สำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร
Department of Education
การบริหารแบบมีส่วนร่วมเพื่อส่งเสริมผู้เรียนด้านความรู้คู่คุณธรรม UDOM + PLUS MODEL
โรงเรียนวัดอุดมรังสี
กระบวนการพัฒนา

กระบวนการหรือขั้นตอนการดำเนินงาน

1. ขั้นวางแผน (P : Plan)

            สถานศึกษามีการกำหนดวิสัยทัศน์และพันธกิจที่ชัดเจน โดยมีการจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา และแผนปฏิบัติการประจำปี ที่มุ่งเน้นเพื่อพัฒนาผู้เรียนและบุคลากรทุกฝ่าย สถานศึกษามีระบบการบริหารจัดการคุณภาพของสถานศึกษาที่เน้นการมีส่วนร่วมของบุคลากรทุกฝ่ายในองค์กรทั้ง 4 กลุ่มงาน ได้แก่ งานบริหารวิชาการ งานบริหารงานบุคคล งานบริหารงานงบประมาณ และงานบริหารทั่วไป การบริหารงานที่เน้นการพัฒนาอย่างครอบคลุมทุกระดับ มีระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน และการมีส่วนร่วมของบุคลากรโดยการได้รับการสนับสนุนจากคณะกรรมการสถานศึกษา ผู้ปกครอง ชุมชน ครูและนักเรียนทุกคนในสถานศึกษา ในการร่วมกันวางแผนการปฏิบัติงาน โดยมีความมุ่งมั่นในการพัฒนาของผู้บริหาร และกลุ่มบริหารงานทั้ง 4 กลุ่มงาน สำหรับรูปแบบการบริหารงานโดยรูปแบบการบริหารงานแบบมีส่วนร่วมขับเคลื่อนการจัดคุณภาพการศึกษาให้ไปในทิศทางเดียวกันอย่างมีประสิทธิภาพโดยบทบาทของบุคลากรในสถานศึกษาจะประกอบด้วย ผู้อำนวยการสถานศึกษา  รองผู้อำนวยการสถานศึกษา 4 ฝ่าย ครูกลุ่มงานฝ่ายวิชาการ ครูกลุ่มงานฝ่ายบริหารงานและงบประมาณ  ครูกลุ่มงานฝ่ายงานบุคคล และครูกลุ่มงานฝ่ายบริหารงานทั่วไป และครูทุกระดับสายชั้นด้านบทบาทของนักเรียน สถานศึกษามีการส่งเสริมระบบประชาธิปไตยในโรงเรียนโดยจัดให้มีการเลือกตั้งสภานักเรียน จากความเข้มแข็ง ความมุ่งมั่น และการมีส่วนร่วมขององค์กรในสถานศึกษา สถานศึกษามีการตรวจสอบและประเมินผล การพัฒนาผู้เรียนได้อย่างคลอบคลุมและข้อมูลสารสนเทศที่เป็นปัจจุบัน สถานศึกษาจึงมีการวางแผนส่งเสริมการพัฒนาการวางแผนออกแบบการบริหารโดยใช้การมีส่วนร่วมของทุกฝ่ายอย่างเป็นระบบเพื่อพัฒนาการประเมินการปรับปรุงข้อมูลสารสนเทศทั้ง 4 กลุ่มงาน ให้สามารถนำข้อมูลไปปฏิบัติได้อย่างถูกต้องแม่นยำ รวดเร็ว เป็นปัจจุบัน เพื่อมุ่งพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาที่มุ่งเน้นความรู้คู่คุณธรรมมุ่งสู่สากล

2. การปฏิบัติตามแผน (D : Do)

