ขั้นตอนการวางแผน
(Plan : P)
3.1.1ประชุมครูและบุคลากรเพื่อวางแผนสร้างความเข้าใจที่กัน
ผู้บริหาร
คณะครู และบุคลากร ร่วมประชุมปรึกษาหารือ ทำความเข้าใจให้ตรงกันในประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน
ได้แก่ โอกาส ความพร้อม ปัญหาและอุปสรรค เป้าหมาย ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ การถ่ายทอดความรู้ด้านดนตรีไทยให้กับครูผู้ช่วยสอน
การแบ่งกลุ่มนักเรียน
ตามระดับความพร้อมทางการเรียนรู้และมอบหมายครูผู้สอนประจำกลุ่มตามความถนัด
3.1.2 แผนการจัดการเรียนการสอนดนตรีไทย
โรงเรียนได้มีแผนการจัดการเรียนการสอนดนตรีไทย
ให้กับนักเรียน ดังนี้
-
สอนในชั่วโมงดนตรีของแต่ละชั้น สัปดาห์ละ 1 ชั่วโมง
ให้นักเรียนฝึกเครื่องดนตรีไทยตามความถนัด
-
สอนในชั่วโมงชมรม โดยแบ่งนักเรียน เป็น 2 กลุ่ม
เพื่อฝึกดนตรีไทยตามความเหมาะสม ได้แก่
-
ชั้น ป.1-ป.3 ฝึกเครื่องดนตรีประเภทอังกะลุง
และขับร้องเพลงไทยเบื้องต้น
- ชั้น
ป.4-ป.6 ฝึกเครื่องดนตรีวงเครื่องสายผสมปี่พาทย์
(ระนาดเอก ระนาดทุ้ม ฆ้องวงใหญ่ ฆ้องวงเล็ก จะเข้ ซอด้วง
ซออู้ ขลุ่ยเพียงออ) และขับร้องเพลงไทยเบื้องต้น
- สอนในเวลาว่าง เช้า
กลางวัน เย็น และวันหยุดปิดเทอม เป็นกลุ่มสนใจ
-
สอนในกิจกรรม “สัปดาห์ดนตรีไทย” เพื่อเป็นการให้นักเรียนได้ฝึกทักษะทางด้านดนตรีไทยแบบเข้มข้น
อย่างต่อเนื่อง จนเกิดผลการพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งมีวิธีการดำเนินการ ดังนี้
1.
แบ่งกลุ่มครูผู้ช่วยสอนออกเป็น 3 กลุ่ม
ตามเครื่องดนตรีไทยที่ตนเองถนัดหรือสนใจ เพื่อให้ครูผู้สอนที่จบเอกดนตรีไทย
ถ่ายทอดความรู้พื้นฐานด้านดนตรีไทยนั้นๆ ให้สำหรับนำไปขยายผลสอนนักเรียน 2. กำหนดให้ในช่วงเวลา
3 สัปดาห์ โดยครู/บุคลากรทั้งโรงเรียนตกลงร่วมกัน
มีชั่วโมงเรียนดนตรีไทย วันละ 1 ชั่วโมง ในทุกวัน
แทนที่ชั่วโมงเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้ตามตารางสอนเดิมของโรงเรียน
โดยเปลี่ยนชั่วโมงที่เรียนทุกวันไม่ให้ซ้ำชั่วโมงเดิม
เพื่อไม่ให้รบกวนชั่วโมงเวลาเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้ใด
กลุ่มสาระการเรียนรู้หนึ่ง มากเกินไป
3.
นักเรียนฝึกดนตรีไทยเป็นกลุ่มกับครูประจำกลุ่ม
ตามตารางเรียนที่กำหนดเพื่อให้บรรลุตามจุดประสงค์ โดยมีครูที่จบเอกดนตรี
เป็นที่ปรึกษา
4.
นักเรียนทุกกลุ่มทั้งโรงเรียน ฝึกดนตรีไทย/บรรเลงดนตรีไทยร่วมกัน
5.
