สำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร
Department of Education
พี่สอนน้องอ่าน
โรงเรียนวัดสามัคคีธรรม(หนู-บุตรอุปถัมภ์)
กระบวนการพัฒนา

วิธีการปฏิบัติสู่ความเป็นเลิศ Best Practice

1. ขั้นตอนการดำเนินงาน FLOW CHART

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

4

2. ขั้นตอนวิธีการดำเนินงาน

2.๑ วิเคราะห์สภาพปัจจุบันปัญหาของนักเรียนที่มีปัญหาการอ่านไม่ออก อ่านไม่ได้ เช่น นักเรียนขาด

ทักษะพื้นฐานการอ่านทั้งที่บ้านและที่โรงเรียน นักเรือนมีสมาธิในการเรียนรู้สั้น การจัดการเรียนการสอนไม่สอดคล้อง   กับธรรมชาติการเรียนรู้ของสมองของเด็ก (BBL) เป็นต้น

2.๒ ประชุมสร้างความตระหนักให้กับบุคลากรและผู้ปกครอง ให้เห็นความสำคัญของภาษาไทย แม้ครูที่สอนสาระการเรียนรู้อื่น โดยเป็นแบบอย่างที่ดีและร่วมกันส่งเสริมการใช้ภาษาไทยของนักเรียน

2.๓ ผู้บริหารสถานศึกษาสร้างนวัตกรรมที่ส่งเสริมนิสัยรักการอ่านทั้งที่โรงเรียนและที่บ้านและนำเสนอให้บุคลากรรวมทั้งนักเรียนทุกคนนำไปปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรรมที่ชัดเจน

2.๔ ดำเนินการตามวัตถุประสงค์โดยมอบหมายให้ครูประจำชั้นดำเนินการปลูกฝั่งให้นักเรียนมีนิสัยรักการอ่าน    ที่โรงเรียนในกิจกรรมที่ชื่อว่า "หยุดทุกงาน อ่านทุกคน เพื่อพัฒนาการอ่าน"  โดยให้นักเรียนอ่านหนังสือวันละหน้าในช่วงของการพักกลางวัน เมื่อนักเรียนอ่านจบแล้วให้นักเรียนอ่านให้ครูประจำชั้นฟัง เพื่อลงความเห็นว่าผลการอ่านเป็นเช่นไร     (อ่านคล่อง พอใช้ หรือต้องปรับปรุง) ในส่วนของการส่งเสริมให้ผู้ปกครองมีส่วนร่วมในการอ่านของนักเรียน ทางโรงเรียนได้มอบชุดฝึกแก้ปัญหาการอ่านและเสริมการอ่านไม่คล่องของนักเรียน (เล่ม) และแบบฝึกอ่านตัวสะกดตรงตามมาตรา         และมาตราตัวสะกดไม่ตรงตามมาตรา (เล่ม 2) ให้กับนักเรียนกลับไปปฏิบัติที่บ้าน เมื่อนักเรียนกลับไปบ้านก่อนนอนต้องอ่านหนังสือให้ผู้ปกครองฟัง เพื่อลงความเห็นว่าผลการอ่านของลูกหลานเป็นเช่นไร และหลังจากนั้นผู้ปกครองต้องรายงานให้ครูประจำชั้นผ่านทางไลน์กลุ่มชั้นเรียนหรือทางไลน์ส่วนตัวครูประจำชั้น เมื่อนักเรียนอยู่ที่โรงเรียนให้นักเรียนอ่านแบบฝึกการแก้ปัญหาการอ่านอ่านให้ครูประจำชั้นฟังอีกครั้ง กิจกรรมนี้นอกจากจะทำให้นักเรียนมีทักษะด้านการอ่านที่ดีแล้ว ยังเป็นการสร้างความรักความผูกพันและความอบอุ่นของสมาชิกในครอบครัวอีกด้วยและสามารถพัฒนาเป็นครอบครัวรักการอ่านได้ในที่สุด

2.๕ ผู้บริหารสถานศึกษาดำเนินการควบคุม กำกับและติดตามอย่างจริงจังและต่อเนื่อง โดยให้ครูประจำชั้นส่งใบกิจกรรมทั้งสองกิจกรรมรายงานผลให้กับผู้บริหารสถานศึกษาทุกวันที่ 5 ของเดือน