           2.1 การออกแบบนวัตกรรมเพื่อการพัฒนา

           สถานศึกษาได้ดำเนินการตามแนวทางการบริหารงานโดยใช้แนวคิดทฤษฎีระบบที่พิจารณาถึงปัจจัยนำเข้า (INPUT) ปัจจัยด้านกระบวนการ (PROCESS) ได้แก่ มาตรฐานที่ 2 ด้านกระบวนการบริหารและการจัดการ ตัวชี้วัดที่ 2.2 นโยบาย ทิศทาง กลยุทธ์และแผนงานสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ และพันธกิจที่มีส่วนในการขับเคลื่อนให้เกิดปัจจัยด้านผลลัพธ์ (OUTPUT) คุณภาพผู้เรียนโดยในขั้นกระบวนการ (PROCESS) มีการนำมาบูรณาการเพื่อให้การทำงานมีความเป็นระบบและบรรลุผลตามจุดประสงค์ที่ตั้งไว้ รวมถึงมีการใช้ข้อมูลย้อนกลับ (FEEDBACK)เพื่อนำมาปรับปรุงพัฒนา

          2.2 ขั้นตอนดำเนินงานพัฒนา

เพื่อให้การดำเนินงานสามารถนำรูปแบบที่พัฒนาขึ้นมาใช้ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาได้อย่างเป็นระบบและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้เรียนโดยเน้นการมีส่วนร่วมของบุคลากรทุกฝ่ายในสถานศึกษาด้วยกระบวนการ UDOM + PLUS MODEL

          2.3 วิธีการดำเนินงาน

การบริหารแบบมีส่วนร่วมเพื่อส่งเสริมผู้เรียนด้านความรู้คู่คุณธรรมมุ่งสู่สากลโดยใช้รูปแบบ UDOM + PLUS MODEL เน้นการมีส่วนร่วมดังนี้ 

            1) ด้านปัจจัยนำเข้า (INPUT)

          ปัจจัยนำเข้าที่ส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาตามกระบวนการ UDOM + PLUS MODEL ประกอบด้วย ผู้บริหารสถานศึกษา ครูทุกระดับสายชั้น นักเรียน ผู้ปกครอง ชุมชน และงบประมาณสื่อวัสดุอุปกรณ์ แหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ ในสถานศึกษา และภายนอกสถานศึกษา สิ่งอำนวยความสะดวก หลักสูตร

นักเรียน  ที่เป็นตัวป้อนของสถานศึกษาเป็นนักเรียนที่มาจากในบริเวณพื้นที่รอบ ๆ สถานศึกษาและจากต่างจังหวัดโดยมีสภาพพื้นฐานทางครอบครัวที่แตกต่างกัน ซึ่งส่วนใหญ่มีสภาพครอบครัวที่ไม่สมบูรณ์ ส่งผลให้ไม่มีความพร้อมในการเรียนรู้

ครู  มีความมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติงานเสียสละเพื่อสถานศึกษามีวุฒิทางการศึกษาที่ตรงกับวิชาเอกและมีอัตรากำลังครูเฉลี่ยต่อนักเรียนที่เหมาะสม

หลักสูตร  เพื่อตอบสนองความต้องการของนักเรียน สถานศึกษาจึงจัดให้มีหลักสูตรในการเรียนที่หลากหลายและมุ่งเน้นสมรรถนะด้านผู้เรียน

            สภาพแวดล้อม โรงเรียนจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการจัดการเรียนการสอนมีบริบทที่ส่งเสริมต่อการเรียนของนักเรียนรอบด้าน มีสื่อและอุปกรณ์ที่เอื้อต่อการเรียนรู้ส่งเสริมคุณสมบัติที่ดีโดยสภาพแวดล้อมของสังคมที่เป็นกัลยาณมิตร

            ชุมชน บริบทของชุมชนที่เป็นปัจจัยนำเข้าของสถานศึกษาโดยส่วนมากเป็นสังคมการค้าขายและรับจ้างทั่วไป

            งบประมาณ มีงบประมาณที่เพียงพอในการบริหารจัดการเพื่อใช้ในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน

            2) กระบวนการ (PROCESS) รูปแบบการบริหารจัดการด้วย UDOM + PLUS MODEL มีดังนี้

U   UNITY (ความเป็นเอกภาพ พร้อมเพรียง สามัคคี)

D   DEMOCRACY (ความเป็นประชาธิปไตย)

O   ORGANIZING (การบริหารจัดการองค์กรที่ดี)

M   MORALITY (การมีคุณธรรม)

R   RESPONSIBILITY (ความรับผิดชอบ)

