๒. ลำดับขั้นตอนการดำเนินกิจกรรมพัฒนา FIOW Chart (แผนภูมิ)
ของวิธีหรือแนวทางปฏิบัติที่เป็นเลิศ
จากแผนภูมิข้างต้นมีวิธีการดำเนินงานดังนี้
๑. ศึกษาวิเคราะห์
SWOT และทำ TOWS Matrix
ด้านการอ่านผู้เรียนโรงเรียนวัดกำแพง
๒. ประเมินสภาพการอ่านของผู้เรียนทุกระดับชั้น
วิเคราะห์และคัดกรองการอ่านของผู้เรียน
แบ่งเป็นกลุ่ม
อ่านไม่ออก กลุ่มอ่านไม่คล่อง และกลุ่มอ่านคล่อง
๓.
ประชุมครูและบุคลากรทุกฝ่ายในโรงเรียน
เพื่อหาแนวทางและกำหนดนโยบายแก้ไขปัญหาการอ่าน
ตลอดจนแบ่งหน้าที่รับผิดชอบอย่างชัดเจน
โดยแบ่งผู้เรียนที่มีปัญหาการอ่านให้ครูทุกคนรับผิดชอบสอนอ่าน
พร้อมทั้งมีการรายงานผลอย่างเป็นระบบ
๔.
คณะครูร่วมกันวิเคราะห์ สังเคราะห์
และสร้างสื่อนวัตกรรมหนังสือเล่มเล็กคำพื้นฐานระดับชั้นเรียน
เพื่อนำมาให้ครูและผู้ปกครองใช้สอนและทบทวนเพื่อพัฒนาทักษะการอ่านให้กับผู้เรียนตลอดจนให้ผู้เรียนฝึกอ่านอย่างสม่ำเสมอ
๕.
ประชุมผู้ปกครองของผู้เรียนที่มีปัญหาการอ่าน ชี้แจง อภิปราย
กำหนดนโยบายในการดำเนินการ
แก้ไขปัญหาการอ่าน
โดยให้ผู้ปกครองมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาการอ่าน
คือให้ผู้เรียนอ่านหนังสือให้ผู้ปกครองฟัง แล้วบันทึกคำที่อ่านไม่ได้
ลงในสมุดบันทึก และนำมาฝึกอ่านกับครูผู้รับผิดชอบเพื่อฝึกอ่านคำหรือข้อความนั้น ๆ
ให้ถูกต้อง
๖.
โรงเรียนจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมและพัฒนาการอ่านของผู้เรียนอย่างชัดเจน
โดยจัดให้ผู้เรียนอ่าน
หนังสือตามความสนใจในช่วงเช้าเวลา
๐๖.๓๐-๐๗.๔๕ น.
ซึ่งมีการจัดตะกร้าหนังสือที่หลากหลายและเพียงพอให้กับผู้เรียนทุกชั้นเรียน
ทั้งนี้มีครูและผู้เรียนกลุ่มแกนนำ และจิตอาสามาช่วยดูแลการอ่าน
และสอนผู้เรียนกลุ่มที่มีปัญหาการอ่าน
ทุกวัน
๗.
โรงเรียนสร้างแบบฝึกเพื่อใช้ประเมินการอ่านของผู้เรียนทุกระดับชั้นเรียนทุกเดือน
นำมาทดสอบ
และรายงานผลทุกเดือนอย่างเป็นระบบเพื่อนำผลมาพัฒนาต่อไป
๓.
ผลการดำเนินงาน
๓.๑
โรงเรียนมีผลการประเมินความสามารถด้านการอ่าน ของผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ (Reading
Test
: RT) สูงกว่า ระดับจังหวัด ศึกษาธิการภาค สังกัด และระดับประเทศ
๓.๒ โรงเรียนมีผลการทดสอบความสามารถพื้นฐานผู้เรียนระดับชาติ
ของผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓
(National Test : NT) สูงกว่าหน่วยงานต้นสังกัดและระดับประเทศทุกด้าน
๓.๓
โรงเรียนมีผลการทดสอบการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน ของผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่
๖ และ
ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ (Ordinary National Educational Test : O-NET) กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยสูงกว่าระดับจังหวัด สังกัด ภาคและระดับประเทศ
ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ มีคะแนนสูงสุด ๙๐.๕๐ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ มีคะแนนสูงสุด ๘๔.๐๙
๓.๔
นำแนวทางการพัฒนาการอ่านภาษาไทยถอดบทเรียนไปใช้ในการพัฒนาภาษาอังกฤษต่อเนื่อง
ส่งผลให้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาอังกฤษมีผลการประเมินการทดสอบการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐานของผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่
๖ (Ordinary
National Educational Test
: O-NET) สูงกว่าระดับประเทศ
๓.๕ ผู้เรียนทุกคนมีผลพัฒนาการอ่านดีขึ้น
๔.
บทเรียนที่ได้รับ
กระบวนการพัฒนาการอ่านของโรงเรียนนำไปใช้เป็นต้นแบบในการพัฒนากลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น
ๆ ได้
๕.
ปัจจัยความสำเร็จ
๕.๑ ความร่วมมือของบุคลากรครู
ผู้ปกครองและผู้เรียน
๕.๒ นโยบายด้านการบริหารจัดการ
กระบวนการกำกับติดตามอย่างต่อเนื่อง
๕.๓ กระบวนการประเมินผลและนำมาใช้ปรับปรุงอย่างต่อเนื่องจริง
ๆ
๕.๔
มีรูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมโดยความจริงใจ
๖.
การเผยแพร่/การได้รับการยอมรับ และ/หรือรางวัลที่ได้รับ
๖.๑ นักเรียนได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ
๑ การแข่งขันการท่องบทอาขยานทำนองเสนาะ
งานแข่งขันวิชาการเครือข่ายที่ ๗๑ และ๗๒
ระดับมัธยมศึกษาที่โรงเรียนวัดประชาบำรุง เมื่อวันที่ ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๖๘
๖.๒ นักเรียนได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๒
การประกวดการอ่านบทร้อยกรองเป็นทำนองเสนาะระดับประถมศึกษา งาน MWS Open House วันที่ ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙
๖.๓ นักเรียนได้รับรางวัลชนะเลิศการแข่งขันการคัดลายมือระดับมัธยมศึกษา
กิจกรรมคัดลายมือสื่อภาษาไทย TOT
Open House ๒๐๒๖ ที่โรงเรียนทวีธาภิเศก บางขุนเทียน เมื่อวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙
๖.๕ นักเรียนได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๑ การแข่งขันตอบคำถามภาษาไทย
ในกิจกรรมการแข่งขันตอบคำถามภาษาไทย ในงาน TPT Open House ๒๐๒๖ ที่โรงเรียนทวีธาภิเศก
บางขุนเทียน เมื่อวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙
๖.๔
เผยแพร่ผลงานการพัฒนาการอ่านให้กับโรงเรียนที่มาศึกษาดูงาน
๖.๕
เผยแพร่ผลงานการพัฒนาการอ่านผ่านการจัดนิทรรศการวิชาการเขตบางขุนเทียน