3. กระบวนการผลิตผลงานหรือขั้นตอนการดำเนิน
3.1 กระบวนการผลิตผลงาน
โรงเรียนวัดโพธิ์ (ราษฎร์ผดุงผล) ดำเนินงานขับเคลื่อนการพัฒนาคุณภาพเด็กปฐมวัยให้สอดคล้องกับทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 โดยมีนโยบายมุ่งเน้นการส่งเสริมทักษะการกำกับตนเองของสมองส่วนหน้า (Executive Functions: EF) ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญของการเรียนรู้ การปรับตัว และการสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีในการดำเนินชีวิต ทางโรงเรียนจึงได้นำรูปแบบการจัดประสบการณ์การเรียนรู้แบบ Active-Based Learning (ABL) มาใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนอย่างเป็นระบบ
การดำเนินงานดังกล่าวได้ส่งเสริมให้ครูปฐมวัยมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ด้วยแนวคิดเชิงระบบ โดยออกแบบกิจกรรมที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ และเปลี่ยนจากการเรียนรู้แบบรับฟังความรู้มาเป็นการให้เด็กได้ลงมือปฏิบัติจริง ครูผู้สอนจะทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยความสะดวก (Facilitator) ในการบูรณาการเป้าหมายการพัฒนา EF เข้ากับ "กิจวัตรประจำวัน" เพื่อยกระดับให้เป็น "กิจวัตรเชิงรุก" ที่มีความหมายต่อเด็ก ผ่านการใช้เทคนิคการลดการชี้แนะทีละขั้น (Scaffolding) กระบวนการนี้เปิดโอกาสให้เด็กได้ฝึกทักษะการคิดวิเคราะห์ การทำงาน การวางแผน ตัดสินใจ และรู้จักสร้างองค์ความรู้รวมถึงควบคุมตนเองได้ด้วยตนเองอย่างเป็นธรรมชาติและต่อเนื่อง
กระบวนการจัดการเรียนรู้แบบ Active-Based Learning เพื่อส่งเสริมทักษะ EF นี้ เป็นการพัฒนานักเรียนให้สามารถกำกับความคิด อารมณ์ และพฤติกรรมของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสอดคล้องกับความคาดหวังของผู้ปกครองและชุมชนที่ต้องการให้โรงเรียนพัฒนานักเรียนให้เป็นคนดี มีปัญญา มีคุณธรรม
มีความสุข มีสมรรถนะสูงและมีภูมิคุ้มกันที่เข้มแข็งพร้อมสำหรับการเติบโตเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพในอนาคตต่อไป ตามขั้นตอนที่แสดงไว้ใน Flow Chart ของ PDRES MODEL โรงเรียนวัดโพธิ์ (ราษฎร์ผดุงผล)
จากการดำเนินงานวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ ในการดำเนินงานโดยใช้แนวคิด PDRES MODEL รูปแบบการขับเคลื่อนการดำเนินงานพัฒนาศักยภาพครูเพื่อส่งเสริมทักษะทางสมอง EF ของเด็กปฐมวัย โดยใช้หลักการจัดการคุณภาพโดยใช้กระบวนการ PDRES MODEL เป็นตัวขับเคลื่อนมีกระบวนการทำงาน โดยยึดหลักการในการทำงาน ได้แก่ การวางแผนปฏิบัติการ (P-Plan) การดำเนินกิจกรรมตามแผนที่กำหนดไว้ (D-Do) การสะท้อนคิด (R-Reflect) การติดตามและประเมินผล (E-Evaluate) และการพัฒนาอย่างยั่งยืน (S-Sustain) เพื่อให้เกิดความเหมาะสมตามบริบทของนักเรียนระดับดับปฐมวัย ดังนี้
3.1.1 ปัจจัยนำเข้า (Input)
การศึกษาปัจจัยนำเข้า (Input) ได้แก่ สำรวจและวิเคราะห์สภาพปัจจุบัน ด้านการบริหารจัดการ (4M) ได้แก่ MAN : จำนวนผู้บริหาร ครูและนักเรียน MONEY : การบริหารจัดการงบประมาณตามโครงการ MATERIAL : วัสดุ/อุปกรณ์ และ MANAGEMENT : แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา, แผนปฏิบัติการ, โครงการ, ภาคีเครือข่าย