A   ACTIVITIES&ABILITIES (กิจกรรมและสมรรถนะ)

N   NETWORK & IT (เครือข่าย และเทคโนโลยี)

G   GROWTH MINDSET (ใฝ่เรียนรู้ พัฒนา แก้ปัญหา)

S   SUFFICIENCY & SKILLS (ความพอเพียง มีทักษะ)

E   ENVIRONMENT (การจัดบรรยากาศการเรียนรู้)

E   EVALUATION (การประเมินผล)

            PLUS  กระบวนการการร่วมมือของทุกฝ่าย

P   PLANNING      (การวางแผน)

L   LEARNING & DOING     (การเรียนรู้และการปฏิบัติ)

U   UPSKILLING    (พัฒนาทักษะและสมรรถนะ)

S   SUCCESS GOAL   (เป้าหมายความสำเร็จ)


MODEL  โครงสร้างความคิด

          โดยขับเคลื่อนการดำเนินงานตามวงจรคุณภาพ (Deming Cycle) หรือวงจร (PDCA) เป็นการวางมาตรการในการดำเนินการปรับปรุงพัฒนาระบบกลไกในการดำเนินงานการจัดการศึกษาการจัดการศึกษาผ่านกระบวนการเพิ่มศักยภาพครูด้วยการนิเทศโดยใช้กระบวนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) ที่ผู้บริหาร ครู ผู้ปกครอง ชุมชน ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนสถานศึกษาทำให้สถานศึกษา  มีการบริหารงานที่มีประสิทธิภาพมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ทั้งครู และนักเรียน ได้รับการยอมรับจากผู้ปกครอง ชุมชน สังคม และหน่วยงานต่าง ๆ

3. การตรวจสอบ (C : Check)

           หลังจากที่สถานศึกษาได้ปฏิบัติดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการประจำปีตามระยะเวลาที่กำหนดทั้ง 4 ฝ่าย จะมีการติดตามความก้าวหน้าของการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องเป็นประจำโดยทุกภาคส่วนตามกรอบระยะเวลาของแผนปฏิบัติการประจำปีและมีการติดตามประเมินผลเป็นระยะด้วยกลไกที่ก่อให้เกิดประโยชน์ในการปรับปรุงพัฒนางาน 4 ฝ่าย ให้เกิดประสิทธิภาพต่อการศึกษาและจัดทำรายงานผลการติดตามและประเมินผลการติดตามแผนปฏิบัติการประจำปีว่าบรรลุวัตถุประสงค์ตามที่กำหนดไว้หรือไม่ เพื่อเผยแพร่ให้กับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องรับทราบผลความก้าวหน้าในการปฏิบัติงานตามแผนยุทธศาสตร์ที่สถานศึกษากำหนด

4. A – Act การปรับปรุง

            เมื่อสถานศึกษาได้มีการกำกับติดตามและประเมินผลการดำเนินงานตามแผนโครงสร้างการบริหารจัดการศึกษา 4 ฝ่ายที่มุ่งเน้นการประเมินเพื่อพัฒนาและปรับปรุงการบริหารจัดการคุณภาพการศึกษาโดยการนำข้อมูลสารสนเทศที่ได้รับมาดำเนินการพัฒนาปรับปรุงแก้ไขการปฏิบัติงานทั้ง 4 ฝ่าย ตามข้อเสนอแนะจาก       การประเมินผลโครงการตามแผนยุทธศาสตร์ 5 ด้าน ของสถานศึกษาโดยการวางแผนออกแบบการปรับปรุงโดยใช้การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนเพื่อให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ (Vision) และพันธกิจ (Mission) ที่สถานศึกษากำหนด

ผลการดำเนินงานที่ส่งผลที่ดีต่อนักเรียนหรือสถานศึกษา

           จากการดำเนินการบริหารแบบมีส่วนร่วมเพื่อส่งเสริมผู้เรียนด้านความรู้คู่คุณธรรม ผลการพัฒนามาจากการใช้ UDOM + PLUS MODEL ในการดำเนินงานตามแนวทางที่สถานศึกษากำหนดเกิดผลการดำเนินการ ดังนี้

