สำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร
Department of Education
โครงการศูนย์เสริมสร้างผู้ประกอบการเยาวชน “มุมสบาย@ไทยนิยม” โรงเรียนไทยนิยมสงเคราะห์
โรงเรียนไทยนิยมสงเคราะห์
กระบวนการพัฒนา

สิ่งที่นักเรียนได้เรียนรู้ นักเรียนจะได้เรียนรู้ทักษะที่หลากหลาย ทั้งทักษะวิชาชีพ (Hard Skills) และทักษะทางสังคม (Soft Skills) ดังนี้

การทำเครื่องดื่ม (การผลิตและการบริการ)

-          ทักษะวิชาชีพ (Hard Skills)

การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การคิดค้นสูตร, การทดสอบรสชาติ, การสร้างความแตกต่างของสินค้า

การคำนวณต้นทุน การคิดต้นทุนต่อหน่วย เช่น ค่าน้ำแข็ง, ค่าไซรัป, ค่าแก้ว เพื่อนำไปสู่การตั้งราคาขายที่เหมาะสม

กระบวนการ เรียนรู้ขั้นตอนการชงที่ได้มาตรฐาน เพื่อให้รสชาติคงที่

สุขอนามัย การจัดการความสะอาดในพื้นที่ทำงาน

-          ทักษะชีวิต/สังคม (Soft Skills)

การบริการลูกค้า การสื่อสาร, การรับออเดอร์, การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเมื่อลูกค้าไม่พอใจ

ความคิดสร้างสรรค์ การตกแต่งเครื่องดื่ม, การออกแบบเมนูให้น่าสนใจ

การทำรายรับ-รายจ่าย (การเงินและการบัญชี)

-          ทักษะวิชาชีพ (Hard Skills)

การบันทึกบัญชี เรียนรู้การทำบัญชีอย่างง่าย (สมุดรายรับ-รายจ่าย)

การจัดการเงินสด การทอนเงิน, การนับเงิน, การปิดยอดเงินสดประจำวัน

การวิเคราะห์ สามารถคำนวณ "กำไรสุทธิ" และ "ขาดทุน"  ได้จริง

ความรู้ทางการเงิน เข้าใจความแตกต่างระหว่าง "รายได้" และ "กำไร", "ต้นทุนคงที่" (เช่น ค่าเช่าที่) และ "ต้นทุนผันแปร" (เช่น วัตถุดิบ)

-          ทักษะชีวิต/สังคม (Soft Skills)

ความซื่อสัตย์และความรับผิดชอบ การจัดการเงินส่วนรวมอย่างโปร่งใส

ความละเอียดรอบคอบ ความสำคัญของการที่ตัวเลขต้องตรงกัน

จากการทำ Stock สินค้า (การจัดการคลังสินค้า)

-          ทักษะวิชาชีพ (Hard Skills)

การจัดการสินค้าคงคลัง การนับสต็อก (Stock Count), การตรวจรับสินค้า

การวางแผน การคาดการณ์ (Forecast) ยอดขาย เพื่อสั่งซื้อวัตถุดิบไม่ให้ขาด (ของหมด) หรือล้น (ของเน่าเสีย)

ระบบ FIFO (First-In, First-Out) เรียนรู้การจัดการวัตถุดิบที่ "มาก่อน ใช้ก่อน" เพื่อลดการสูญเสีย

-          ทักษะชีวิต/สังคม (Soft Skills)

การวางแผนและการจัดลำดับความสำคัญ:ต้องรู้ว่าอะไรใกล้หมด, อะไรต้องสั่งด่วน

การสังเกต เห็นความเคลื่อนไหวของสินค้าว่าอะไรขายดี (นำไปวิเคราะห์ต่อยอด)

 

 

การบูรณาการ

คณิตศาสตร์ (หัวใจหลัก) การคำนวณต้นทุน, กำไร, ขาดทุน, ร้อยละ, สถิติยอดขาย, การจัดการสต็อก, การคิดอัตราส่วนผสม (ในการทำเครื่องดื่ม)

