โรงเรียนวัดนาคนิมิตร (สว่างนพราษฎร์วิทยา) มีการประชุมร่วมกันระหว่างผู้บริหาร ครู นักเรียน และผู้เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางการจัดกิจกรรมการสวดมนต์ทำนองสรภัญญะ พร้อมทั้งชี้แจงแผนการดำเนินงานและผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้น เพื่อให้ทุกฝ่ายเกิดความตระหนักและมีส่วนร่วมในการพัฒนาผู้เรียนอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีขั้นตอน ดังนี้
3.1.1 การประชุมชี้แจงและสร้างความเข้าใจ
โรงเรียนจัดประชุมผู้บริหาร ครู นักเรียน และผู้เกี่ยวข้อง
เพื่อชี้แจงแนวทาง วัตถุประสงค์
และเป้าหมายของกิจกรรมการสวดมนต์ทำนองสรภัญญะ
ให้ทุกฝ่ายรับรู้และเข้าใจตรงกัน พร้อมทั้งกำหนดบทบาทหน้าที่ ความรับผิดชอบ
และแนวทางการดำเนินงานอย่างชัดเจน
เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนกิจกรรมไปในทิศทางเดียวกันอย่างมีประสิทธิภาพ
3.1.2
การประชาสัมพันธ์และสื่อสารอย่างต่อเนื่อง
เผยแพร่ข้อมูลกิจกรรมผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น กิจกรรมหน้าเสาธง เสียงตามสาย ป้ายนิเทศ และสื่อออนไลน์ของโรงเรียน ได้แก่ Facebook (https://www.facebook.com/watnaknimitschool), TikTok (tiktok.com/@pr.naknimit) เพื่อกระตุ้นการรับรู้อย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งรายงานความก้าวหน้าและผลการดำเนินงานเป็นระยะ เพื่อสร้างความเข้าใจและความเชื่อมั่นให้กับทุกภาคส่วน
3.1.3
การปลูกฝังคุณค่าและสร้างแรงจูงใจ
ส่งเสริมให้นักเรียนตระหนักถึงคุณค่าของการสวดมนต์ทำนองสรภัญญะในด้านคุณธรรม
สมาธิ และการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย โดยบูรณาการกับการจัดการเรียนรู้วิชาสังคมศึกษา
ศาสนาและวัฒนธรรม
และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน พร้อมทั้งสร้างแรงจูงใจผ่านการยกย่อง ชื่นชม
และการนำเสนอผลงานของนักเรียน
3.1.4
การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน
เปิดโอกาสให้ครู นักเรียน ผู้ปกครอง และชุมชน เช่น วัดนาคนิมิตร เข้ามามีส่วนร่วมในการวางแผน ดำเนินกิจกรรม ฝึกซ้อม และสนับสนุนการจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือและความเข้มแข็งในการพัฒนาผู้เรียน
3.1.5
การสร้างบรรยากาศและวัฒนธรรมองค์กร
ส่งเสริมบรรยากาศที่เอื้อต่อการเรียนรู้ เช่น การจัดกิจกรรมสวดมนต์หน้าเสาธง การฝึกซ้อมร่วมกันอย่างสม่ำเสมอ และการยกย่องชมเชยนักเรียนที่มีพัฒนาการดี เพื่อปลูกฝังให้เกิดวัฒนธรรมที่ดี มีระเบียบวินัย และความภาคภูมิใจในความเป็นไทย
3.1.6 การติดตามและสะท้อนผลการดำเนินงาน
มีการติดตาม