นำเสนอผลงาน / สรุปผลกิจกรรม
3.1.3 กำหนดเครื่องดนตรี/เพลงที่นักเรียนปฏิบัติได้ในแต่ละชั้น
ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑
-
ขับร้องเพลง/ร้องโน้ต/เล่นอังกะลุง
เพลงชวา ได้
ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒
-
ขับร้องเพลง/ร้องโน้ต/เล่นอังกะลุง
เพลง ชวา ได้
-
ขับร้องเพลง/ร้องโน้ต เพลง เขมรขอทาน ได้
ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓
-
ขับร้องเพลง/ร้องโน้ต/เล่นอังกะลุง
เพลง ชวา ได้
-
ขับร้องและร้องโน้ต เพลง เขมรขอทาน ได้
ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔
-
ขับร้องเพลง/ร้องโน้ต/เล่นเครื่องดนตรี
วงเครื่องสายผสมปี่พาทย์ เพลงชวาและเพลงเทพทอง ได้
-
ขับร้อง เพลง เขมรขอทาน ได้
ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕
-
ขับร้องเพลง/ร้องโน้ต/เล่นเครื่องดนตรี
วงเครื่องสายผสมปี่พาทย์ เพลงชวา เพลงเทพทอง
และ เพลง เขมรขอทาน ได้
ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖
-
ขับร้องเพลง/ร้องโน้ต/เล่นเครื่องดนตรี
วงเครื่องสายผสมปี่พาทย์ เพลง ชวา, เพลง เทพทอง
เพลง
เขมรขอทาน, และ เพลง พม่าเขว ได้
3.1.4
กำหนดเนื้อหาและบทเพลงที่จะฝึกแต่ละกลุ่ม
เป็นการกำหนดขอบเขตเนื้อหา
ทักษะ วิธีการและบทเพลงที่จะฝึก โดยคำนึงถึงความเหมาะสมกับวัย และชนิด
ของเครื่อง
ได้แก่ ประวัติความเป็นมาของเครื่องดนตรี ส่วนประกอบของเครื่องดนตรี วิธีเล่น
เพลงที่เล่น
3.2 ขั้นดำเนินการ (Do : D)
3.2.1 ดำเนินการจัดการเรียนการสอน
คณะครู จัดการเรียนการสอนตามแผนกิจกรรมที่กำหนดตลอดปีการศึกษา
โดยใช้เวลาในช่วงต่างๆ ดังนี้
ระยะเวลาทำการสอนในเวลาเรียน
- ระยะเวลาในการเรียนการสอนดนตรีไทย
ตั้งแต่ ระดับชั้น ป.1 – ป.6 ทำการเรียนการสอน
ในชั่วโมงดนตรี
ภาคเรียนละ 18 ชั่วโมง ปีการศึกษาละ
36 ชั่วโมง
-
นักเรียน ระดับชั้น ป.1 – ป.6 ทำการเรียนการสอนในชั่วโมง ชมรม ภาคเรียนละ 18 ชั่วโมง
ปีการศึกษาละ
36 ชั่วโมง
-
นักเรียน ระดับชั้น ป.1 – ป.6 ทำการเรียนการสอนใน “กิจกรรมสัปดาห์ดนตรีไทย”
วันละ
1 ชั่วโมง เป็นเวลา 3 สัปดาห์ ปีการศึกษาละ
15 ชั่วโมง
ระยะเวลาทำการสอนนอกเวลาเรียน
-
ช่วงเช้า เวลา 7.20 น. – 7.50 น. / ช่วงกลางวัน เวลา 12.00 น.