           1. ผลต่อสถานศึกษา

           สถานศึกษามีหลักสูตรฉบับปรับปรุงที่มีคุณภาพทุกปีการศึกษาโดยหลักสูตรเน้นการบูรณาการ การเรียนรู้เนื้อหาหลักสูตรสอดคล้องกับสถานการณ์ และความเปลี่ยนแปลงในโลกยุคปัจจุบัน เพื่อเติมทักษะชีวิต ทักษะด้านภาษาต่างประเทศ ทักษะการคิดด้านต่าง ๆ และหลักสูตรที่สนับสนุนอาชีพของผู้เรียนในอนาคต

           2. ผลต่อครูและบุคลากร

           ครูและบุคลากรทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมในทุกขั้นตอนของการดำเนินงานตามระบบ ตั้งแต่การมีส่วนร่วมในการกำหนดมาตรฐานการศึกษา การกำหนดค่าเป้าหมายโดยใช้ข้อมูลสารสนเทศจากการประเมินการปฏิบัติงานจริงของครูมาใช้เป็นฐานไปจนถึงผู้มีส่วนร่วมในการประเมินคุณภาพการศึกษา ให้ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาการศึกษาโดยใช้ UDOM + PLUS MODEL ตลอดจนนำข้อมูลสารสนเทศที่ได้ไปใช้ในการปรับปรุงการสอน และการดำเนินงานในปีการศึกษาต่อไป ก่อให้เกิดวัฒนธรรมการทำงานที่มีคุณภาพในสถานศึกษา ตามระบบ P D C A อย่างแท้จริง ทำให้ครูและบุคลากรตระหนักถึงบทบาทหน้าที่ และเห็นความสำคัญของการพัฒนาคุณภาพการศึกษา นอกจากนี้การบริหารงานแบบมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนทำให้มีข้อมูลส่วนกลางที่ได้มาตรฐาน ครูสามารถนำไปใช้ในการประเมินวิทยฐานะเพื่อนำไปสู่แนวทางการพัฒนาอาชีพครู และทักษะที่หลากหลายทำให้ครูผู้เชี่ยวชาญต้นแบบทุกกลุ่มสาระทุกปีการศึกษา

            3. ผลต่อนักเรียน

           นักเรียนทุกคนได้รับการพัฒนาสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ และพันธกิจของสถานศึกษา นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนดีขึ้นทั้ง 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ผ่านเกณฑ์มาตรฐานตามที่สถานศึกษากำหนด มีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ อ่าน คิด วิเคราะห์ เขียน และสมรรถนะ 5 ด้านอยู่ในระดับ 3 คือ ดีเยี่ยม และระดับ 2คือ ดี คิดเป็นร้อยละ 100.00  นอกจากนี้นักเรียนยังได้รับการสนับสนุนศักยภาพด้านวิชาการ ด้านกีฬา และทักษะอาชีพจนได้รับรางวัลต่าง ๆ แสดงผลเชิงประจักษ์ต่อชุมชน และสังคมโดยรอบสถานศึกษา

           4. ผลต่อชุมชน

            สังคม ชุมชนผู้ปกครองมีสถานศึกษาที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน มีการจัดการเรียนรู้ที่ส่งเสริมผู้เรียนด้านความรู้คู่คุณธรรมมุ่งสู่สากลที่ชุมชน ผู้ปกครองมีส่วนร่วมวางแผน ติดตาม ตรวจสอบได้ทุกระยะ

วิธีการประเมินผล

           1. ด้านคุณภาพผู้เรียน

           1.1 ประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนตามระเบียบวัดผลประเมินผลตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษา ขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 โดยการทดสอบทางการเรียนด้านความรู้ ทักษะ และเจตคติ ประเมินสมรรถนะ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ การอ่าน คิด วิเคราะห์ และเขียน ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551

           1.2 ประเมินประสิทธิภาพของผู้เรียนด้านอัตลักษณ์นักเรียน มีคุณธรรม โดยการสังเกตพฤติกรรมของนักเรียน การเข้าร่วมกิจกรรม กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน และกิจกรรมการแข่งขันระดับต่าง ๆ 