ประเมินและสะท้อนผลการดำเนินงานเป็นระยะ โดยใช้ข้อมูลจากการสังเกต การประเมินผล และข้อเสนอแนะจากผู้เกี่ยวข้อง
เพื่อนำมาวิเคราะห์ ปรับปรุง และพัฒนากิจกรรมให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
ตลอดจนสร้างการมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
3.2
การจัดการเรียนรู้
ดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยบูรณาการผ่านรายวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม (สาระพระพุทธศาสนา) และกิจกรรมชมรม โดยเปิดโอกาสให้นักเรียนได้ฝึกปฏิบัติจริง มีครูผู้สอนและพระอาจารย์ร่วมให้คำแนะนำ เพื่อพัฒนาทักษะอย่างถูกต้องตามหลักการ
3.3 การดำเนินการตามวงจร PDCA
เพื่อให้การจัดการเรียนรู้การสวดมนต์ทำนองสรภัญญะเป็นไปอย่างมีระบบ
โรงเรียนได้นำวงจรคุณภาพ PDCA
มาใช้ในการวางแผน ดำเนินงาน ติดตาม ตรวจสอบ และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
ดังนี้
1. Plan: การวางแผน
ในขั้นวางแผน ครูผู้สอนและผู้เกี่ยวข้องได้ร่วมกันกำหนดวัตถุประสงค์ของการจัดกิจกรรมให้ชัดเจน เช่น เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนมีคุณธรรม จริยธรรม มีสมาธิในการเรียนรู้ และสามารถสวดมนต์ทำนองสรภัญญะได้อย่างถูกต้อง ไพเราะ และพร้อมเพรียงกัน จากนั้นจึงดำเนินการใช้บทสวดที่เหมาะสมกับช่วงวัยและระดับความสามารถของนักเรียน เช่น บทบูชาพระรัตนตรัย บทสรรเสริญพระพุทธคุณ และบทสวดทำนองสรภัญญะที่ใช้ในกิจกรรมของโรงเรียน นอกจากนี้ ครูยังได้กำหนดแนวทางการฝึกซ้อมอย่างเป็นลำดับขั้น ตั้งแต่การอ่านบทสวด การฝึกออกเสียงที่ถูกต้อง การเว้นวรรค จังหวะ การควบคุมลมหายใจ ไปจนถึงการสวดรรวมกันเป็นหมู่ พร้อมทั้งจัดตารางเวลาการฝึกซ้อมให้เหมาะสม เช่น การฝึกในชั่วโมงเรียน ชั่วโมงชมรม กิจกรรมหน้าเสาธง และการเตรียมความพร้อมในโอกาสพิเศษ
2. Do: การปฏิบัติ
ในขั้นดำเนินการ
ครูได้จัดกิจกรรมให้นักเรียนฝึกสวดมนต์ตามบทที่กำหนด โดยเน้นการลงมือปฏิบัติจริง
นักเรียนได้ฝึกการออกเสียงให้ชัดเจน ถูกอักขระ มีความไพเราะ
และรักษาจังหวะทำนองให้สอดคล้องกันทั้งกลุ่ม
ครูใช้วิธีการนำสวดโดยเริ่มจากต้นเสียง เพื่อให้นักเรียนฟังและสวดตามอย่างถูกต้อง ก่อนจะค่อยๆ
พัฒนาไปสู่การสวดพร้อมกันอย่างเป็นหมู่คณะ การฝึกซ้อมในลักษณะนี้ทำให้นักเรียนเกิดความมั่นใจ
มีระเบียบวินัย และเรียนรู้การทำงานร่วมกับผู้อื่น ขณะเดียวกัน
โรงเรียนยังเปิดโอกาสให้นักเรียนนำทักษะการสวดมนต์ทำนองสรภัญญะไปใช้จริงในกิจกรรมของโรงเรียน
เช่น การนำสวดในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา การสวดหน้าเสาธง และพิธีกรรมต่าง ๆ
ซึ่งช่วยให้นักเรียนเห็นคุณค่าและความสำคัญของสิ่งที่เรียนรู้
3.