– 12.30 น. ณ ห้องดนตรีไทย
-
ระยะเวลาทำการสอน ช่วงปิดภาคเรียน สำหรับนักเรียนกลุ่มสนใจ เวลา
09.00 - 12.00 น. ณ ห้องดนตรีไทย
3.3 ขั้นประเมินผลการดำเนินงาน
(Check : C)
ครูผู้สอนทำการประเมินนักเรียนเป็นรายชั่วโมง
โดยใช้เกณฑ์การประเมิน ดังนี้
- ความถูกต้องในการปฏิบัติ
จะต้องพิจารณาว่าผู้บรรเลงดนตรีนั้น
มีความสามารถในการถ่ายทอด การบรรเลงดนตรีที่ถูกต้องตามจังหวะ ท่วงทำนองของบทเพลง
ถ่ายทอดอารมณ์ของบทเพลง ทั้งสามารถบรรเลงเพลงได้เหมาะสมกลมกลืน และไพเราะ
ไม่มีลักษณะด้อยของการบรรเลง เช่น เพี้ยน หลุด พลาด เป็นต้น
- ความแม่นยำในการอ่านเครื่องหมาย และสัญลักษณ์ทางดนตรี
ในการขับร้องและการบรรเลงดนตรีนั้น
ผู้บรรเลงดนตรีและผู้ขับร้องจะต้อง
มีความเข้าใจในการอ่านเครื่องหมายและสัญลักษณ์ทางดนตรี
มีความสามารถที่จะอ่านโน้ตเพลงได้อย่างถูกต้องตามที่ผู้ประพันธ์ได้ประพันธ์ไว้ทำให้บทเพลงนั้นไพเราะและสมบูรณ์
- การควบคุมคุณภาพเสียงในการปฏิบัติ
ในการขับร้องเพลงนั้นเราสามารถที่จะประเมินคุณภาพของผู้ขับร้องได้จากการฟัง
ว่าผู้ขับร้องสามารถที่จะใช้น้ำเสียงและควบคุมเสียงร้องได้มากน้อยเพียงใด
เสียงจะต้องไม่ขาด ไม่เกิน เหมาะสมกับทำนองดนตรี
ทั้งยังต้องออกเสียงขับร้องนั้นให้ถูกต้องตามอักขระวิธีของภาษาที่ใช้ขับร้องนั้นๆ ส่วนผู้บรรเลงดนตรีจะต้องควบคุมคุณภาพเสียงของเครื่องดนตรีได้อย่างถูกต้องชัดเจน โดยใช้แบบประเมิน
โดยการสังเกต จากการปฏิบัติเป็นรายบุคคลและการรวมวงแล้วรวบรวมสรุปผล
3.4 ขั้นดำเนินงานเพื่อปรับปรุงพัฒนา
(Action : A)
นำผลการประเมินทักษะการบรรเลง
มาปรับปรุงแก้ไข โดยแยกกลุ่มที่ยังปฏิบัติได้ไม่ดีพอ หรือช้ากว่านักเรียนส่วนมาก
มาฝึกซ้อมเพิ่มเติม โดยครูเป็นผู้ควบคุม หรืออาจจะใช้วิธีเพื่อนสอนเพื่อน
พี่สอนน้อง การฝึกซ้อมเดี่ยว ฝึกซ้อมเป็นกลุ่มเล็ก กระตุ้นด้วยการเสริมแรง
หรือให้รางวัล ตามความเหมาะสม
4. ผลการดำเนินงาน
4.1 ผลที่เกิดตามจุดประสงค์
1.
นักเรียนสามารถขับร้อง บรรเลง ดนตรีไทยขั้นพื้นฐานได้ถูกต้องตามเกณฑ์ที่กำหนด ร้อยละ
100
2. นักเรียนสามารถขับร้องและบรรเลงดนตรีไทยร่วมกันทั้งโรงเรียนได้ ร้อยละ
100
3.
