การนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาพัฒนาสู่การเปิดเส้นทางอาชีพ
โดยเริ่มจากการส่งเสริมและพัฒนาเยาวชนให้มีทัศนคติที่ดีต่อการประกอบอาชีพค้าขาย
และการเรียนรู้ทักษะชีวิต เป็นสิ่งสำคัญในการเตรียมความพร้อมให้กับเด็กและผู้ใหญ่เพื่อให้อยู่ร่วมกับความเสี่ยงและความท้าทาย
ในยุคปัจจุบันได้
รวมถึงยังทำให้เกิดปฏิสัมพันธ์กันในเชิงบวกและอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างเป็นสุข
การเรียนรู้ทักษะชีวิตเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้เกิดคุณภาพการศึกษากล่าวคือ
เป็นการเรียนรู้ที่เน้นกระบวนการในการพัฒนาความสามารถที่จำเป็น
มีเนื้อหาความรู้ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน
และมีการใช้เทคนิคและกระบวนการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาทักษะและการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม
เพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติงานจริงในสภาพแวดล้อมของสังคมปัจจุบัน
ซึ่งทางโรงเรียนวัดทรัพย์สโมสร สำนักงานเขตหนองจอก ได้จัดทำกิจกรรมภูมิปัญญาท้องถิ่น ในแต่ละระดับชั้นดังนี้
๑.
ระดับชั้นอนุบาล
๑ ถึง อนุบาล ๓ จัดทำกิจกรรมวุ้นแฟนซี
๒.
ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่
๑ จัดทำกิจกรรมปลูกต้นอ่อนทานตะวัน
๓.
ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่
๒ จัดทำกิจกรรมลูกปัดแสนสวย
๔.
ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่
๓ จัดทำกิจกรรมผักไฮโดรโปนิกส์สานใจ
ไร้สารพิษ
๕.
ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่
๔ จัดทำกิจกรรมไข่เค็มหรรษา
๖.
ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่
๕ จัดทำกิจกรรมน้ำหมักชีวภาพ
๗.
ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่
๖ จัดทำกิจกรรมสานตะกร้า
เพื่อให้เห็นภาพกระบวรการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรม
โรงเรียนวัดทรัพย์สโมสร ได้กำหนดกิจกรรมตามวงจรคุณภาพ (PDCA) ดังนี้
การดำเนินรูปแบบ PDCA
![]() |


รายละเอียดการดำเนินกิจกรรมภูมิปัญญาท้องถิ่นแต่ละระดับชั้น
๑. ระดับชั้นอนุบาล ๑ ถึง อนุบาล ๓ กิจกรรมวุ้นแฟนซี
เน้นการพัฒนาทักษะกล้ามเนื้อมัดเล็กผ่านการหยอดและการตกแต่งวุ้น
เด็ก ๆ จะได้เรียนรู้เรื่องสีสันจากธรรมชาติ และรูปทรงเรขาคณิตจากแม่พิมพ์
ช่วยส่งเสริมจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ และ
ฝึกความอดทนในการรอคอยให้ชิ้นงานสำเร็จ
๒. ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่
๑ กิจกรรมปลูกต้นอ่อนทานตะวัน
เน้นให้ผู้เรียนเข้าใจวงจรชีวิตของพืชผ่านการปฏิบัติจริง
ตั้งแต่การเตรียมเมล็ด การเพาะปลูก และการดูแลรักษา
เป็นการปลูกฝังความรับผิดชอบและความเมตตาต่อสิ่งมีชีวิต
อีกทั้งยังเป็นจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้ด้านเกษตรกรรมแบบง่ายที่สามารถสร้างรายได้ในครัวเรือน
๓. ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่
๒ กิจกรรมลูกปัดแสนสวย
เป็นกิจกรรมที่ช่วยพัฒนาสมาธิและความละเอียดรอบคอบ
ผู้เรียนจะได้ฝึกทักษะการออกแบบ การเลือกใช้สี และการร้อยเรียงลวดลาย
เพื่อสร้างสรรค์เป็นเครื่องประดับหรือของใช้เบื้องต้น