Check: การตรวจสอบและประเมินผล
ในขั้นตรวจสอบ
ครูผู้สอนดำเนินการประเมินผลการสวดมนต์ของนักเรียนอย่างต่อเนื่อง
ทั้งในด้านความถูกต้องของบทสวด ความชัดเจนของการออกเสียง จังหวะ ทำนอง
ความพร้อมเพรียง และความเหมาะสมของบุคลิกภาพในการสวด นอกจากนี้
ยังมีการสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างการฝึก เช่น ความตั้งใจ ความมีสมาธิ
ความรับผิดชอบ และการมีส่วนร่วมในกิจกรรม ครูยังเปิดโอกาสให้นักเรียนสะท้อนความคิดเห็นเกี่ยวกับปัญหา
อุปสรรค และข้อเสนอแนะจากการฝึกปฏิบัติ
เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการปรับปรุงการจัดกิจกรรม ทั้งนี้
ผลที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานไม่เพียงสะท้อนจากความสามารถในการสวดมนต์เท่านั้น
แต่ยังรวมถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงพฤติกรรม เช่น นักเรียนมีสมาธิดีขึ้น มีความอ่อนโยน
สุภาพ และสนใจเข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนามากขึ้น
4. Act: การปรับปรุงและพัฒนา
ในขั้นปรับปรุงและพัฒนา
โรงเรียนนำผลการประเมินมาวิเคราะห์เพื่อปรับกระบวนการจัดการเรียนรู้ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
เช่น การแก้ไขข้อบกพร่องด้านการออกเสียง
การปรับจังหวะการสวดให้เหมาะสมกับระดับของนักเรียน
หรือการเพิ่มเวลาในการฝึกซ้อมเฉพาะจุดที่ยังเป็นปัญหา นอกจากนี้
ยังมีการส่งเสริมให้นักเรียนที่มีความสามารถโดดเด่นทำหน้าที่เป็นแกนนำหรือผู้นำสวด
เพื่อเป็นแบบอย่างแก่เพื่อนนักเรียน และเป็นการสร้างความภาคภูมิใจในตนเอง
โรงเรียนยังขยายผลกิจกรรมโดยการจัดส่งนักเรียนเข้าร่วมการแข่งขันหรือกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับหน่วยงานภายนอก
พร้อมทั้งรวบรวมแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศไว้เป็นองค์ความรู้ของสถานศึกษา
เพื่อพัฒนาต่อยอดในอนาคต
3.4
การพัฒนาทักษะการสวดมนต์ทำนองสรภัญญะโดยใช้ WATNAK Model
โรงเรียนวัดนาคนิมิตรได้นำแนวคิด WATNAK Model มาใช้เป็นกรอบในการพัฒนาทักษะการสวดมนต์ทำนองสรภัญญะของนักเรียน
เพื่อให้การจัดการเรียนรู้ครอบคลุมทั้งด้านความรู้ ทักษะ คุณธรรม เจตคติ
และการพัฒนาผู้เรียนอย่างรอบด้าน โดยมีรายละเอียด ดังนี้
W = Win: ชัยชนะและความสำเร็จ
โรงเรียนมุ่งส่งเสริมให้นักเรียนพัฒนาทักษะการสวดมนต์ทำนองสรภัญญะจนเกิดความเชี่ยวชาญ
สามารถแสดงศักยภาพของตนเองได้อย่างเต็มที่ ทั้งในระดับห้องเรียน ระดับโรงเรียน และระดับการแข่งขันภายนอก
ความสำเร็จที่นักเรียนได้รับจากการฝึกฝนและการเข้าร่วมกิจกรรม
ช่วยสร้างแรงบันดาลใจและปลูกฝังความเชื่อมั่นในตนเอง
ทำให้นักเรียนเกิดความภาคภูมิใจในผลงานและพร้อมพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง
A = Attitude: ทัศนคติที่ดี
การฝึกสวดมนต์ทำนองสรภัญญะช่วยปลูกฝังทัศนคติที่ดีให้แก่นักเรียน
ทั้งในด้านการปฏิบัติตนตามหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา การเห็นคุณค่าของวัฒนธรรมไทย
และการมีความศรัทธาในสิ่งที่ดีงาม