นักเรียนภาคภูมิใจและมีเจตคติที่ดีต่อศิลปวัฒนธรรมด้านดนตรีไทย ร้อยละ
100
4.2
ผลสัมฤทธิ์ของงาน
1) นักเรียนสามารถ
เล่นดนตรีไทยตามศักยภาพ ได้อย่างน้อยคนละ 1
ชนิด
2)
นักเรียนสามารถแสดงดนตรีไทย ต่อหน้าสาธารณะชนทั้งในสถานศึกษาและนอกได้
3)
เป็นการสร้างชื่อเสียงให้กับโรงเรียนจนเป็นที่ยอมรับทั่วไป
4)
นักเรียนเป็นผู้มีสุนทรียภาพและใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์
5) เป็นการอนุรักษ์
สืบสาน ศิลปวัฒนธรรมที่ดีงามของไทย
4.3 ประโยชน์ที่ได้รับ
1)
นักเรียนมีทักษะทางด้านดนตรีไทยติดตัวสามารถนำไปพัฒนา ต่อยอด ในระดับที่สูงขึ้นได้
2)
นักเรียนรู้จักการทำงานร่วมกัน อดทน รับผิดชอบ สามัคคี
เกิดความสัมพันธ์อันดีต่อกัน
3) นักเรียนสามารถนำความรู้ความสามารถ
ไปสอบเข้าศึกษาต่อความสามารถพิเศษในระดับชั้นมัธยมศึกษาได้
5. วิธีการประเมินผล
5.1 การประเมิน ทักษะ การขับร้อง บรรเลง ดนตรีไทยขั้นพื้นฐานได้ถูกต้องตามตามเกณฑ์ที่กำหนด
๔.๑.๑ เครื่องมือ แบบประเมินทักษะทางดนตรีไทยรายบุคคล
๔.๑.๒ วิธีการ สังเกต/ทดสอบปฏิบัติ
๔.๑.๓ เกณฑ์การประเมิน ผ่านเกณฑ์การประเมินในระดับดีขึ้นไป
5.๒ การประเมิน
ทักษะ การขับร้องและบรรเลงดนตรีไทยร่วมกันทั้งโรงเรียนได้
๔.๒.๑ เครื่องมือ แบบประเมินทักษะทางดนตรีไทยรวมวง
๔.๒.๒ วิธีการ สังเกต/ทดสอบปฏิบัติ
๔.๒.๓ เกณฑ์การประเมิน
ผ่านเกณฑ์การประเมินในระดับดีขึ้นไป
5.๓ การประเมินความภาคภูมิใจและมีเจตคติที่ดีต่อศิลปวัฒนธรรมด้านดนตรีไทย
๔.๓.๑ เครื่องมือ แบบประเมินความภาคภูมิใจและมีเจตคติที่ดีต่อศิลปวัฒนธรรมด้านดนตรีไทย
๔.๓.๒ วิธีการประเมิน แบบประเมินรายบุคคล
๔.๓.๓ เกณฑ์การประเมิน นักเรียนมีผลการประเมินผ่านเกณฑ์การประเมินในระดับดีขึ้นไป
6. ปัจจัยหรือสิ่งสนับสนุนให้ประสบความสำเร็จ
6.1
สถานศึกษามีการกำหนดเป้าหมายอย่างชัดเจน
คณะกรรมการดำเนินงานมุ่งไปสู่เป้าหมายเดียวกัน
โดยความร่วมมือของผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย
6.2 มีครุภัณฑ์เครื่องดนตรีไทยที่เพียงต่อจำนวนของนักเรียนและอยู่ในสภาพสมบูรณ์พร้อมใช้งาน
ซึ่งได้รับงบประมาณจัดสรรจากหน่วยงานต้นสังกัดและการสนับสนุนจากหน่วยงานต่างๆ
6.3
นักเรียนมีความมุ่งมั่นตั้งใจ และให้ความร่วมมือในการ่วมกิจกรรมเป็นอย่างดี
7. ชื่อบุคคล/หน่วยงานภายนอกที่ให้การยอมรับ
โรงเรียนฉิมพลี
สำนักงานเขตตลิ่งชัน เข้าศึกษาดูงานการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนดนตรีไทย
เมื่อ
วันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
ผลการดำเนินงาน
4.1 ผลที่เกิดตามจุดประสงค์
1.
นักเรียนสามารถขับร้อง บรรเลง ดนตรีไทยขั้นพื้นฐานได้ถูกต้องตามเกณฑ์ที่กำหนด ร้อยละ
100
2. นักเรียนสามารถขับร้องและบรรเลงดนตรีไทยร่วมกันทั้งโรงเรียนได้ ร้อยละ
100
3.
