3.1 ศึกษาบริบทและความหลากหลายของผู้เรียน
โดยทำการสำรวจข้อมูลนักเรียน
การนับถือศาสนาของนักเรียน ลักษณะชุมชน วัฒนธรรมรอบโรงเรียน
เพื่อนำมาวางแผนการดำเนินงาน โดยจากข้อมูลพบว่านักเรียนส่วนใหญ๋ร้อยละ60
นับถือศาสนาอิสลาม นับถือศาสนาพุทธ เกือบร้อยละ40
และมีนักเรียนที่นับถือศาสนาคริสต์บางเป็นส่วนน้อย ทำให้นักเรียนมีความหลายหลาย
มีความแตกต่างกันด้านศาสนา ด้านวัฒนธรรม ดังนั้นกิจกรรมการเรียนการสอน
จึงต้องจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกันอย่างสันติ
ส่งเสริมการเข้าใจซึ่งกันและกัน นักเรียนสามารถเรียนร่วมกันอย่างมีความสุขบนความแตกต่าง
3.2 กำหนดแนวทางการจัดการศึกษาแบบพหุวัฒนธรรม
มีการประชุมครู ผู้บริหาร คณะกรรมการสถานศึกษา เพื่อสร้างความเข้าใจสภาพบริบทของนักเรียน และร่วมกันกำหนดกิจกรรมพหุวัฒนธรรม ในการจัดการเรียนการสอน เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และปลูกฝังคุณลักษณะการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม โดยบูรณาการในกิจกรรมการเรียนการสอน และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนอย่างเป็นระบบ
3.3 ดำเนินกิจกรรมพหุวัฒนธรรม
3.3.1 จัดกิจกรรมพหุวัฒนธรรม บูรณาการในทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ เช่น ในวิชาสังคมศึกษา วิชาศิลปะ วิชาวิทยาศาสตร์ วิชาการงานอาชีพ วิชาชมรม เป็นต้น โดยให้นักเรียนได้เรียนรู้ความแตกต่างด้านวัฒนธรรมของนักเรียนที่นับถือศาสนาต่างกัน เช่น ด้านพิธีกรรม ด้านภาษา ด้านอาหาร ด้านการแต่งกาย เช่น คุณครูจัดกิจกรรมกลุ่ม ให้นักเรียนศึกษาเรื่องศาสนาในชุมชน/ศาสนาที่ตนนับถือ และออกมานำเสนอหน้าชั้นเรียน , การจัดนิทรรศการพหุวัฒนธรรม เป็นต้น
3.3.3 จัดกิจกรรมให้ความรู้เรื่องวัฒนธรรมต่างๆ เพื่อพัฒนาทักษะการอยู่ร่วมกันอย่างสันติในสังคม พหุวัฒนธรรม
3.3.4 จัดกิจกรรมพหุวัฒนธรรมในช่วงเข้าแถวเคารพธงชาติ โดยนักเรียนที่นับถือศาสนาพุทธ ได้ทำการสวดมนต์ และนักเรียนที่นับถือศาสนาอิสลาม ได้ทำพิธีปฏิญาณตนทางศาสนาในทุกวัน
3.3.5 การจัดกิจกรรมให้นักเรียนได้ปฏิบัติศาสนกิจทางศาสนาของตนเอง เพื่อเป็นการส่งเสริมกิจกรรม
พหุวัฒนธรรมในโรงเรียน
3.3.6 การจัดการเรียนการสอนวิชาจริยศึกษาในศาสนาที่นักเรียนนับถือ
3.3.7
การจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมให้นักเรียนได้เข้าร่วมพิธีกรรมในวันสำคัญทางศาสนา
ที่จัดขึ้นภายนอก
โรงเรียน
นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความหลากหลายทางวัฒนธรรมและศาสนา
เช่น ศาสนาพุทธและศาสนาอิสลาม นักเรียนมีความเข้าใจเรื่องความสำคัญของวันสำคัญทางศาสนา
ประเพณี และวิถีชีวิตที่แตกต่างกัน
นักเรียนสามารถอยู่ร่วมกันกับผู้อื่นที่มีความแตกต่างทางศาสนาและวัฒนธรรมได้อย่างเหมาะสม
เรียนรู้การเคารพสิทธิ รับฟังความคิดเห็น และทำงานร่วมกันเป็นทีม นักเรียนให้ความร่วมมือในการจัดกิจกรรม เช่น
การจัดนิทรรศการ การนำเสนอผลงาน การแสดงทางวัฒนธรรม ด้านภาษาไทย ด้านอาหาร
ด้านประเพณี และการเข้าร่วมกิจกรรมวันสำคัญทางศาสนา นักเรียนมีความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนๆต่างศาสนา
และการจัดกิจกรรมพหุวัฒนธรรมยังสามารถลดความขัดแย้ง
ทำให้นักเรียนเกิดความสามัคคี
และสร้างบรรยากาศการเรียนรู้แบบพหุวัฒนธรรมในโรงเรียน ส่งผลการให้ประเมินคุณภาพภายใน
คุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามหลักสูตรสถานศึกษา อยู่ในระดับยอดเยี่ยม ร้อยละ 96.43รดำเนินงานกิจกรรมพหุวัฒนธรรม ทำให้นักรียนเกิดการเคารพผู้อื่น เกิดทักษะการอยู่ร่วมกันอย่างสันติใน
สังคมพหุวัฒนธรรม
ทำให้การดำเนินงานในโครงการพหุวัฒนธรรม มีผลสำเร็จของโครงการ คิดเป็นร้อยละ 95.70 เป็นการส่งเสริมให้นักเรียนเคารพตนเอง
นักเรียนได้ปฏิบัติตนตามหลักการในศาสนาของตนเอง ส่งผลให้เด็กชายวินท์ปกรณ์ เพ็งพวง และเด็กชายวาริช กันซัน ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่ง จากการแข่งขันคำศัพท์ภาษาอาหรับ ชั้นประถมศึกษา ระดับสำนักการศึกษา