นักเรียนได้เรียนรู้ว่าการฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอจะนำไปสู่ความสำเร็จ
ส่งผลให้เกิดวินัย ความอดทน
และความรับผิดชอบต่อตนเองและส่วนรวม
T = Team: การทำงานเป็นทีม
การสวดมนต์ทำนองสรภัญญะเป็นกิจกรรมที่ต้องอาศัยความพร้อมเพรียง ความสามัคคี
และการประสานเสียงของสมาชิกในกลุ่ม จึงเป็นการส่งเสริมการทำงานเป็นทีมอย่างชัดเจน
นักเรียนได้ฝึกการรับฟังซึ่งกันและกัน การปรับตนเองให้สอดคล้องกับผู้อื่น
และการร่วมมือกันเพื่อให้ผลงานของกลุ่มออกมาดีที่สุด นอกจากนี้
ยังเกิดความร่วมมือระหว่างครู นักเรียน พระอาจารย์ ผู้ปกครอง และชุมชน
ในการส่งเสริมกิจกรรมให้ดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ
N = Nice People: คนดีมีคุณธรรม
การสวดมนต์ทำนองสรภัญญะเป็นกิจกรรมที่ช่วยขัดเกลาจิตใจ ทำให้นักเรียนมีสติ สมาธิ
และความสงบภายใน อันเป็นพื้นฐานสำคัญของการเป็นคนดี นักเรียนได้เรียนรู้ การสำรวมกาย วาจา ใจ
และสามารถนำหลักธรรมที่ได้จากบทสวดไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน
ส่งผลต่อการประพฤติปฏิบัติตนอย่างเหมาะสม มีเมตตา มีน้ำใจ
และอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมีความสุข
A = Active Learning: การเรียนรู้เชิงรุก การเรียนรู้การสวดมนต์ทำนองสรภัญญะของโรงเรียนไม่ได้เน้นเพียงการท่องจำบทสวด แต่เน้นให้นักเรียนได้ลงมือฝึกปฏิบัติจริงอย่างต่อเนื่อง นักเรียนได้ฝึกการออกเสียง การควบคุมลมหายใจ การเว้นจังหวะ และการสวดประสานเสียงรวมกัน ซึ่งเป็นการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ตรง อีกทั้งยังสามารถนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการฝึก เช่น การบันทึกเสียง การฟังตนเองย้อนหลัง การใช้วิดีโอประกอบการเรียนรู้ หรือการวิเคราะห์จังหวะการสวด เพื่อช่วยพัฒนาทักษะของนักเรียนให้ดียิ่งขึ้น
K = Knowledge: องค์ความรู้และปัญญา
การจัดกิจกรรมสวดมนต์ทำนองสรภัญญะช่วยให้นักเรียนได้รับองค์ความรู้ทั้งในด้านพระพุทธศาสนา
ภาษาไทย และวัฒนธรรมไทย นักเรียนได้ศึกษาความหมายของบทสวด
เข้าใจหลักธรรมที่แฝงอยู่ในเนื้อหา
และสามารถนำข้อคิดไปใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน นอกจากนี้ ยังช่วยพัฒนาทักษะด้านภาษาไทย
ทั้งการอ่านออกเสียง การออกเสียงอย่างถูกต้อง และการใช้ภาษาที่ไพเราะตามแบบแผน
อันเป็นการเสริมสร้างพื้นฐานทางปัญญาและการเรียนรู้อย่างมีคุณภาพ
3.5
การฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่องของนักเรียนตัวแทน
โรงเรียนได้คัดเลือกนักเรียนตัวแทนจากชมรมสวดมนต์สรภัญญะที่มีความสนใจ ความสามารถ และความพร้อมในการพัฒนาตนเอง มาฝึกซ้อมเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่องในทุกวันพุธของชั่วโมงชมรม หลังเลิกเรียน ช่วงเวลา 14.30 – 16.30 น. และวันเสาร์ในบางครั้ง โดยเน้นการฝึกการออกเสียงให้ไพเราะ การออกเสียง การเว้นจังหวะที่ถูกต้อง และทำนองตามหลักเกณฑ์ของกรมการศาสนา การฝึกซ้อมอย่างสม่ำเสมอนี้ช่วยให้นักเรียนเกิดความชำนาญ มีความแม่นยำในบทสวด และสามารถปฏิบัติหน้าที่เป็นตัวแทนของชมรมในการนำสวดมนต์ทำนองสรภัญญะทุกเช้าวันศุกร์ได้อย่างพร้องเพรียง อีกทั้งยังช่วยเสริมสร้างความรับผิดชอบ ความมีระเบียบวินัย และความกล้าแสดงออกในทางที่ถูกต้อง