2.๖ ทางโรงเรียนดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการประเมินความสามารถด้านการอ่านการภาษาไทยของนักเรียนทุกคน ทุกชั้น ทุกเดือน เพื่อประเมินผลการดำเนินงานและนำไปพัฒนาเพื่อดำเนินการอย่างเข้มแข็งต่อเนื่องและยั่งยืน

3. ปัจจัยเกื้อหนุนและปัจจัยแห่งความสำเร็จ

3.1 คณะครูและบุคลากรมีความตระหนักและเห็นความสำคัญของภาษาไทย มีความรักความเมตตาให้ความอบอุ่นแก่นักเรียน เนื่องจากเล็งเห็นว่า เด็กจะเรียนรู้ได้ดี ก็จากคนที่ตนรักเท่านั้น ความรักทำให้เชื่อฟังและอยากทำตาม

3.๒ นักเรียนมีนิสัยรักการอ่านและรักการเรียนรู้

3.๓ ผู้ปกครองให้ความสำคัญและมีเวลาให้กับการพัฒนาการอ่านการเขียนภาษาไทยและการเรียนของ

บุตรหลาน ไม่ใช่ปล่อยให้เป็นการะหน้าที่ของทางโรงเรียนฝ้ายเดียว

3.๔ ผู้บริหารสถานศึกษามีการควบคุม นิเทศ ติดตามอย่างจริงจังและต่อเนื่องทั้งคณะครูบุคลากรและผู้ปกครอง

โดยมีความคิดที่ว่า " ถ้าผู้ปกครองมีความสนใจในการเรียนของลูกหลานที่ดี ผลการเรียนของนักเรียนก็จะดีตามไปด้วย เมื่อมาอยู่ที่โรงเรียนคณะครูก็จะสามารถจัดการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ "


ผลจากการปฏิบัติ

 

 

ลำดับ

ที่

 

รายการประเมิน

ระดับความพึงพอใจ

 

รวม

 

ค่าเฉลี่ย

 

ร้อยละ

มากที่สุด

มาก

 

ปาน

กลาง

น้อย

 

น้อยที่สุด

1

นักเรียนรุ่นน้องและนักเรียนรุ่นพี่เกิดความคุ้นเคย สนิทสนมและมีความสามัคคีกันในการร่วมกิจกรรม

400

80

-

-

-

480

4.80

96.00

2

การเข้าร่วมกิจกรรมทำให้นักเรียนได้รับการพัฒนาความสามารถด้านการอ่าน

440

48

-

-

-

488

4.88

97.60

3

นักเรียนใฝ่เรียนรู้ด้วยความเพียรพยายามฝึกอ่านเป็นประจำสม่ำเสมอ

410

72

-

-

-

482

4.82

96.40

4

นักเรียนมีพัฒนาการด้านการอ่าน

การเขียนที่ดีขึ้น

430

56

-

-

-

486

4.86

97.20

5

นักเรียนรู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์เสาะแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง

390

88

-

-

-

478

4.78

95.60

 

สรุป

 

4.82

96.56

 

          จากตารางที่ 3 – 4 พบว่าแบบสอบถามของครูและนักเรียนที่มีต่อกิจกรรมการประเมินการอ่าน พบว่า

อันดับที่ 1 การเข้าร่วมกิจกรรมทำให้นักเรียนได้รับการพัฒนาความสามารถด้านการอ่านคิดเป็นร้อยละ 97.60

อันดับที่ 2 นักเรียนมีพัฒนาการด้านการอ่าน การเขียนที่ดีขึ้น คิดเป็นร้อยละ 97.20

อันดับที่ 3 นักเรียนใฝ่เรียนรู้ด้วยความเพียรพยายามฝึกอ่านเป็นประจำสม่ำเสมอ คิดเป็นร้อยละ 96.40

อันดับที่ 4 นักเรียนรุ่นน้องและนักเรียนรุ่นพี่เกิดความคุ้นเคย สนิทสนมและมีความสามัคคีกันในการร่วมกิจกรรม

คิดเป็นร้อยละ 96.00              

อันดับที่ 5 นักเรียนรู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์เสาะแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง คิดเป็นร้อยละ 94.40            

สรุปแบบประเมินของครูและนักเรียนที่มีต่อกิจกรรมพี่สอนน้องอ่าน คิดเป็นร้อยละ 96.56

 


เอกสารเพิ่มเติม :[ดาวน์โหลดเอกสาร]