3. กระบวนการหรือขั้นตอนการดำเนินงาน (ตามวงจรคุณภาพ PDCA)
3.1
ขั้นตอนการวางแผน(plan : P)
3.1.1 ครูร่วมประชุมชี้แจงหลักการเหตุผลความจำเป็นและวัตถุประสงค์ในการดำเนินกิจกรรมวางแผน กำหนดแนวทางการทำกิจกรรมของโครงการ กำหนดปฏิทินการจัดกิจกรรมตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2567 ถึงมีนาคม 2568
1) วิเคราะห์สภาพผู้เรียน (Student Analysis) เพื่อคัดกรองนักเรียนที่มีความสนใจและมีแววความสามารถทางด้านกีฬา
2) จัดทำแผนยุทธศาสตร์การฝึกซ้อม
3 ปี (พ.ศ. 2567-2569) และเขียนโครงการเพื่อขออนุมัติงบประมาณและทรัพยากรสนับสนุน
3) จัดทำ"คู่มือและแผนการฝึกซ้อมกีฬาเปตอง"ที่แบ่งระดับความยากง่ายตามช่วงวัย
(ป.1-ป.3 เน้นพื้นฐานและสมาธิ, ป.4-ป.6 เน้นความแม่นยำ, ม.1-ม.3 เน้นแทคติกและจิตวิทยาการแข่งขัน)
4) ปรับปรุงภูมิทัศน์และจัดเตรียมสนามเปตองภายในโรงเรียนให้ได้มาตรฐาน
3.1.2
กำหนดครูรับผิดชอบกิจกรรมตามความถนัดความสนใจพร้อมทั้งกำหนดตัวชี้วัดความสำเร็จ
3.2
ขั้นตอนการดำเนินงาน ( DO: D )
ดำเนินการฝึกซ้อมในนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่
1 ถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ตามตารางหลังเลิกเรียนอย่างเคร่งครัด
โดยแบ่งกระบวนการเป็น 3 ระยะ ได้แก่
3.2.1
ระยะปรับฐานราก (Foundation): ปฐมนิเทศนักเรียนและผู้ปกครองเพื่อสร้างข้อตกลงร่วมกัน
ปลูกฝังทัศนคติ "รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย" ฝึกทักษะพื้นฐาน เช่น การจับลูก
การยืน การโยนลูกเข้าหาแก่น (Pointing) และการตี (Shooting)
3.2.2 ระยะเสริมเทคนิค (Technical Development): กิจกรรมการฝึกพื้นฐานกีฬาเปตอง
ฝึกซ้อมตามสถานการณ์จำลอง การแก้เกม การทำงานเป็นทีม
และการควบคุมอารมณ์ภายใต้ความกดดัน
3.2.3
ระยะสร้างประสบการณ์ (Experience Building): จัดการแข่งขันภายใน
(Intramural) แบบลีกเก็บคะแนน ทั้งประเภทเดี่ยว คู่ และทีม
เพื่อจำลองบรรยากาศการแข่งขันจริง และคัดเลือกตัวแทนโรงเรียน
3.3
ขั้นตรวจสอบการดำเนินงาน( Check: C )
3.3.1 ทดสอบสมรรถภาพทางกายและทดสอบทักษะความแม่นยำรายบุคคลทุกสิ้นเดือน
3.3.2
ติดตามพฤติกรรมการเข้าเรียน การส่งงาน และระเบียบวินัยในห้องเรียนของนักกีฬา
หากพบว่ามีปัญหา จะต้องงดการฝึกซ้อมเพื่อไปปรับปรุงตัวทางวิชาการ
(ใช้กีฬาเป็นเครื่องมือควบคุมวินัย)
3.3.3
ประชุมสรุปผลการนำนักกีฬาไปแข่งขันรายการต่างๆ เพื่อวิเคราะห์จุดเด่น-จุดด้อย
3.4
ขั้นปรับปรุงแก้ไขพัฒนา (Action : A )
3.4.1
เมื่อดำเนินกิจกรรมทุกกิจกรรมเสร็จสิ้นคณะกรรมการแต่ละกิจกรรมจะประชุมร่วมกันเพื่อหาข้อสรุปผลการดำเนินกิจกรรมเป็นไปตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายหรือไม่
นำข้อมูลจากการประเมินและผลการแข่งขันมาทำกระบวนการทบทวนหลังการปฏิบัติ หากพบจุดอ่อน
เช่น นักเรียนขาดสมาธิในช่วงท้ายเกม
จะนำข้อมูลนี้ไปปรับปรุงแผนการฝึกซ้อมโดยเพิ่มการฝึกสมาธิและความทนทานของกล้ามเนื้อ
และนำบทเรียนทั้งหมดจัดทำเป็นเอกสารรวบรวมเทคนิคสำหรับใช้พัฒนานักกีฬาในรุ่นต่อไป
3.4.2
สรุปผลโครงการทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพรวมทั้งความพึงพอใจในการดำเนินโครงการนำผลที่ได้หาข้อที่ได้ค่าคะแนนน้อยที่สุดมาเป็นข้อมูลเพื่อหาแนวทางพัฒนาโครงการในปีการศึกษาต่อไป
ภาพที่ 1 กระบวนการหรือขั้นตอนการดำเนินงาน (ตามวงจรคุณภาพ PDCA)
4.วิธีการประเมินผล
สถานศึกษาใช้วิธีการประเมินผลที่หลากหลาย
เหมาะสม และเชื่อถือได้ ดังนี้
4.1
การทดสอบภาคปฏิบัติ โดยใช้แบบทดสอบทักษะกีฬาเปตองที่ได้มาตรฐาน
เพื่อวัดความแม่นยำและทักษะการเล่น
4.2 ใช้แบบสอบถามความพึงพอใจแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) 5 ระดับ ประเมินจากนักเรียน ผู้ปกครอง และครู เพื่อหาค่าเฉลี่ย นำมาวิเคราะห์ความสำเร็จของโครงการ