นักเรียนภาคภูมิใจและมีเจตคติที่ดีต่อศิลปวัฒนธรรมด้านดนตรีไทย ร้อยละ
100
4.2
ผลสัมฤทธิ์ของงาน
1) นักเรียนสามารถ
เล่นดนตรีไทยตามศักยภาพ ได้อย่างน้อยคนละ 1
ชนิด
2)
นักเรียนสามารถแสดงดนตรีไทย ต่อหน้าสาธารณะชนทั้งในสถานศึกษาและนอกได้
3)
เป็นการสร้างชื่อเสียงให้กับโรงเรียนจนเป็นที่ยอมรับทั่วไป
4)
นักเรียนเป็นผู้มีสุนทรียภาพและใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์
5) เป็นการอนุรักษ์
สืบสาน ศิลปวัฒนธรรมที่ดีงามของไทย
4.3 ประโยชน์ที่ได้รับ
1)
นักเรียนมีทักษะทางด้านดนตรีไทยติดตัวสามารถนำไปพัฒนา ต่อยอด ในระดับที่สูงขึ้นได้
2)
นักเรียนรู้จักการทำงานร่วมกัน อดทน รับผิดชอบ สามัคคี
เกิดความสัมพันธ์อันดีต่อกัน
3) นักเรียนสามารถนำความรู้ความสามารถ ไปสอบเข้าศึกษาต่อความสามารถพิเศษในระดับชั้น
8.1 จัดนิทรรศการเผยแพร่แก่นักเรียน/ครูในโรงเรียน และต่างโรงเรียนในนิทรรศการเครือข่ายวิชาการ
8.2.ประชาสัมพันธ์ในรูปแบบของสารสัมพันธ์ของโรงเรียนให้ผู้ปกครองทราบ
8.3 แจ้งคณะกรรมการสถานศึกษาในที่ประชุม
8.4 เผยแพร่ทางช่องทาง
ออนไลน์ ได้แก่
Facebook : โรงเรียนวัดใหม่พิเรนทร์
Tiktok : โรงเรียนวัดใหม่พิเรนทร์
8.5
ปีการศึกษา 2568 เด็กชายสิทธิรัตน์ ธรรมชา
สอบเข้าเรียนในระดับมัธยมด้วยความสามารถด้านดนตรีไทย
โรงเรียนชิโนรสวิทยาลัย
8.6 ปีการศึกษา 2568
เด็กชายชิษณุพงษ์ แดงคำปวง
สอบเข้าเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาด้วยความสามารถด้านดนตรีไทย
โรงเรียนทวีธาภิเศก
8.7 โรงเรียนได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณ
โรงเรียนดนตรีไทย 100 เปอร์เซ็นต์ ระดับดีเด่น
จาก
กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ในปี พ.ศ. 2563
8.8 โรงเรียนได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณ
โรงเรียนดนตรีไทย 100 เปอร์เซ็นต์ ระดับดีเด่น
จาก
กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ในปี พ.ศ. 2567
8.9 โรงเรียนได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณ
โรงเรียนดนตรีไทย 100 เปอร์เซ็นต์ ระดับดีเด่น
จาก
กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ในปี พ.ศ. 2568
8.10 วันที่ 21 กรกฎาคม 2568 ตัวแทนนักเรียนเข้าร่วมการแสดงวงมหาดุริยางค์ไทยใน
“โครงการมหกรรมดนตรีและการแสดง ของนักเรียนในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร” ปี พ.ศ.
2568 โดยสำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร
8.11 วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 ร่วมแสดงดนตรีไทยในนามสำนักเขตบางกอกใหญ่
ในการประกวดการดำเนินโครงการ “TO BE NUMBER ONE”
ระดับกลุ่มเขตการปกครอง (โซน) กรุงเทพมหานคร ผ่านการคัดเลือกเข้าไปในระดับภาค
8.12
เด็กชายทินกร โนใหม่
ได้รับรางวัลเหรียญเงิน ในการแข่งขันดนตรีไทย(ระนาดทุ้ม)
ในนิทรรศการ
57 ปี
วิชาการเปิดบ้านคุณหลวง ปีการศึกษา 2567 ณ โรงเรียนฤทธิณรงค์รอน
8.13 เด็กชายชิษณุพงษ์ แดงคำปวง ได้รับรางวัลเหรียญเงิน
ในการแข่งขันดนตรีไทย(ระนาดเอก)
ในนิทรรศการ
58 ปี
วิชาการเปิดบ้านคุณหลวง ปีการศึกษา 2568 ณ โรงเรียนฤทธิณรงค์รอน