           1.3 ติดตามผลการศึกษาต่อของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3

            2. ด้านกระบวนการบริหารและจัดการ

           2.1 ประเมินคุณภาพการจัดการเรียนการสอนของครูด้านการสอนจากโครงการนิเทศภายในของโรงเรียน โดยสถานศึกษาได้นำกระบวนการชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) มาใช้ในกระบวนการนิเทศ          และการนิเทศแบบกัลยาณมิตรโดยมีผู้บริหาร หัวหน้าสายชั้น หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ และเพื่อนครูมาร่วม เป็นคู่นิเทศ

           2.2 ประเมินผลการปฏิบัติทุกด้านของครูทุกฝ่ายจากการปฏิบัติงานของครูจากทีมบริหารทั้ง 4 ฝ่าย

           2.3 การประเมินแผนงานโครงสร้างการบริหารงานจัดการศึกษา 4 ฝ่าย ประเมินตามแบบโครงการจากคณะกรรมการดำเนินงาน นักเรียน ครู และชุมชน

ปัจจัยภายในที่สนับสนุนให้เกิดความสำเร็จ

           1. ด้านผู้บริหาร

           ผู้บริหารมีบทบาทสำคัญยิ่งในการขับเคลื่อน การบริหารแบบมีส่วนร่วมเพื่อส่งเสริมผู้เรียนด้านความรู้คู่คุณธรรมในสถานศึกษาดังนี้

           1.1 ผู้บริหารทั้ง 4 ฝ่ายบริหารงานโดยใช้หลัก PDCA มีการประชุม การวางแผนการทำงานร่วมกันในการกำหนดนโยบาย วิสัยทัศน์ และพันธกิจที่ชัดเจนเพื่อมุ่งเน้นจัดคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาให้มีคุณภาพ

           1.2 สนับสนุนงบประมาณ จัดหาบุคลากรและทรัพยากรที่เพียงพอและเหมาะสมกับการดำเนินงานทั้ง 4 ฝ่าย

           1.3 กำกับติดตามและประเมินผลเป็นระยะให้คำแนะนำ ข้อเสนอแนะ และกำลังใจก่อให้เกิดการพัฒนาคุณภาพการศึกษาในสถานศึกษาอย่างต่อเนื่อง

           2. ด้านครู

            2.1 ครู คือกำลังสำคัญที่ขับเคลื่อนนำนโยบาย โครงการบริหารทั้ง 4 ฝ่าย มาดำเนินการปฏิบัติให้เกิดผลในรูปธรรมที่มุ่งเน้นพัฒนาผู้เรียนทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียมและทั่วถึง และเพื่อให้สถานศึกษาจัดการศึกษาอย่างมีคุณภาพเพื่อพัฒนาสู่อัตลักษณ์ผู้เรียนแห่งมหานครที่พร้อมด้วยคุณธรรม

            2.2 การพัฒนาอาชีพที่ต่อเนื่อง ตลอดปีการศึกษาของครู 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ก่อให้เกิดผลดีต่อการยกระดับคุณภาพการศึกษา ครูมีความเชี่ยวชาญเทคนิคการจัดการเรียนการสอนที่ทันสมัยสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้เรียน

            2.3 ครูมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้แผนการจัดการเรียนรู้ กระบวนการเรียนการสอน การใช้นวัตกรรมในการพัฒนาหรือแก้ปัญหา การวัดผลประเมินผลผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง โดยการนิเทศแบบ PLC และกัลยาณมิตร           

            2.4 การเป็นแบบอย่างที่ดีของครูในด้านคุณธรรมจริยธรรม รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และสถานศึกษา

           3. ด้านนักเรียน

         นักเรียนในสถานศึกษาเป็นปัจจัยนำเข้า (INPUT) ที่ส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษาตามกระบวนการ UDOM + PLUS MODEL เนื่องจากมีบทบาทหน้าที่สำคัญ คือ การศึกษาเล่าเรียนอย่างเต็มความสามารถปฏิบัติตามกฎระเบียบวินัยของโรงเรียน เคารพครูทีความสามัคคี และรักษาทรัพย์สินส่วนรวม รวมถึงการมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่าง ๆ ของสถานศึกษา กิจกรรมในชุมชน และกิจกรรมที่สถานศึกษาต่างๆ อย่างดีเยี่ยม