3.2 กระบวนการ (Process)
การจัดกิจกรรมเรียนรู้โดยรูปแบบ PDRES MODEL โรงเรียนวัดโพธิ์ (ราษฎร์ผดุงผล) ตามขั้นตอนดังนี้
ขั้นตอนที่ 1 การวางแผนปฏิบัติการ (Plan)
จัดตั้งคณะทำงานและกำหนดบทบาทหน้าที่ มีการประชุมวางแผน กำหนดนโยบายของสถานศึกษา ประชุมชี้แจงคุณครู ครูพี้เลี้ยงและทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ให้มีความรู้ความเข้าใจตรงกัน ชี้แจงแนวทาง EF 9 ด้าน, Active-Based Learning (ABL), และการใช้ BMA.EF-101เตรียมสื่อ/คู่มือ/แบบฝึกสำหรับการอบรมและการปฏิบัติ
ขั้นตอนที่ 2 การดำเนินกิจกรรมตามแผนที่กำหนดไว้ (Do)
จัดอบรมเชิงปฏิบัติการให้ครูเกี่ยวกับ EF 9 ด้าน และการบูรณาการ EF ในกิจวัตรประจำวัน ฝึกปฏิบัติการใช้ Active-Based Learning (ABL) ผ่านกิจกรรมตัวอย่าง เช่น การเข้าแถว, การรับประทานอาหาร, การเปลี่ยนผ่านกิจกรรม ฝึกการใช้ BMA.EF-101 ในการสังเกตและบันทึกพฤติกรรมของเด็ก ทดลองใช้กิจกรรมจริงในชั้นเรียนตามแผนปฏิบัติการที่กำหนดไว้
ขั้นตอนที่ 3 การสะท้อนคิด (Reflect)
ครูนำผลการจัดกิจกรรมมาสะท้อนคิดแลกเปลี่ยนแลกประสบการณ์ แบ่งปันแนวคิดเพื่อพัฒนาแนวทางการสอนร่วมกัน ผ่านวงชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ PLC (Professional Learning Community) วิเคราะห์จุดเด่น ปัญหาและแนวทางในการปรับปรุงพัฒนา ผู้บริหารและศึกษานิเทศก์ร่วมให้ข้อเสนอแนะเพื่อนำไปปรับปรุงพัฒนาต่อไป
ขั้นตอนที่ 4 การติดตามและประเมินผล (Evaluate)
ประเมินการเปลี่ยนแปลงของครูทั้งด้านความรู้ ด้านทักษะและด้านพฤติกรรมการจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมทักษะสมอง EF ของเด็กปฐมวัย ใช้ BMA.EF-101 ในการติดตามผลการพัฒนาและสรุปผลการดำเนินงาน
ขั้นตอนที่ 5 การพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustain)
สร้างเครือข่าย ครูแกนนำ EF หรือครูทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยความสะดวก (FA:Facilitator) เพื่อเป็นแบบอย่างและขยายผล บรรจุแนวทาง EF-ABL ลงในแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนและเผยแพร่แนวทาง ขยายผลสู่เครือข่ายโรงเรียนอื่น ๆ
3.3 ผลผลิต (Output)
ผลผลิตเด็กปฐมวัยมีทักษะการกำกับตนเองที่ดี โดยใช้นวัตกรรมการบริหารจัดการ PDRES MODEL เพื่อให้เด็กปฐมวัยมีรากฐานทักษะทางสมอง EF (Executive Functions) ที่เข้มแข็ง ตระหนักรู้ ปลูกฝังให้ผู้เรียนสามารถควบคุมความคิด อารมณ์ และพฤติกรรมของตนเอง สามารถคิดวิเคราะห์ วางแผน ตัดสินใจ และลงมือปฏิบัติผ่านกิจวัตรเชิงรุกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนี้
3.3.1 ด้านความรู้และทักษะ
เด็กปฐมวัยได้รับการพัฒนาทักษะทางสมอง EF ครบทั้ง 9 ด้านอย่างสมดุล (อาทิ ความจำเพื่อใช้งาน การยับยั้งชั่งใจ การยืดหยุ่นทางความคิด) มีทักษะในการเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติจริง (Active-Based Learning) สามารถลำดับขั้นตอนการทำงาน คิดแก้ปัญหา และนำประสบการณ์ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในการจัดการตนเองในกิจวัตรประจำวันได้อย่างเหมาะสมตามวัย
3.3.2 ด้านทัศนคติ