3.6
การส่งเสริมสู่การแข่งขันและสร้างชื่อเสียง
ส่งเสริมให้นักเรียนที่มีความสามารถเป็นตัวแทนเข้าร่วมการแข่งขันในระดับต่าง
ๆ เพื่อพัฒนาสู่ความเป็นเลิศ และสร้างชื่อเสียงให้กับโรงเรียน
ผลงานนักเรียนที่ได้รับรางวัลจากการแข่งขันการประกวดสวดมนต์ทำนองสรภัญญะของหน่วยงานต่าง
ๆ ดังนี้
- วันที่ 17-18 พฤศจิกายน 2567 ณ วัดนางชี เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร เข้าร่วมการแข่งขันการประกวดสวดมนต์หมู่ฯ ทำนองสรภัญญะระดับชาติ ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี
- วันที่18 มกราคม 2568 เข้าร่วมการแข่งขันการประกวดสวดมนต์หมู่ฯ ทำนองสรภัญญะ ประเภททีมหญิง 5 คน ประจำปี พ.ศ. 2568 ระดับเขตพื้นที่การศึกษาส่วนกลางกรุงเทพมหานคร เขต 1 ณ วัดอนงคารามวรวิหาร เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร ได้รับรางวัลชมเชยอันดับ ที่ 2 (เข้ารอบระดับส่วนกลาง)
- วันที่ 18 มกราคม 2568 เข้าร่วมการแข่งขันการประกวดสวดมนต์หมู่ฯ ทำนองสรภัญญะ ประเภททีมชาย 5 คน ประจำปี พ.ศ. 2568 ระดับเขตพื้นที่การศึกษาส่วนกลางกรุงเทพมหานคร เขต 1 ณ วัดอนงคารามวรวิหาร เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร ได้รับรางวัลรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 (เข้ารอบระดับส่วนกลาง)
- วันที่ 23 มีนาคม 2568 ร่วมการประกวดสวดมนต์หมู่ฯ ทำนองสรภัญญะ ประเภททีมหญิง 5 คน ระดับกรุงเทพมหานคร งานส่งเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในเทศกาลวิสาขบูชา วันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2568 ณ วัดชัยชนะสงคราม เขตสัมพันธ์วงศ์ กรุงเทพมหานคร ได้รับรางวัลชมเชย โล่เกียรติยศพร้อมเงินรางวัล
- วันที่ 23 มีนาคม 2568 ร่วมการประกวดสวดมนต์หมูฯ ทำนองสรภัญญะ ประเภททีมชาย 5 คน ระดับกรุงเทพมหานคร งานส่งเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในเทศกาลวิสาขบูชา วันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2568 ณ วัดชัยชนะสงคราม เขตสัมพันธ์วงศ์ กรุงเทพมหานคร ได้รับรางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 โล่เกียรติยศ พร้อมเงินรางวัล (ได้เป็นตัวแทนเข้าร่วมการแข่งขันระดับประเทศ)
การสรุปผลและพัฒนา
(Best
Practices)
โรงเรียนดำเนินการสรุปผลการจัดกิจกรรมการสวดมนต์ทำนองสรภัญญะอย่างเป็นระบบ
โดยนำข้อมูลจากการประเมินผลมาวิเคราะห์จุดเด่น จุดที่ควรพัฒนา และปัจจัยความสำเร็จ
เพื่อนำไปปรับปรุงและพัฒนาการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ทั้งนี้
ได้จัดทำเป็นแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practices) เพื่อใช้เป็นต้นแบบในการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
สามารถถ่ายทอดและขยายผลสู่ครู นักเรียน และสถานศึกษาอื่นได้อย่างยั่งยืน
ผลการดำเนินงาน
