กิจกรรมธนาคารโรงเรียนสามเสนนอก
(ประชาราษฎร์อนุกูล) เป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาผู้เรียนตามโครงการเศรษฐกิจพอเพียง
โดยบูรณาการสู่แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2566–2569 กลยุทธ์ที่ 1
ด้านการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน และสอดคล้องกับมาตรฐานที่ 1 คุณภาพของผู้เรียน ทั้งด้านผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการและคุณลักษณะที่พึงประสงค์
โรงเรียนได้สังเคราะห์กระบวนการดำเนินงานตามวงจรคุณภาพ PDSA
(Plan–Do–Study–Act) ให้เป็นลำดับขั้นตอนที่เชื่อมโยงอย่างเป็นระบบ
ดังนี้
ขั้นที่ 1 การวางแผนอย่างมีส่วนร่วม (Plan: Participatory Planning) เริ่มต้นจากการวิเคราะห์ผลการดำเนินงานในรอบปีที่ผ่านมา
เพื่อนำข้อมูลเชิงประจักษ์มาใช้กำหนดทิศทางการพัฒนา
จากนั้นจัดประชุมคณะกรรมการเพื่อกำหนดเป้าหมายความสำเร็จให้สอดคล้องกับมาตรฐานที่ 1 และร่วมกันวางแผนการดำเนินงานอย่างเป็นระบบ
ควบคู่กับการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรม
โดยเฉพาะธนาคารออมสิน สาขาห้วยขวาง ในขั้นตอนนี้
โรงเรียนกำหนดกรอบการดำเนินงานที่ชัดเจน ทั้งด้านระยะเวลา สถานที่ ทรัพยากร
และแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงาน พร้อมทั้งออกแบบกิจกรรมธนาคารโรงเรียนและวางระบบความปลอดภัยในการบริหารจัดการเงิน
เพื่อให้กิจกรรมสามารถดำเนินได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้
ขั้นที่ 2 การดำเนินงานเชิงปฏิบัติจริง (Do: Authentic Implementation) โรงเรียนดำเนินกิจกรรมธนาคารโรงเรียนตามแผนที่กำหนด
โดยมุ่งเน้นให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริง (Learning by
Doing) ผ่านการจำลองระบบธนาคารในสถานศึกษา
ซึ่งมีครูทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาและกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด
เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างถูกต้อง โปร่งใส และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้เรียน
ดังนี้
2.1 การจัดตั้งและบริหารระบบธนาคารโรงเรียน
โรงเรียนจัดตั้ง “ธนาคารโรงเรียน” ในลักษณะระบบออฟไลน์
โดยกำหนดโครงสร้างการบริหารงานอย่างชัดเจน
ประกอบด้วยคณะกรรมการครูที่ปรึกษาและนักเรียนแกนนำ (เจ้าหน้าที่ธนาคาร) ทำหน้าที่ให้บริการด้านการเงิน
ได้แก่ การเปิดบัญชี รับฝาก ถอนเงิน และบันทึกข้อมูลธุรกรรม โดยยึดหลักความถูกต้อง
รอบคอบ และตรวจสอบได้
2.2 การกำหนดระเบียบและแนวปฏิบัติที่ชัดเจน โรงเรียนกำหนดระเบียบการดำเนินงานเพื่อสร้างวินัยทางการเงินให้กับผู้เรียน
ได้แก่ สมาชิกต้องเป็นนักเรียน ครู หรือบุคลากรของโรงเรียน การเปิดบัญชีสามารถดำเนินการได้โดยไม่มีขั้นต่ำ
พร้อมแนบเอกสารยืนยันตัวตน การรักษาสมุดบัญชีให้เรียบร้อย
และกำหนดแนวทางกรณีสูญหาย การฝากเงินสามารถทำได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง (ไม่เกิน 5,000
บาท/วัน)
และการถอนเงินต้องมีการยืนยันตัวตนโดยครูประจำชั้นหรือผู้ปกครองตามช่วงชั้น
2.3 การให้บริการอย่างเป็นระบบตามช่วงเวลาและระดับชั้น
โรงเรียนกำหนดวันและเวลาเปิดให้บริการอย่างชัดเจน (วันจันทร์–ศุกร์ ช่วงเช้า 07.00–07.30
น. และช่วงกลางวัน 12.00–12.30 น.)