เด็กปฐมวัยมีทัศนคติเชิงบวกต่อการเรียนรู้และการทำกิจกรรมต่าง ๆ มีความมุ่งมั่นจดจ่อต่อเป้าหมาย (Goal-Directed Persistence) เห็นคุณค่าในตนเอง (Self-Esteem) มีความมั่นใจและกล้าคิดกล้าทำอย่างสร้างสรรค์ รวมถึงมีความกระตือรือร้นและมีความสุขในการมีส่วนร่วมทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อนและครู
3.3.3 ด้านพฤติกรรม
เด็กปฐมวัยสามารถกำกับดูแลตนเองได้ ปฏิบัติตามข้อตกลงและกิจวัตรประจำวันของห้องเรียนได้อย่างเหมาะสม สามารถควบคุมอารมณ์และพฤติกรรม (Emotional Control และ Inhibitory Control) เมื่อเผชิญสถานการณ์ต่าง ๆ และมีพฤติกรรมการแสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อตนเอง งานที่ได้รับมอบหมาย และส่วนรวม
3.3.4 ด้านสิ่งแวดล้อมในโรงเรียน
สภาพแวดล้อมในโรงเรียนและห้องเรียนได้รับการออกแบบให้เอื้อต่อการจัดประสบการณ์แบบ Active-Based Learning มีสื่อและพื้นที่ที่ส่งเสริมให้เด็กได้ลงมือปฏิบัติเชิงรุกอย่างปลอดภัย มีการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระดับสถานศึกษา และมีการใช้ระบบการวัดประเมินผลผ่านเครื่องมือมาตรฐาน BMA.EF-101 เพื่อติดตามพัฒนาการอย่างต่อเนื่องเป็นรูปธรรม
3.3.5 ด้านการมีส่วนร่วมของครอบครัวและชุมชน
ผู้ปกครองและชุมชนมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนและร่วมมือกับโรงเรียนในการส่งเสริมพัฒนาการเด็ก มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการพัฒนาทักษะ EF และสามารถนำแนวทางการสร้าง “กิจวัตรเชิงรุก” ไปปรับใช้เพื่อส่งเสริมพัฒนาการอย่างต่อเนื่องที่บ้าน โดยเน้นความร่วมมือที่เข้มแข็งระหว่างสถานศึกษาและครอบครัวในการสร้างเด็กสมรรถนะสูง
4. ผลการดำเนินการ/ผลสัมฤทธิ์/ประโยชน์ที่ได้รับ
4.1 ผลการดำเนินงาน/ผลสัมฤทธิ์
โรงเรียนวัดโพธิ์ (ราษฎร์ผดุงผล) ได้ดำเนินการพัฒนานวัตนกรรมการขับเคลื่อนเพื่อพัฒนาการจัดประสบการณ์การเรียนรู้แบบ active - based learning เพื่อส่งเสริมทักษะทางสมอง EF ของเด็กปฐมวัย โดยใช้ PDRES MODEL จนก่อเกิดความสำเร็จดังนี้
1. ครูปฐมวัยมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับ ทักษะสมองส่วนหน้า (EF 9 ด้าน) และสามารถนำไปบูรณาการผ่านกิจวัตรประจำวันได้จริง
2. ครูปฐมวัยสามารถออกแบบและใช้ กระบวนการจัดการเรียนรู้แบบ Active-Based Learning (ABL) เพื่อส่งเสริม EF ของเด็กปฐมวัยในชั้นเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
3. ครูปฐมวัยมีทักษะในการใช้ แบบประเมิน BMA.EF-101 เพื่อติดตามและสะท้อนพัฒนาการของเด็กได้อย่างถูกต้องและสม่ำเสมอ
4. โรงเรียนเกิดเครือข่ายครูแกนนำ EF ภายในโรงเรียน ที่สามารถเป็นต้นแบบ ขยายผล และแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับครูโรงเรียนอื่น ๆ ได้
5. โรงเรียนมีระบบการจัดการเรียนรู้ที่เน้น EF ซึ่งสอดคล้องกับ หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 และแนวนโยบายด้านการศึกษาในศตวรรษที่ 21
6. เด็กปฐมวัยได้รับการพัฒนา EF อย่างเป็นระบบ ผ่านกิจวัตรประจำวัน จนเกิดเป็นพฤติกรรมที่ต่อเนื่องและยั่งยืนผู้ปกครองและชุมชนมีส่วนร่วมในการสนับสนุนการพัฒนา EF ของเด็ก โดยเชื่อมโยงการจัดกิจกรรมในโรงเรียนกับการดูแลที่บ้าน