จากการดำเนินการจัดการเรียนรู้การสวดมนต์ทำนองสรภัญญะ
โดยใช้กระบวนการ PDCA
ควบคู่กับ WATNAK Model อย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง
ส่งผลให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนาอย่างรอบด้าน ดังนี้
1 ด้านผู้เรียน
นักเรียนสามารถสวดมนต์ทำนองสรภัญญะได้อย่างถูกต้องตามหลักการ
มีความไพเราะ และมีความพร้อมเพรียงในการสวดเป็นหมู่คณะ
อีกทั้งยังมีพัฒนาการด้านสมาธิ ความตั้งใจ
และความมีระเบียบวินัยเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน
นักเรียนมีความกล้าแสดงออกในทางที่เหมาะสม และมีความภาคภูมิใจในความเป็นไทย
รวมทั้งมีเจตคติที่ดีต่อพระพุทธศาสนา
2 ด้านกระบวนการเรียนรู้
การจัดกิจกรรมโดยใช้
PDCA
ทำให้การดำเนินงานเป็นระบบ มีการวางแผน ปฏิบัติ ตรวจสอบ และปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง
ส่งผลให้การจัดการเรียนรู้มีประสิทธิภาพ และสามารถพัฒนาได้อย่างยั่งยืน
ขณะเดียวกัน การใช้ WATNAK Model ช่วยเสริมสร้างการเรียนรู้เชิงรุก
การทำงานเป็นทีม และการปลูกฝังคุณธรรมให้กับผู้เรียนได้อย่างเหมาะสม
3
ด้านครูและสถานศึกษา
ครูมีการพัฒนาศักยภาพในการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
มีการบูรณาการแหล่งเรียนรู้และความร่วมมือจากพระอาจารย์และชุมชน
ส่งผลให้สถานศึกษามีรูปแบบการจัดกิจกรรมที่เป็นระบบและสามารถพัฒนาเป็นแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ
(Best
Practice) ได้
4
ด้านผลงานและชื่อเสียง
นักเรียนสามารถเป็นตัวแทนของโรงเรียนในการนำสวดมนต์ในกิจกรรมสำคัญ และมีโอกาสเข้าร่วมการแข่งขันในกิจกรรมภายนอก ส่งผลให้โรงเรียนได้รับการยอมรับและสร้างชื่อเสียงในด้านการส่งเสริมคุณธรรมและการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย
วิธีการประเมินผล
การประเมินผลการจัดการเรียนรู้การสวดมนต์ทำนองสรภัญญะ
โรงเรียนดำเนินการประเมินอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมทั้งด้านความรู้ ทักษะ
และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยใช้วิธีการที่หลากหลาย ดังนี้
การประเมินผลการจัดการเรียนรู้การสวดมนต์ทำนองสรภัญญะ
โรงเรียนดำเนินการประเมินอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมทั้งด้านความรู้ ทักษะ
และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยใช้วิธีการที่หลากหลาย ดังนี้
|
ตัวชี้วัด |
หลักฐาน/ร่องรอย/ลักษณะที่พบ |
|
1. การประเมินจากแผนและการ ดำเนินงาน |
-
มีแผนพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมของโรงเรียนอย่างเป็นระบบ -
ครู นักเรียน และบุคลากรมีส่วนร่วมในการดำเนินงานตามแผน -
มีการติดตาม ประเมินผล และรายงานผลอย่างต่อเนื่อง |
|
2. การประเมินจากการดำเนิน โครงการ/กิจกรรม |
-
มีโครงการ/กิจกรรมด้านคุณธรรมที่หลากหลายและต่อเนื่อง -
นักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมด้วยความตั้งใจและสม่ำเสมอ - มีหลักฐาน เช่น ภาพกิจกรรม
รายงานโครงการ และผลการ
ดำเนินงาน |
|
3.