พร้อมจัดตารางการฝากเงินตามระดับชั้น เพื่อสร้างระเบียบและลดความแออัด เช่น วันจันทร์
ให้บริการในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 วันอังคาร
ให้บริการในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 วันพุธ ให้บริการในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่
3 วันพฤหัสบดี ให้บริการในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4–5
และวันศุกร์ ให้บริการในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6–มัธยมศึกษา
2.4 การส่งเสริมแรงจูงใจและสร้างวินัยการออม
โรงเรียนจัดกิจกรรมส่งเสริมการออมอย่างต่อเนื่อง เช่น
การให้รางวัลนักเรียนที่มีพฤติกรรมการออมสม่ำเสมอ การมอบเกียรติบัตรนักออมดีเด่น
และการสร้างแรงจูงใจผ่านกิจกรรมส่งเสริม เช่น ตลาดนัดมือสอง กิจกรรมนักธุรกิจน้อย
และกิจกรรมหารายได้เพื่อการศึกษา
เพื่อให้ผู้เรียนเห็นคุณค่าและเกิดเจตคติที่ดีต่อการออม
2.5 การกำกับติดตามและตรวจสอบการดำเนินงาน
ครูที่ปรึกษาธนาคารทำหน้าที่กำกับ ดูแล และตรวจสอบความถูกต้องของการดำเนินงานในแต่ละวัน
โดยมีการตรวจสอบยอดเงินคงเหลือ การสรุปรายงานประจำวัน
และการอนุมัติการดำเนินงานในวันถัดไป หากมียอดเงินหมุนเวียนเกินเกณฑ์ที่กำหนด
จะดำเนินการนำฝากธนาคารออมสิน สาขาห้วยขวาง เพื่อความปลอดภัย
2.6 การบริหารจัดการข้อมูลและรายงานผล
นักเรียนแกนนำดำเนินการบันทึกข้อมูลการฝาก–ถอนอย่างเป็นปัจจุบัน
และรายงานสรุปยอดเงินประจำวันต่อครูที่ปรึกษา เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการติดตาม
ตรวจสอบ และประเมินผลในขั้นตอนถัดไป
2.7 การดูแลต่อเนื่องและการจัดการบัญชีปลายทาง
สำหรับนักเรียนที่สำเร็จการศึกษา โรงเรียนมีระบบปิดบัญชีอย่างเป็นระบบ
โดยครูประจำชั้นรวบรวมสมุดบัญชี ส่งให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการปิดบัญชี
และคืนเงินให้นักเรียนอย่างถูกต้องครบถ้วน พร้อมทั้งมีการปรับอัตราดอกเบี้ยปีละ 2
ครั้งตามเกณฑ์ของธนาคารพันธมิตร
ขั้นที่ 3 การติดตาม ประเมิน และเรียนรู้ร่วมกัน (Study: Reflective
Evaluation) ภายหลังการดำเนินงาน
โรงเรียนดำเนินการติดตามและประเมินผลอย่างเป็นระบบ
โดยใช้วิธีการประเมินที่หลากหลาย ได้แก่ การตรวจสอบเอกสารทางการเงิน
การสังเกตพฤติกรรมการใช้จ่ายและการปฏิบัติงานของนักเรียน
และการประเมินเจตคติที่มีต่อการออม ข้อมูลที่ได้ถูกนำมาวิเคราะห์และเปรียบเทียบกับเป้าหมายที่กำหนดไว้
จากนั้นจัดประชุมคณะกรรมการเพื่อสะท้อนผลการดำเนินงานผ่านกระบวนการถอดบทเรียน (AAR) ซึ่งช่วยให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ วิเคราะห์จุดเด่น จุดที่ควรพัฒนา
และแนวทางการยกระดับคุณภาพกิจกรรมในอนาคต
ขั้นที่ 4 การปรับปรุงและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง (Act: Continuous Improvement) ผลจากการประเมินและการถอดบทเรียนถูกนำไปใช้ในการตัดสินใจเชิงพัฒนา โดยคณะกรรมการร่วมกันพิจารณาว่าควร “คงไว้ ปรับปรุง หรือยกเลิก” แนวทางการดำเนินงานในแต่ละส่วนอย่างมีเหตุผล จากนั้นจึงปรับปรุงแนวปฏิบัติให้เหมาะสมกับบริบทของผู้เรียนและสถานศึกษา แนวปฏิบัติที่ได้รับการพัฒนาแล้วจะถูกนำไปใช้เป็นกรอบการดำเนินงานในปีการศึกษาถัดไป ส่งผลให้กิจกรรมธนาคารโรงเรียนมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เป็นระบบ และยั่งยืน