ช่วยสร้างความภาคภูมิใจในผลงานของตนเอง และฝึกพื้นฐานงานประณีตศิลป์
๔. ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่
๓ กิจกรรมผักไฮโดรโปนิกส์สานใจ
ไร้สารพิษ
ยกระดับการเรียนรู้ด้านเกษตรสู่เทคโนโลยีสมัยใหม่
ที่ประหยัดพื้นที่และปลอดภัยต่อสุขภาพผู้เรียนจะได้เรียนรู้ระบบน้ำและการจัดการสารอาหารพืช
บูรณาการความรู้ทางวิทยาศาสตร์เข้ากับ ความใส่ใจสิ่งแวดล้อม
เพื่อสร้างทัศนคติที่ดีต่อการผลิตอาหารสะอาดเพื่อบริโภค
๕. ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่
๔ กิจกรรมไข่เค็มหรรษา
เรียนรู้ทักษะถนอมอาหารตามภูมิปัญญาไทย
โดยเน้นกระบวนการคัดเลือกวัตถุดิบ การใช้อัตราส่วนผสมของดินพอกหรือน้ำเกลือ
และการสังเกตการณ์เปลี่ยนแปลงตามระยะเวลา
กิจกรรมนี้ช่วยให้เห็นแนวทางการแปรรูปผลผลิตเพื่อเพิ่มมูลค่า
และการเก็บรักษาอาหารไว้ใช้ในระยะยาว
๖. ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่
๕ กิจกรรมน้ำหมักชีวภาพ
ส่งเสริมความเข้าใจเรื่องการจัดการขยะอินทรีย์
และการพึ่งพาตนเองตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง
ผู้เรียนจะได้ลงมือทำน้ำหมักชีวภาพเพื่อใช้ในการเกษตร และครัวเรือน
ช่วยลดการใช้สารเคมี
ปลูกฝังจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อม และลดรายจ่ายในการเพาะปลูก
๗. ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่
๖ กิจกรรมสานตะกร้า
เป็นการฝึกทักษะงานช่างฝีมือขั้นสูงที่ต้องใช้ความประณีตและความพากเพียร
ผู้เรียนจะได้เรียนรู้ลายจักสานพื้นฐานและการการขึ้นรูปภาชนะ
ซึ่งเป็นมรดกทางภูมิปัญญาที่ทรงคุณค่า
กิจกรรมนี้มุ่งเตรียมความพร้อมสู่การประกอบอาชีพในอนาคต
และการอนุรักษ์ศิลปหัตถกรรมท้องถิ่นให้คงอยู่
การนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาบูรณาการสู่กระบวนการเรียนรู้ในครั้งนี้ เป็นการเปิดประตูสู่เส้นทางอาชีพ ที่ทำให้นักเรียนค้นพบศักยภาพของตนเอง พร้อมก้าวไปสู่การเป็นผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่สามารถสร้างคุณค่าและรายได้เลี้ยงตนเองได้อย่างยั่งยืน
จากการดำเนินกิจกรรมที่มุ่งเน้นการนำภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่เส้นทางอาชีพ
ผลที่เกิดขึ้นมีดังนี้
๕.๑ การเรียนรู้และปฏิบัติจริง
- นักเรียนระดับชั้นอนุบาล
1 ถึงระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖
ได้มีโอกาสเรียนรู้และลงมือปฏิบัติกิจกรรมผ่านภูมิปัญญาท้องถิ่น
ทำให้เกิดทักษะความชำนาญตามช่วงวัย
-
นักเรียนมีความเข้าใจในวิถีชีวิตและอาชีพในชุมชนของตนเองมากขึ้น
ผ่านการถ่ายทอดจากวิทยากรและครูผู้สอน
ทำให้เกิดปฏิสัมพันธ์เชิงบวกระหว่างโรงเรียนและภูมิปัญญาในพื้นที่
- นักเรียนได้เรียนรู้ทักษะการซื้อ
การขาย และสื่อสาร
๕.๒
การนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในอนาคต
-
นักเรียนร้อยละ 87.96
สามารถสรุปขั้นตอนการทำงานและสร้างสรรค์ผลงานที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเองได้
ซึ่งถือเป็นต้นทุนความรู้และพื้นฐานสำคัญในการประกอบอาชีพหรือหารายได้เสริมในอนาคต
-
นักเรียนมีทัศนคติที่ดีต่ออาชีพสุจริต
มีความภาคภูมิใจในผลงานที่เกิดจากน้ำพักน้ำแรงของตนเอง
และเกิดความคิดสร้างสรรค์ในการต่อยอดผลผลิตจากภูมิปัญญาให้มีความทันสมัยมากขึ้น