วิทยาศาสตร์ เคมี (การทำละลาย, การผสม, อุณหภูมิ) และชีววิทยา (การเน่าเสีย, สุขอนามัย)

ศิลปะ การออกแบบโลโก้, การจัดร้าน, การตกแต่งแก้ว, การออกแบบเมนู

ภาษาไทย/ภาษาอังกฤษ การสื่อสารกับลูกค้า, การเขียนโปรโมตสินค้า, การตั้งชื่อแบรนด์

การงานอาชีพ ทักษะวิชาชีพโดยตรง (บาริสต้า, นักบัญชี, การจัดการ)

สังคมศึกษา ระบบเศรษฐศาสตร์ (อุปสงค์-อุปทาน), การทำงานร่วมกัน, จรรยาบรรณของผู้ประกอบการ

เทคโนโลยี การใช้โปรแกรม Spreadsheet (Excel/Google Sheets) ในการทำบัญชีและสต็อก

 

กระบวนการสอน ครูผู้สอนจะเปลี่ยนบทบาทจาก "ผู้สอน" (Teacher) เป็น "โค้ช" (Coach) โดยใช้แนวทาง ดังนี้

1.      การให้ความรู้พื้นฐาน สอนทฤษฎีที่จำเป็นก่อน เช่น สอนชงเครื่องดื่มสูตรพื้นฐาน, สอนวิธีใช้สมุดบัญชี, สอนวิธีนับสต็อก

2.      การวางแผน ให้นักเรียนรวมกลุ่มกันคิด (Brainstorm) ว่าจะขายอะไร, ตั้งราคาเท่าไหร่, แบ่งหน้าที่กันอย่างไร (ใครเป็นแคชเชียร์, ใครชง, ใครดูแลสต็อก)

3.      การลงมือปฏิบัติจริง นักเรียนเปิดร้านจริง, เจอปัญหาจริง (เช่น ของหมด, ลูกค้าเยอะ, เงินทอนไม่พอ)

4.      การให้คำปรึกษา ครูคอยสังเกตและให้คำแนะนำเมื่อนักเรียนเจอปัญหา แต่ไม่ลงไป "ทำให้"

5.      การสะท้อนผล หลังจบการขายในแต่ละวัน/สัปดาห์ ครูพานักเรียนมาสรุปผล

-          "วันนี้เราได้กำไรหรือขาดทุนเท่าไหร่? เพราะอะไร?"

-          "ปัญหาที่เจอคืออะไร? พรุ่งนี้จะแก้ไขอย่างไร?"

-          "เมนูไหนขายดีที่สุด? เราควรเพิ่มการผลิตหรือไม่?"


ผลจากการปฏิบัติ

ประโยชน์ที่ได้รับต่อนักเรียน

1.      มีทักษะผู้ประกอบการ กล้าคิด, กล้าตัดสินใจ, กล้าเสี่ยง, ล้มแล้วลุกเป็น

2.      มีความรู้ด้านการเงิน เข้าใจคุณค่าของเงิน, รู้จักการออม, การลงทุน และการบริหารจัดการเงินอย่างเป็นระบบ

3.      มีทักษะวิชาชีพติดตัว สามารถชงเครื่องดื่ม, ทำบัญชีเบื้องต้น ซึ่งสามารถนำไปต่อยอดเป็นอาชีพเสริมหรืออาชีพหลักได้

4.      ค้นพบตัวเอง นักเรียนอาจค้นพบว่าตนเองชอบการบริการ, ชอบการคำนวณ, หรือชอบการวางแผน ซึ่งช่วยในการตัดสินใจเลือกเรียนต่อในอนาคต

5.      พัฒนาทักษะทางสังคม ได้ครบถ้วนทั้งการสื่อสาร, การทำงานเป็นทีม, ความเป็นผู้นำ และการเจรจาต่อรอง