1. รายงานสรุปผลการดำเนินงานกิจกรรมธนาคารโรงเรียน
ประจำปีการศึกษา 2568 (ข้อมูลการทำธุรกรรมร่วมกับธนาคารออมสิน
สาขาห้วยขวาง ณ วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569) พบว่าตลอดปีการศึกษา 2568 กิจกรรมธนาคารโรงเรียนได้มีการทำธุรกรรมทางการเงินร่วมกับธนาคารออมสิน
สาขาห้วยขวาง อย่างต่อเนื่อง โดยมียอด ฝากเงินรวมทั้งสิ้น 842,482.98 บาท ซึ่งประกอบด้วยการนำเงินฝากเข้าบัญชีจำนวน 4 ครั้ง
ในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงเดือนตุลาคม 2568 และดอกเบี้ยเงินฝากที่ได้รับจำนวน
2 ครั้ง ในช่วงสิ้นเดือนมิถุนายนและธันวาคม 2568 ในขณะเดียวกัน มียอดถอนเงินรวมทั้งสิ้น 1,100,000 บาท
ซึ่งเกิดจากการทำรายการจำนวน 3 ครั้ง ในเดือนมิถุนายน 2568
และเดือนมกราคม 2569
สำหรับสถานะทางการเงินล่าสุด
ข้อมูล ณ วันที่ 24
กุมภาพันธ์ 2569 พบว่าธนาคารโรงเรียนมียอด เงินคงเหลือในบัญชี
จำนวน 6,414,508.81 บาท นอกจากนี้ยังมีการเตรียม เงินทดรองจ่าย
สำหรับกรณีนักเรียนย้ายสถานศึกษาประจำปีการศึกษา 2568 ไว้เป็นจำนวน
336,304.03 บาท เมื่อนำยอดเงินคงเหลือในบัญชีธนาคารรวมกับเงินทดรองจ่ายดังกล่าว
ส่งผลให้กิจกรรมธนาคารโรงเรียนในปัจจุบัน มี ยอดเงินคงเหลือรวมทั้งสิ้น 6,750,812.84
บาท
2. ผู้เรียนมีพัฒนาการด้านความรู้และทักษะทางการเงิน
(Financial Literacy) อย่างเป็นรูปธรรม สามารถอ่าน วิเคราะห์
และทำความเข้าใจข้อมูลทางการเงินเบื้องต้น เช่น การบันทึกรายรับ–รายจ่าย
การคำนวณยอดเงินคงเหลือ และดอกเบี้ยได้อย่างถูกต้อง
อีกทั้งมีความสามารถในการคิดวิเคราะห์และตัดสินใจเลือกใช้จ่ายอย่างมีเหตุผล
รู้จักวางแผนการใช้เงินล่วงหน้า
และสามารถแก้ปัญหาในสถานการณ์จริงที่เกี่ยวข้องกับการเงินได้ดีขึ้น นอกจากนี้ ผู้เรียนยังได้รับการพัฒนาทักษะการสื่อสารและการทำงานร่วมกัน
ผ่านบทบาทเจ้าหน้าที่ธนาคารนักเรียน มีความสามารถในการอธิบายขั้นตอนการให้บริการ
การติดต่อสื่อสารกับเพื่อนและครูอย่างเหมาะสม
ตลอดจนมีทักษะพื้นฐานด้านอาชีพและมีเจตคติที่ดีต่อการทำงานสุจริต
3. จากการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง
พบว่านักเรียนมีวินัยในการออมสูงขึ้น โดยปีการศึกษา 2566 (ร้อยละ 94.00)
ปีการศึกษา 2567 (ร้อยละ 93.00)
และปีการศึกษา 2568 (ร้อยละ 96.00)
ส่วนการขยายตัวของสมาชิกมีจำนวนนักเรียนที่มีบัญชีเงินฝากเพิ่มขึ้นสะสมเฉลี่ยสูงถึงร้อยละ
95.47 ตลอด 3 ปีการศึกษา
แสดงถึงความสำเร็จในการเข้าถึงผู้เรียนเกือบ 100%
4. ผู้เรียนมีพฤติกรรมการออมที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
มีวินัยทางการเงิน รู้จักเก็บออมอย่างสม่ำเสมอ
และใช้จ่ายอย่างพอประมาณตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง แสดงออกถึงความรับผิดชอบ
ความอดทน อดกลั้น และการพึ่งพาตนเองได้ จากการสังเกตพฤติกรรม
พบว่าผู้เรียนมีความตระหนักรู้ในคุณค่าของเงินและการออมมากขึ้น
ลดพฤติกรรมการใช้จ่ายฟุ่มเฟือย และมีเป้าหมายในการออมเพื่อวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน
เช่น การออมเพื่อการศึกษา หรือการใช้จ่ายในสิ่งจำเป็น