           4. ด้านชุมชน

           ปัจจัยในชุมชนที่มีต่อสถานศึกษาประกอบด้วย ด้านสังคม เศรษฐกิจ ภูมิศาสตร์ และวัฒนธรรม ซึ่งส่งผลต่อคุณภาพการศึกษาและแนวทางการบริหารจัดการ โดยชุมชนจะประกอบด้วยคณะกรรมการศึกษา ผู้ปกครอง และหน่วยงานของภาครัฐและเอกชนจะค่อยสนับสนุนเงินทุนในกิจกรรมต่าง ๆ ของสถานศึกษา มอบทุนการศึกษาสื่อการสอน อุปกรณ์การเรียนกับนักเรียนในโอกาสต่าง ๆ เสมอมาอย่างดี

ชื่อบุคคลหรือหน่วยงานภายนอกที่ให้การยอมรับ

           จากผลการบริหารแบบมีส่วนร่วมเพื่อส่งเสริมผู้เรียนด้านความรู้คู่คุณธรรมม

           1. บุคลากร

           บุคลากร ได้รับรางวัลครูดีเด่น ระดับดีเด่น 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ และได้รับรางวัลการประกวดการผลิตสื่อสิ่งประดิษฐ์อย่างต่อเนื่องทุกปีการศึกษา ผลงานเป็นที่ประจักษ์ได้รับการยอมรับจากเครือข่ายโรงเรียน เครือข่ายที่ 65 สำนักงานเขตหนองแขม กรุงเทพมหานคร สำนักการศึกษา ชุมชนและได้รับความชื่นชมจากคณะกรรมการสถานศึกษา ผู้ปกครอง

           2. นักเรียน

           ในแต่ละปีการศึกษานักเรียนได้รับรางวัลชนะเลิศ ระดับเหรียญทอง เหรียญเงิน เหรียญทองแดงจากการประกวดแข่งขันด้านวิชาการ 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ด้านกีฬา ด้านทักษะอาชีพ ด้านโครงงาน STEAM  โดยนักเรียนได้รับรางวัลต่อเนื่องทุกปีการศึกษาทำให้สถานศึกษาเป็นที่ยอมรับต่อสังคม ชุมชน รอบสถานศึกษา

การเผยแพร่แบบอย่างที่ดี

           ขั้นตอนการเผยแพร่แบบอย่างที่ดีมีการดำเนินการดังนี้

           1. การเตรียมองค์ความรู้ (Documentation)

           ถอดบทเรียนกระบวนการทำงานให้ชัดเจนมีขั้นตอนที่เป็นระบบคือ วงจร PDCA พร้อมหลักฐานเชิงประจักษ์ทั้งภาพถ่ายและผลการดำเนินงานตามโครงการบริหารทั้ง 4 ฝ่าย ดังแสดงแบบสรุปผลการดำเนินโครงการ (ดังภาพสรุปผลการดำเนินโครงการPDCA ที่ 27 - 28)

           2. การเผยแพร่ในสถานศึกษา (Internal)

           นำเสนอผลงานผ่านการประชุมคณะครู กิจกรรมหน้าเสาธง และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (PLC) เพื่อให้ครูและบุคลากรนำไปประยุกต์ใช้

           3. การเผยแพร่สู่ภายนอก (External)

           3.1 สื่อออนไลน์และเทคโนโลยี : เว็บไซต์โรงเรียน FACEBOOK : โรงเรียนวัดอุดมรังสี

           3.2 สื่อสิ่งพิมพ์ : แผ่นพับ (Broehure)  สรุปผลงาน

           3.3 กิจกรรมและเวทีวิชาการ : การจัดนิทรรศการ การประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้การประกวดนวัตกรรม โครงการระดับหน่วยงาน 

           4. การสร้างเครือข่ายความร่วมมือ : เชิญโรงเรียนในเครือข่ายมาศึกษาดูงาน                              

           5. การรายงานผลสรุปโครงการในรูปแบบ PDCA ลงในไลน์กลุ่มสถานศึกษา                             

 


