วิธีการปฏิบัติสู่ความเป็นเลิศ
Best
Practice
|
4 |
2. ขั้นตอนวิธีการดำเนินงาน
2.๑
วิเคราะห์สภาพปัจจุบันปัญหาของนักเรียนที่มีปัญหาการอ่านไม่ออก อ่านไม่ได้ เช่น
นักเรียนขาด
ทักษะพื้นฐานการอ่านทั้งที่บ้านและที่โรงเรียน
นักเรือนมีสมาธิในการเรียนรู้สั้น การจัดการเรียนการสอนไม่สอดคล้อง กับธรรมชาติการเรียนรู้ของสมองของเด็ก (BBL) เป็นต้น
2.๒ ประชุมสร้างความตระหนักให้กับบุคลากรและผู้ปกครอง
ให้เห็นความสำคัญของภาษาไทย แม้ครูที่สอนสาระการเรียนรู้อื่น
โดยเป็นแบบอย่างที่ดีและร่วมกันส่งเสริมการใช้ภาษาไทยของนักเรียน
2.๓ ผู้บริหารสถานศึกษาสร้างนวัตกรรมที่ส่งเสริมนิสัยรักการอ่านทั้งที่โรงเรียนและที่บ้านและนำเสนอให้บุคลากรรวมทั้งนักเรียนทุกคนนำไปปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรรมที่ชัดเจน
2.๔
ดำเนินการตามวัตถุประสงค์โดยมอบหมายให้ครูประจำชั้นดำเนินการปลูกฝั่งให้นักเรียนมีนิสัยรักการอ่าน ที่โรงเรียนในกิจกรรมที่ชื่อว่า "หยุดทุกงาน
อ่านทุกคน เพื่อพัฒนาการอ่าน" โดยให้นักเรียนอ่านหนังสือวันละหน้าในช่วงของการพักกลางวัน
เมื่อนักเรียนอ่านจบแล้วให้นักเรียนอ่านให้ครูประจำชั้นฟัง เพื่อลงความเห็นว่าผลการอ่านเป็นเช่นไร
(อ่านคล่อง พอใช้ หรือต้องปรับปรุง) ในส่วนของการส่งเสริมให้ผู้ปกครองมีส่วนร่วมในการอ่านของนักเรียน
ทางโรงเรียนได้มอบชุดฝึกแก้ปัญหาการอ่านและเสริมการอ่านไม่คล่องของนักเรียน (เล่ม)
และแบบฝึกอ่านตัวสะกดตรงตามมาตรา
และมาตราตัวสะกดไม่ตรงตามมาตรา (เล่ม 2) ให้กับนักเรียนกลับไปปฏิบัติที่บ้าน
เมื่อนักเรียนกลับไปบ้านก่อนนอนต้องอ่านหนังสือให้ผู้ปกครองฟัง
เพื่อลงความเห็นว่าผลการอ่านของลูกหลานเป็นเช่นไร และหลังจากนั้นผู้ปกครองต้องรายงานให้ครูประจำชั้นผ่านทางไลน์กลุ่มชั้นเรียนหรือทางไลน์ส่วนตัวครูประจำชั้น
เมื่อนักเรียนอยู่ที่โรงเรียนให้นักเรียนอ่านแบบฝึกการแก้ปัญหาการอ่านอ่านให้ครูประจำชั้นฟังอีกครั้ง
กิจกรรมนี้นอกจากจะทำให้นักเรียนมีทักษะด้านการอ่านที่ดีแล้ว
ยังเป็นการสร้างความรักความผูกพันและความอบอุ่นของสมาชิกในครอบครัวอีกด้วยและสามารถพัฒนาเป็นครอบครัวรักการอ่านได้ในที่สุด
2.๕ ผู้บริหารสถานศึกษาดำเนินการควบคุม
กำกับและติดตามอย่างจริงจังและต่อเนื่อง
โดยให้ครูประจำชั้นส่งใบกิจกรรมทั้งสองกิจกรรมรายงานผลให้กับผู้บริหารสถานศึกษาทุกวันที่
5 ของเดือน
2.๖
ทางโรงเรียนดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการประเมินความสามารถด้านการอ่านการภาษาไทยของนักเรียนทุกคน
ทุกชั้น ทุกเดือน
เพื่อประเมินผลการดำเนินงานและนำไปพัฒนาเพื่อดำเนินการอย่างเข้มแข็งต่อเนื่องและยั่งยืน
3. ปัจจัยเกื้อหนุนและปัจจัยแห่งความสำเร็จ