การสังเกตพฤติกรรมที่พึงประสงค์ |
-
นักเรียนมีระเบียบ วินัย มีความรับผิดชอบ และมีน้ำใจ แสดงความเคารพต่อครู ผู้ปกครอง และผู้อื่น -
ปฏิบัติตนตามระเบียบของโรงเรียนอย่างเหมาะสม |
|
4. การประเมินพฤติกรรมที่ไม่พึง ประสงค์ |
-
พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของนักเรียนลดลงอย่างต่อเนื่อง -
นักเรียนสามารถปรับปรุงพฤติกรรมของตนเองได้ดีขึ้น - มีระบบติดตาม ดูแล
และแก้ไขพฤติกรรมอย่างเป็นระบบ |
|
5.
การประเมินการมีส่วนร่วม |
-
ครู นักเรียน ผู้บริหาร ผู้ปกครอง และชุมชน มีส่วนร่วมในการ จัดกิจกรรม -
เกิดความร่วมมือที่ดีระหว่างโรงเรียนกับชุมชน -
มีการร่วมคิด ร่วมทำ และร่วมพัฒนาอย่างต่อเนื่อง |
|
6. การประเมินการบูรณาการใน ชั้นเรียน |
-
ครูมีการบูรณาการคุณธรรมจริยธรรมในแผนการจัดการเรียนรู้ -
นักเรียนสามารถเชื่อมโยงความรู้กับการปฏิบัติจริง
ในชีวิตประจำวัน -
มีสื่อ/กิจกรรมการเรียนรู้ที่ส่งเสริมคุณธรรมในชั้นเรียน |
|
7.
การประเมินผลจากการเป็น
แหล่งเรียนรู้ |
-
โรงเรียนมีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ด้านคุณธรรม
มีแหล่งเรียนรู้ เช่น ป้ายนิเทศ มุมคุณธรรม
กิจกรรมหน้าเสาธง -
โรงเรียนสามารถเป็นแหล่งศึกษาดูงานด้านคุณธรรมจริยธรรมได้ |
ปัจจัยหรือสิ่งสนับสนุน
1
ผู้บริหารให้ความสำคัญและส่งเสริมกิจกรรมด้านคุณธรรมจริยธรรมอย่างต่อเนื่อง
มีการกำหนดนโยบายและสนับสนุนทรัพยากรที่จำเป็น
ส่งผลให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีทิศทางและเกิดประสิทธิภาพ
2
ครูมีความตั้งใจและมีบทบาทสำคัญในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
มีการบูรณาการในชั้นเรียน
และร่วมกันพัฒนาผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดการดำเนินงานที่เป็นระบบ
3
โรงเรียนได้รับความร่วมมือจากพระอาจารย์วัดนาคนิมิตรในการฝึกซ้อมและให้ความรู้
รวมถึงการสนับสนุนจากชุมชนและผู้ปกครอง
ส่งผลให้การจัดกิจกรรมมีความเข้มแข็งและยั่งยืน
4
นักเรียนมีความสนใจ ตั้งใจ และให้ความร่วมมือในการเข้าร่วมกิจกรรม
มีความกระตือรือร้นในการฝึกซ้อมและพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง
5
โรงเรียนมีสื่อและแหล่งเรียนรู้ที่เหมาะสม เช่น บทสวดมนต์ วิดีโอ
และแหล่งเรียนรู้ภายในโรงเรียนที่เอื้อต่อการฝึกปฏิบัติ
6
การนำกระบวนการ PDCA และ WATNAK Model มาใช้ในการดำเนินงาน ทำให้การจัดกิจกรรมมีความเป็นระบบ
สามารถพัฒนาและปรับปรุงได้อย่างต่อเนื่อง
7
โรงเรียนมีบรรยากาศที่เอื้อต่อการเรียนรู้ด้านคุณธรรม
มีการปลูกฝังวัฒนธรรมองค์กรที่ดี ส่งเสริมให้นักเรียนมีพฤติกรรมที่เหมาะสม