4.3 การสังเกตพฤติกรรม ประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ การมีวินัย และความมีน้ำใจนักกีฬา
5. ผลจากการปฏิบัติบรรลุเป้าหมาย (แสดงพัฒนาการ 3 ปีการศึกษา)
จากการดำเนินงานอย่างเป็นระบบ
ก่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์เชิงประจักษ์ที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน ดังนี้
5.1
ปีการศึกษา 2567
(ริเริ่มและสร้างฐาน): ผลต่อผู้เรียน: นักเรียนกลุ่มเป้าหมายร้อยละ 90
มีพัฒนาการทางร่างกายที่สมบูรณ์ มีสมาธิดีขึ้น
ส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ดีขึ้น และที่สำคัญ นักเรียนได้รับรางวัลชนะเลิศ การแข่งขันกีฬาเปตองประเภทเดี่ยวและคู่
รุ่นอายุไม่เกิน 16 ปีชาย
ในมหกรรมกีฬาช้างน้อยเกม ครั้งที่ 35
สังกัดกรุงเทพมหานคร
5.2
ปีการศึกษา 2568 (ยกระดับสู่ความเป็นเลิศ): ผลต่อโรงเรียนและชุมชน:
นักกีฬาของโรงเรียนสามารถพัฒนาขีดความสามารถจนทะลุขีดจำกัดของโรงเรียนระดับเขต
ก้าวขึ้นไป เป็นตัวแทนของกรุงเทพมหานคร เข้าร่วมการแข่งขันกีฬานักเรียนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทย
(อปท.) ณ จังหวัดร้อยเอ็ด
สร้างความภาคภูมิใจให้กับชุมชนและเครือข่ายผู้ปกครองอย่างยิ่ง ทำให้อัตราการขาดเรียนของนักเรียนกลุ่มเป้าหมายลดลงเหลือ
0%
5.3
ปีการศึกษา 2569
(ความยั่งยืนและเป็นต้นแบบ): * ผลเชิงระบบ: โครงการพัฒนาจนกลายเป็น
"วัฒนธรรมองค์กร" และนวัตกรรมการสอน
นักเรียนกลุ่มเสี่ยงปลอดจากปัญหายาเสพติดและพฤติกรรมรุนแรง 100% ครอบคลุมผู้เรียนในระดับขยายโอกาสทุกคน
โรงเรียนมีคู่มือแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice Manual) ที่ตกผลึกจากประสบการณ์จริง
พร้อมสำหรับเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ให้แก่สถานศึกษาอื่น
6.ปัจจัยหรือสิ่งสนับสนุนที่ให้เกิดความสำเร็จ
6.1 สำนักงานเขตบางบอน
ให้การสนับสนุนและเล็งเห็นความสำคัญของการกีฬา
เพื่อพัฒนาเยาวชนและใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์
6.2 ณะผู้บริหาร
คณะครู และบุคลากรโรงเรียนบ้านนายเหรียญ
มีวิสัยทัศน์ร่วมกันในการผลักดันกิจกรรมที่ป้องกันปัญหายาเสพติดในโรงเรียนขยายโอกาส
6.3 ชุมชน
เครือข่ายคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และเครือข่ายผู้ปกครอง ให้ความไว้วางใจ
สนับสนุนทรัพยากร และให้ความร่วมมือในการส่งนักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง
7. บุคคลหรือหน่วยงานที่ให้การยอมรับ
/ รางวัลที่ได้รับ
โครงการได้รับการยอมรับเชิงประจักษ์
ทั้งในระดับบุคคลและระดับสถานศึกษา ดังนี้
7.1 ระดับผู้เรียนและสถานศึกษา: ได้รับรางวัลชนะเลิศกีฬาช้างน้อยเกม ครั้งที่ 35 และเป็นตัวแทนระดับกรุงเทพมหานครแข่งขันกีฬา อปท. ระดับประเทศ
7.2 ระดับครูผู้สอน: นายสันติ จันทร์อาภาส ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติให้รับรางวัล "ครูดีเด่นเครือข่ายวิชาการที่ 76" และรางวัล "ครูดีเด่นระดับสำนักการศึกษากรุงเทพมหานคร"
8. การเผยแพร่แบบอย่างที่ดี
(Dissemination)
โรงเรียนบ้านนายเหรียญได้นำผลสำเร็จจากโครงการนี้
จัดทำเป็นองค์ความรู้และคู่มือแบบฝึกทักษะกีฬาเปตอง และได้ดำเนินการ "เผยแพร่และขยายผล" ให้แก่สถานศึกษาเครือข่าย
เพื่อนำไปปรับใช้ประโยชน์ในการจัดการเรียนการสอนและการฝึกซ้อมกีฬาในบริบทของตนเอง
โดยมีสถานศึกษาและหน่วยงานที่นำแนวทางนี้ไปใช้ปฏิบัติจริง จำนวน 8 แห่ง ได้แก่
1.
โรงเรียนวัดบางบอน
2.
โรงเรียนบ้านนายสี
3.
โรงเรียนบ้านนายผล
4.
โรงเรียนพรหมราษฎร์รังสรรค์
5.
โรงเรียนพระยามณฑาตุราชศรีพิจิตร
6.
โรงเรียนคงโครัดอุทิศ
7. โรงเรียนสถานีพรมแดน
8. โรงเรียนวัดนินสุขาราม