สำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร
Department of Education
Less is More : ยิ่งลดหวาน มัน เค็ม ยิ่งห่างโรค NCDs
โรงเรียนวัดคลองเตย
กระบวนการพัฒนา

3. ขั้นตอนการดำเนินงาน

สถานศึกษาดำเนินงานตามกระบวนการบริหารคุณภาพแบบมีส่วนร่วม โดยมีขั้นตอนสำคัญ ดังนี้

3.1 ศึกษาสภาพปัญหาและวิเคราะห์บริบท

โรงเรียนดำเนินการศึกษาสภาพปัญหาเกี่ยวกับพฤติกรรมการบริโภคของผู้เรียน สภาวะสุขภาพเบื้องต้น ตลอดจนปัจจัยเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง โดยใช้ข้อมูลจากการคัดกรองสุขภาพ การสังเกตพฤติกรรมการเลือกซื้ออาหารในโรงเรียน และข้อมูลสะท้อนจากครู ผู้ปกครอง และชุมชน เพื่อนำมาวิเคราะห์สภาพจริงและกำหนดแนวทางการพัฒนาอย่างเหมาะสม

3.2 กำหนดนโยบายและวางแผนดำเนินงาน

ผู้บริหารสถานศึกษาร่วมกับคณะครูและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกำหนดนโยบายและจัดทำแผนดำเนินงานโครงการ Less is More : ยิ่งลดหวาน มัน เค็ม ยิ่งห่างโรค NCDs โดยกำหนดเป้าหมายเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณอย่างชัดเจน พร้อมทั้งแต่งตั้งคณะทำงานรับผิดชอบในแต่ละด้าน

3.3 พัฒนานักเรียนแกนนำและสร้างการมีส่วนร่วม

โรงเรียนคัดเลือกและพัฒนานักเรียนแกนนำด้านสุขภาพให้มีความรู้เกี่ยวกับโรค NCDs แนวทางการป้องกัน การเลือกรับประทานอาหารอย่างเหมาะสม การอ่านฉลากโภชนาการ และการดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวัน เพื่อเป็นผู้นำในการถ่ายทอดความรู้แก่เพื่อนนักเรียนและผู้เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้ปกครอง ร้านค้าในโรงเรียน และชุมชนในการขับเคลื่อนกิจกรรมร่วมกัน

3.4 ดำเนินกิจกรรมบูรณาการอย่างต่อเนื่อง

โรงเรียนดำเนินกิจกรรมในรูปแบบที่หลากหลายและครอบคลุมทั้งในและนอกห้องเรียน ได้แก่

  • กิจกรรมให้ความรู้หน้าเสาธง โดยนักเรียนแกนนำเป็นผู้ถ่ายทอดสาระความรู้เกี่ยวกับโรค NCDs
  • การบูรณาการเนื้อหาเกี่ยวกับการลดหวาน มัน เค็ม ในการจัดการเรียนรู้ของแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้
  • การตรวจร้านค้าในโรงเรียน และส่งเสริมการจำหน่ายอาหารที่ปลอดภัยและเหมาะสมต่อสุขภาพ
  • การคัดกรองสุขภาพของนักเรียนเป็นระยะ
  • การจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์และสื่อรณรงค์ภายในโรงเรียน
  • การสร้างความร่วมมือกับผู้ปกครองในการดูแลพฤติกรรมการบริโภคของผู้เรียนที่บ้าน
  • การลงพื้นที่ชุมชนเพื่อเผยแพร่ความรู้และสร้างความตระหนักด้านการป้องกันโรค NCDs

3.5 นิเทศ ติดตาม และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

โรงเรียนดำเนินการนิเทศ กำกับ ติดตาม และประเมินผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง โดยนำผลการประเมินและข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วนมาปรับปรุงกระบวนการดำเนินงานให้สอดคล้องกับบริบทของโรงเรียนและความต้องการของผู้เรียน อันนำไปสู่ความยั่งยืนของการดำเนินงาน


ผลจากการปฏิบัติ

จากการดำเนินงานตามแนวปฏิบัติที่ดีดังกล่าว ส่งผลให้ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคไม่ติดต่อเรื้อรังเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน สามารถอธิบายสาเหตุ ปัจจัยเสี่ยง และแนวทางการป้องกันโรค NCDs ได้ถูกต้อง และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสม

ผู้เรียนมีพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่เหมาะสมมากขึ้น โดยรู้จักเลือกบริโภคอาหารที่มีประโยชน์ ลดการบริโภคอาหารและเครื่องดื่มที่มีรสหวาน มัน และเค็มเกินความจำเป็น อีกทั้งยังเกิดความตระหนักในการดูแลสุขภาพของตนเองอย่างต่อเนื่อง

นักเรียนแกนนำมีภาวะผู้นำ กล้าแสดงออก สามารถสื่อสารความรู้ด้านสุขภาพแก่เพื่อนนักเรียน ผู้ปกครอง และชุมชนได้อย่างสร้างสรรค์ ส่งผลให้ผู้เรียนเกิดสมรรถนะสำคัญทั้งด้านการคิด การสื่อสาร การใช้ทักษะชีวิต และการทำงานร่วมกับผู้อื่น

ในด้านสภาพแวดล้อมของโรงเรียน พบว่าร้านค้าในโรงเรียนมีการปรับเมนูอาหารและเครื่องดื่มให้เหมาะสมต่อสุขภาพมากขึ้น ผู้ปกครองให้ความร่วมมือในการดูแลเรื่องอาหารของบุตรหลาน และชุมชนมีความตระหนักรู้ด้านการป้องกันโรค NCDs เพิ่มขึ้น อันสะท้อนให้เห็นถึงผลสำเร็จของการดำเนินงานที่ส่งผลต่อผู้เรียนทั้งทางตรงและทางอ้อมอย่างเป็นรูปธรรม

ตัวอย่างการเขียนผลลัพธ์เชิงประจักษ์

นำไปแทนค่าตัวเลขจริงของโรงเรียนได้เลย

  • นักเรียนเข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 480 คน คิดเป็นร้อยละ 100
  • นักเรียนมีคะแนนความรู้หลังเข้าร่วมกิจกรรมสูงกว่าก่อนเข้าร่วมกิจกรรม โดยมีคะแนนเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจาก ร้อยละ 68.40 เป็นร้อยละ 87.25
  • นักเรียนมีพฤติกรรมการเลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสมเพิ่มขึ้น ร้อยละ 82.50
  • นักเรียนแกนนำด้านสุขภาพสามารถถ่ายทอดความรู้แก่เพื่อนนักเรียนและชุมชนได้ จำนวน 30 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ของกลุ่มแกนนำ
  • ร้านค้าในโรงเรียนปรับเมนูอาหารและเครื่องดื่มให้เหมาะสมต่อสุขภาพ จำนวน 5 ร้าน คิดเป็นร้อยละ 100
  • ผู้ปกครองเข้าร่วมกิจกรรมและให้ความร่วมมือในการดูแลพฤติกรรมสุขภาพของนักเรียน จำนวน 350 คน คิดเป็นร้อยละ 72.91

เอกสารเพิ่มเติม :[ดาวน์โหลดเอกสาร]