ชื่อบุคคลหรือหน่วยงานภายนอกที่ให้การยอมรับ
1
หน่วยงานทางศาสนา
พระอาจารย์จากวัดนาคนิมิตร และพระอาจารย์ใบฎีกาอโณชาสิษฐ์ กิตฺติโล พระอาจารย์ จากวัดอินทารามวรวิหาร ให้ความอนุเคราะห์ในการสนับสนุนการจัดการเรียนรู้การสวดมนต์ทำนองสรภัญญะ โดยร่วมถ่ายทอดความรู้และฝึกปฏิบัติการสวดมนต์อย่างถูกต้องตามแบบแผน ทั้งด้านการออกเสียง จังหวะ และทำนอง พร้อมทั้งให้คำแนะนำเกี่ยวกับหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาแก่นักเรียน ส่งผลให้นักเรียนมีทักษะการสวดมนต์ที่ถูกต้อง ไพเราะ และมีความพร้อมเพรียง อีกทั้งยังช่วยปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม และสมาธิให้กับผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
2 โรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร
และในสังกัดสำนักงานเขตจอมทอง
สถานศึกษาเผยแพร่ผลงานผ่านการจัดนิทรรศการเครือข่ายโรงเรียน
ของสำนักงานเขตจอมทอง แสดงผลงานการสวดมนต์หมู่ทำนองสรภัญญะ
โดยนำเสนอผลงานผ่านรูปแบบการสาธิตและการแสดงจริง
ของนักเรียน
เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมชมได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้และซักถามแนวทางการดำเนินงาน
สร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างสถานศึกษาในการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม
และเป็นแนวทางในการพัฒนาต่อยอดกิจกรรมให้เกิดความยั่งยืนในอนาคต
การเผยแพร่แบบอย่างที่ดี
โรงเรียนวัดนาคนิมิตรได้ดำเนินการเผยแพร่แบบอย่างที่ดี (Best Practice) ด้านการจัดการเรียนรู้การสวดมนต์ทำนองสรภัญญะอย่างต่อเนื่อง โดยมีการนำเสนอผลงานผ่านกิจกรรมและช่องทางต่าง ๆ เผยแพร่ผลงานผ่านช่องทางเพจ เพื่อเป็นแนวทางให้สถานศึกษาอื่นนำไปประยุกต์ใช้ โรงเรียนได้จัดนิทรรศการแสดงผลงานและการสาธิตการสวดมนต์ทำนองสรภัญญะของนักเรียนในโอกาสต่างๆ ทั้งในระดับเขตและเครือข่ายสถานศึกษา พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ซักถาม และศึกษากระบวนการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ ยังมีการเผยแพร่ผลงานผ่านสื่อออนไลน์ของโรงเรียน เช่น เว็บไซต์ Facebook โรงเรียนวัดนาคนิมิตร (https://www.facebook.com/watnaknimitschool) TikTok (tiktok.com/@pr.naknimit) และสื่อประชาสัมพันธ์อื่น ๆ เพื่อให้เกิดการรับรู้ในวงกว้าง และสามารถเข้าถึงได้อย่างสะดวก การดำเนินงานดังกล่าวส่งผลให้โรงเรียนเป็นที่ยอมรับในด้านการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม และสามารถเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับสถานศึกษาอื่นได้อย่างเป็นรูปธรรม