการดำเนินนวัตกรรม นิทานคุณธรรมส่งเสริมทักษะการอ่าน อย่างต่อเนื่องตลอดปีการศึกษา โรงเรียนวัดลาดพร้าวได้รวบรวมข้อมูลผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงพัฒนาการที่สำคัญในด้านทักษะภาษาไทยและการอ่าน ดังนี้

1. ผลการประเมินการอ่าน

จากการนำนิทานทั้ง 12 เรื่องมาเป็นสื่อหลักในกิจกรรมห้องสมุดและกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน ผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน ของนักเรียนทุกระดับชั้นตั้งแต่ระดับประถมศึกษาถึงมัธยมศึกษา มีผลการประเมินเป็นไปตามเป้าหมายของสถานศึกษา คือ ร้อยละ 85 ของนักเรียนมีผลการประเมินการอ่านอยู่ในระดับ “ดีเยี่ยม”  นักเรียนมีความกระตือรือร้นในการเข้าใช้บริการห้องสมุดเพื่อศึกษา E-book และรับชมแอนนิเมชันเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

2. ผลการทดสอบระดับชาติเพื่อวัดทักษะพื้นฐาน (RT และ NT)

นวัตกรรมนี้ส่งผลโดยตรงต่อพื้นฐานการอ่านในระดับประถมศึกษาตอนต้นซึ่งสะท้อนผ่านผลสอบระดับชาติ การประเมินการอ่าน (Reading Test: RT) นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 มีผลคะแนนเฉลี่ยการอ่านออกเสียงและการอ่านรู้เรื่อง ผ่านเกณฑ์การประเมินของกระทรวงศึกษาธิการ และมีคะแนนเฉลี่ยสูงกว่าระดับชาติในรายด้านการอ่านรู้เรื่อง เนื่องจากได้รับการกระตุ้นผ่านนิทานภาพและสื่อเสียง  

การประเมินคุณภาพผู้เรียน (National Test: NT): นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 มีผลคะแนนในด้าน ความสามารถด้านภาษาไทย (Thai Language) สูงขึ้น โดยเฉพาะในส่วนของการอ่านจับใจความและการวิเคราะห์สารจากเรื่องที่อ่าน

3. ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET)

ในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 และมัธยมศึกษาปีที่ 3 ซึ่งเป็นช่วงชั้นที่เน้นการคิดวิเคราะห์เชิงลึก วิชาภาษาไทย ผลคะแนนเฉลี่ย O-NET มีทิศทางที่พัฒนาขึ้น โดยนักเรียนมีสมรรถนะในการอ่านและวิเคราะห์ประเด็นทางสังคม (เช่น โทษของบุหรี่และสารเสพติด) ได้ดีเยี่ยม ตัวบ่งชี้ความสำเร็จ นักเรียนกลุ่มเป้าหมายมีคะแนนผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่สถานศึกษากำหนด และสามารถนำความรู้จากการอ่านไปใช้ในการสื่อสารเพื่อรณรงค์ในชุมชนได้อย่างถูกต้องตามหลักภาษา

2. ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับครู (Teachers)

      - นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ ครูสามารถสร้างและใช้สื่อนวัตกรรมที่หลากหลาย (Multimodal Literacy) บูรณาการข้ามกลุ่มสาระการเรียนรู้ได้จริง ไม่เพียงแต่สอนในตำรา

      - ทักษะการทำงานเป็นทีม  คณะครูทั้ง 12 สายชั้น รวมถึงครูการศึกษาพิเศษ มีความร่วมมือกันอย่างเป็นระบบ (Professional Learning Community: PLC) ในการออกแบบสื่อที่เชื่อมโยงกันตั้งแต่ระดับปฐมวัยจนถึงมัธยมศึกษา

      - ความเชี่ยวชาญด้านสื่อดิจิทัล ครูได้รับการพัฒนาทักษะการผลิตสื่อออนไลน์ โดยนางสาววิไล กลิ่นบัว และนางสาวเกมจิราวรรณ วรรณวินัยได้รับเชิญในการเป็นวิทยากรการสร้างสื่อการเรียนรู้เรื่องบุหรี่ และบุหรี่ไฟฟ้าด้วย AI และการจัดการเรียนรู้ผ่านแพลตฟอร์ม Facebook และ TikTok อย่างมีประสิทธิภาพ

3. ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับผู้บริหารสถานศึกษา (Administrators)

      - ยกระดับคุณภาพการศึกษา ผู้บริหารประสบความสำเร็จในการบริหารจัดการโรงเรียนให้เป็น โรงเรียนปลอดบุหรี่ และบุหรี่ไฟฟ้า และโรงเรียนส่งเสริมการอ่าน

      - ภาพลักษณ์องค์กร โรงเรียนวัดลาดพร้าวได้รับความชื่นชมและยอมรับในฐานะสถานศึกษาต้นแบบที่ใช้นวัตกรรมสร้างสรรค์สื่อดิจิทัลในการรณรงค์และป้องกันอันตรายจากบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า

4. ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับชุมชนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง (Community & Stakeholders)

- ความเข้มแข็งของชุมชน ชุมชนรอบโรงเรียนวัดลาดพร้าวเกิดความตระหนักและตื่นตัวเรื่องภัยค่านิยมบุหรี่ไฟฟ้าในเด็ก ผ่านการเผยแพร่สื่อจากฝีมือนักเรียน

- ความสัมพันธ์ระหว่างโรงเรียนและบ้าน ผู้ปกครองมีส่วนร่วมในการรับชมและรับฟังนิทานเสียงร่วมกับบุตรหลานผ่านเพจ WPL GEN-Z ปลอดบุหรี่ และ TikTok ทำให้เกิดบทสนทนาเชิงสร้างสรรค์ในครอบครัวเกี่ยวกับการป้องกันสารเสพติด

- เครือข่ายความร่วมมือ เกิดการเชื่อมโยงกับภาคีเครือข่ายด้านสาธารณสุขและชุมชน ในการใช้สื่อของโรงเรียนเป็นเครื่องมือหลักในการรณรงค์เชิงรุก


เอกสารเพิ่มเติม :[ดาวน์โหลดเอกสาร]