3.1 คณะครูและบุคลากรมีความตระหนักและเห็นความสำคัญของภาษาไทย
มีความรักความเมตตาให้ความอบอุ่นแก่นักเรียน เนื่องจากเล็งเห็นว่า
เด็กจะเรียนรู้ได้ดี ก็จากคนที่ตนรักเท่านั้น ความรักทำให้เชื่อฟังและอยากทำตาม
3.๒ นักเรียนมีนิสัยรักการอ่านและรักการเรียนรู้
3.๓ ผู้ปกครองให้ความสำคัญและมีเวลาให้กับการพัฒนาการอ่านการเขียนภาษาไทยและการเรียนของ
บุตรหลาน
ไม่ใช่ปล่อยให้เป็นการะหน้าที่ของทางโรงเรียนฝ้ายเดียว
3.๔ ผู้บริหารสถานศึกษามีการควบคุม
นิเทศ ติดตามอย่างจริงจังและต่อเนื่องทั้งคณะครูบุคลากรและผู้ปกครอง
โดยมีความคิดที่ว่า "
ถ้าผู้ปกครองมีความสนใจในการเรียนของลูกหลานที่ดี
ผลการเรียนของนักเรียนก็จะดีตามไปด้วย
เมื่อมาอยู่ที่โรงเรียนคณะครูก็จะสามารถจัดการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
"
|
ลำดับ ที่ |
รายการประเมิน |
ระดับความพึงพอใจ |
รวม |
ค่าเฉลี่ย |
ร้อยละ |
||||
|
มากที่สุด ๕ |
มาก
๔ |
ปาน กลาง ๓ |
น้อย
๒ |
น้อยที่สุด ๑ |
|||||
|
1 |
นักเรียนรุ่นน้องและนักเรียนรุ่นพี่เกิดความคุ้นเคย
สนิทสนมและมีความสามัคคีกันในการร่วมกิจกรรม |
400 |
80 |
- |
- |
- |
480 |
4.80 |
96.00 |
|
2 |
การเข้าร่วมกิจกรรมทำให้นักเรียนได้รับการพัฒนาความสามารถด้านการอ่าน |
440 |
48 |
- |
- |
- |
488 |
4.88 |
97.60 |
|
3 |
นักเรียนใฝ่เรียนรู้ด้วยความเพียรพยายามฝึกอ่านเป็นประจำสม่ำเสมอ |
410 |
72 |
- |
- |
- |
482 |
4.82 |
96.40 |
|
4 |
นักเรียนมีพัฒนาการด้านการอ่าน การเขียนที่ดีขึ้น |
430 |
56 |
- |
- |
- |
486 |
4.86 |
97.20 |
|
5 |
นักเรียนรู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์เสาะแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง |
390 |
88 |
- |
- |
- |
478 |
4.78 |
95.60 |
|
|
สรุป |
|
4.82 |
96.56 |
|||||
จากตารางที่ 3 –
4 พบว่าแบบสอบถามของครูและนักเรียนที่มีต่อกิจกรรมการประเมินการอ่าน พบว่า
อันดับที่ 1 การเข้าร่วมกิจกรรมทำให้นักเรียนได้รับการพัฒนาความสามารถด้านการอ่านคิดเป็นร้อยละ
97.60
อันดับที่ 2 นักเรียนมีพัฒนาการด้านการอ่าน
การเขียนที่ดีขึ้น
คิดเป็นร้อยละ 97.20
อันดับที่ 3 นักเรียนใฝ่เรียนรู้ด้วยความเพียรพยายามฝึกอ่านเป็นประจำสม่ำเสมอ
คิดเป็นร้อยละ
96.40
อันดับที่ 4 นักเรียนรุ่นน้องและนักเรียนรุ่นพี่เกิดความคุ้นเคย
สนิทสนมและมีความสามัคคีกันในการร่วมกิจกรรม
คิดเป็นร้อยละ 96.00
อันดับที่ 5 นักเรียนรู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์เสาะแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง
คิดเป็นร้อยละ 94.40
สรุปแบบประเมินของครูและนักเรียนที่มีต่อกิจกรรมพี่สอนน้องอ่าน
คิดเป็นร้อยละ 96.56