ผลจากการปฏิบัติ

ผลการดำเนินงานที่ส่งผลที่ดีต่อนักเรียนหรือสถานศึกษา

           จากการดำเนินการบริหารแบบมีส่วนร่วมเพื่อส่งเสริมผู้เรียนด้านความรู้คู่คุณธรรม ผลการพัฒนามาจากการใช้ UDOM + PLUS MODEL ในการดำเนินงานตามแนวทางที่สถานศึกษากำหนดเกิดผลการดำเนินการ ดังนี้

           ผลต่อสถานศึกษา

           สถานศึกษามีหลักสูตรฉบับปรับปรุงที่มีคุณภาพทุกปีการศึกษาโดยหลักสูตรเน้นการบูรณาการ การเรียนรู้เนื้อหาหลักสูตรสอดคล้องกับสถานการณ์ และความเปลี่ยนแปลงในโลกยุคปัจจุบัน เพื่อเติมทักษะชีวิต ทักษะด้านภาษาต่างประเทศ ทักษะการคิดด้านต่าง ๆ และหลักสูตรที่สนับสนุนอาชีพของผู้เรียนในอนาคต

           ผลต่อครูและบุคลากร

        ครูและบุคลากรทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมในทุกขั้นตอนของการดำเนินงานตามระบบ ตั้งแต่การมีส่วนร่วมในการกำหนดมาตรฐานการศึกษา การกำหนดค่าเป้าหมายโดยใช้ข้อมูลสารสนเทศจากการประเมินการปฏิบัติงานจริงของครูมาใช้เป็นฐานไปจนถึงผู้มีส่วนร่วมในการประเมินคุณภาพการศึกษา ให้ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาการศึกษาโดยใช้ UDOM + PLUS MODEL ตลอดจนนำข้อมูลสารสนเทศที่ได้ไปใช้ในการปรับปรุงการสอน และการดำเนินงานในปีการศึกษาต่อไป ก่อให้เกิดวัฒนธรรมการทำงานที่มีคุณภาพในสถานศึกษา ตามระบบ P D C A อย่างแท้จริง ทำให้ครูและบุคลากรตระหนักถึงบทบาทหน้าที่ และเห็นความสำคัญของการพัฒนาคุณภาพการศึกษา นอกจากนี้การบริหารงานแบบมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนทำให้มีข้อมูลส่วนกลางที่ได้มาตรฐาน ครูสามารถนำไปใช้ในการประเมินวิทยฐานะเพื่อนำไปสู่แนวทางการพัฒนาอาชีพครู และทักษะที่หลากหลายทำให้ครูผู้เชี่ยวชาญต้นแบบทุกกลุ่มสาระทุกปีการศึกษา

           ผลต่อนักเรียน

           นักเรียนทุกคนได้รับการพัฒนาสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ และพันธกิจของสถานศึกษา นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนดีขึ้นทั้ง 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ผ่านเกณฑ์มาตรฐานตามที่สถานศึกษากำหนด มีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ อ่าน คิด วิเคราะห์ เขียน และสมรรถนะ 5 ด้านอยู่ในระดับ 3 คือ ดีเยี่ยม และระดับ 2คือ ดี คิดเป็นร้อยละ 100.00  นอกจากนี้นักเรียนยังได้รับการสนับสนุนศักยภาพด้านวิชาการ ด้านกีฬา และทักษะอาชีพจนได้รับรางวัลต่าง ๆ แสดงผลเชิงประจักษ์ต่อชุมชน และสังคมโดยรอบสถานศึกษา

           ผลต่อชุมชน

            สังคม ชุมชนผู้ปกครองมีสถานศึกษาที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน มีการจัดการเรียนรู้ที่ส่งเสริมผู้เรียนด้านความรู้คู่คุณธรรมมุ่งสู่สากลที่ชุมชน ผู้ปกครองมีส่วนร่วมวางแผน ติดตาม ตรวจสอบได้ทุกระยะ


เอกสารเพิ่มเติม :[ดาวน์โหลดเอกสาร]