สำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร
Department of Education
การขับเคลื่อนกิจกรรมโรงเรียนในฐานะชุมชนแห่งการเรียนรู้ ด้วย 4S
โรงเรียนสามเสนนอก (ประชาราษฎร์อนุกูล)
กระบวนการพัฒนา

โรงเรียนสามเสนนอก (ประชาราษฎร์อนุกูล) ได้พัฒนานวัตกรรมการบริหารจัดการเพื่อยกระดับสถานศึกษาสู่การเป็น โรงเรียนในฐานะชุมชนแห่งการเรียนรู้ (SLC) อย่างเป็นระบบ โดยใช้แนวคิดนวัตกรรมเชิงพัฒนา (Copy & Development) และขับเคลื่อนผ่านกระบวนการยกระดับคุณภาพ 3 ระยะ ดังนี้

ระยะที่ 1 การวางรากฐานและการใช้ข้อมูลเชิงประจักษ์ (พ.ศ. 2565-2566) เป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาเกิดจากการทบทวนผลการดำเนินงานอย่างเป็นระบบ โดยเริ่มต้นจากการใช้กระบวนการชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) ขับเคลื่อนผ่านโครงการนิเทศภายในสถานศึกษา โดยใช้ข้อมูลเชิงประจักษ์เพื่อการพัฒนา จากผลการประเมินการจัดกิจกรรม PLC พบการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2566 ผลการดำเนินงานยกระดับสู่ ระดับยอดเยี่ยม ในหลายมิติ อาทิ ความเหมาะสมของเวลา (ร้อยละ 92.40) การใช้สื่อเทคโนโลยี (ร้อยละ 92.00) บรรยากาศการนิเทศแบบกัลยาณมิตร (ร้อยละ 91.60) และการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ (ร้อยละ 93.20)            

รวมทั้งการกำหนดทิศทางจาก SAR ซึ่งสถานศึกษาได้นำข้อค้นพบจากรายงานการประเมินตนเอง (SAR) ปีการศึกษา 2566 ที่ระบุว่า "ควรขยายชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) สู่ระดับที่สูงขึ้น" มาเป็นฐานในการตัดสินใจสู่การยกระดับเป็นกิจกรรม SLC ในระยะต่อไป

ระยะที่ 2 การพัฒนานวัตกรรมผ่านกระบวนการ 4S (พ.ศ. 2567) โรงเรียนดำเนินการขับเคลื่อน SLC ตามกรอบแนวคิดนวัตกรรมเชิงพัฒนา โดยเริ่มจากการลอกเลียนแบบ (Copy) ศึกษาต้นแบบจากโรงเรียนวัดหัวลำโพง ควบคู่กับการรับการชี้แนะจากผู้เชี่ยวชาญ (ผศ.อรรถพล  อนันตวรสกุล และ ศ.กิตติคุณ ดร.มานาบุ ซาโต)

สู่การพัฒนา (Development) รูปแบบที่สอดคล้องกับบริบทของตนเอง นำไปสู่การสร้างกระบวนการพัฒนาครูอย่างเป็นระบบผ่าน "กระบวนการ 4S (สแกน–สร้าง–สาน–สะท้อน)" ดังนี้

S1 - สแกน (Scan) ด้วยการวิเคราะห์และวางแผนเชิงระบบ บรรจุ SLC ลงในแผนปฏิบัติราชการและข้อตกลงร่วม จัดตั้งทีมงานกำหนดบทบาทชัดเจน (Model Teacher, Buddy Teacher, Facilitator, Reflective Recorder) จัดทำปฏิทินปฏิบัติงาน

S2 - สร้าง (Shape) ด้วยการออกแบบการเรียนรู้ร่วมกัน (Co-Planning) ครูผู้สอน (Model) และครูผู้ร่วมพัฒนา (Buddy) ร่วมกันวิเคราะห์ผู้เรียนเพื่อออกแบบแผนการจัดการเรียนรู้ที่กระตุ้นการคิด พร้อมเตรียมเครื่องมือ เช่น ผังที่นั่งนักเรียนเพื่อสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล

S3 - สาน (Support & Share) ด้วยการปฏิบัติจริงในชั้นเรียน (Open Class) ด้วยการเปิดชั้นเรียนสาธารณะ โดยผู้สังเกตการณ์มุ่งเน้นการเก็บข้อมูลเชิงประจักษ์จากพฤติกรรมการเรียนรู้ของผู้เรียนเป็นหลัก ไม่วิพากษ์การสอนของครู มีการใช้แพลตฟอร์มออนไลน์รวบรวมหลักฐาน

S4 - สะท้อน (Reflect): การวิเคราะห์และถอดบทเรียน (AAR) สะท้อนคิดตามลำดับอย่างสร้างสรรค์ (Model -> Buddy -> ผู้สังเกต) ภายใต้การดูแลของผู้นำในการสะท้อนคิด (Facilitator) โดยใช้ข้อมูลจริงเป็นฐาน เพื่อสกัดองค์ความรู้และนำไปสู่การปรับปรุงพัฒนาการจัดการเรียนรู้

หลังจากนั้นจึงนำไปปฏิบัติ (Action) ด้วยการทดลองใช้กระบวนการ SLC ในชั้นเรียนจริง โดยได้ดำเนินการในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/1 รายวิชาภาษาไทย โดยมีผู้เชี่ยวชาญระดับอุดมศึกษาและศึกษานิเทศก์ร่วมสังเกตและให้ข้อเสนอแนะเพื่อนำไปปรับปรุงให้เหมาะสมกับบริบท ซึ่งถือเป็นจุดเชื่อมสำคัญจากการออกแบบสู่การปฏิบัติจริง

ระยะที่ 3 การขยายผลสู่ความยั่งยืนและการประเมินประสิทธิผล (พ.ศ. 2568-2569) โรงเรียนขยายผลกระบวนการ 4S ด้วยการเปิดชั้นเรียนสาธารณะ (Public Open Class) อย่างเต็มรูปแบบ ครอบคลุมตั้งแต่ระดับชั้น ป.2 - ป.6 ในหลากหลายกลุ่มสาระการเรียนรู้ (ภาษาไทย, สังคมศึกษา, คณิตศาสตร์) โดยมีการสร้างเครือข่ายการมีส่วนร่วม โดยเปิดโอกาสให้ตัวแทนครูข้ามสายชั้น (ป.1-6 และมัธยมศึกษา) รวมถึง ผู้ปกครองนักเรียน เข้าร่วมสังเกตการณ์ชั้นเรียนอย่างเป็นรูปธรรม

รวมทั้งการประเมินผลเชิงประจักษ์ ทางโรงเรียนใช้เครื่องมือวัดการเป็นโรงเรียน SLC ตามแนวคิดของซาโต (ความเชื่อมั่นสูงถึง 0.953) เก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง 48 คน ผลการเปรียบเทียบก่อน-หลังดำเนินกิจกรรม พบการพัฒนายกระดับจากระดับมากสู่ระดับมากที่สุดในทุกมิติ โดยมีค่าเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 0.60 คะแนน ประกอบด้วย ด้านปรัชญา (Philosophy) มีผลการพัฒนาสูงสุด (ค่าเฉลี่ยจาก 4.27 เป็น 4.83) รองลงมาคือ ด้านวิสัยทัศน์ (Vision) มีค่าเฉลี่ยเริ่มต้นที่ 4.15 เพิ่มเป็น 4.76 และด้านระบบกิจกรรม (Activity System) มีค่าเฉลี่ยเริ่มต้นที่ 4.10 เพิ่มเป็น 4.75

การดำเนินงานทั้ง 3 ระยะ แสดงให้เห็นถึงการพัฒนาอย่างเป็นขั้นตอน จากการสร้างความตระหนัก (กิจกรรม PLC) สู่การยกระดับเชิงระบบ (กิจกรรม SLC) และการขยายผลสู่การปฏิบัติจริงทั้งองค์กร โดยมีจุดเด่นคือการใช้ข้อมูลเชิงประจักษ์ การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน และการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงคุณภาพทั้งในระดับผู้เรียน ครู และระบบบริหารจัดการ สอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษาของ สมศ. อย่างชัดเจน


ผลจากการปฏิบัติ

จากการดำเนินงานพัฒนาโรงเรียนในฐานะชุมชนแห่งการเรียนรู้ (SLC) ของโรงเรียนสามเสนนอก (ประชาราษฎร์อนุกูล) ซึ่งดำเนินการอย่างเป็นระบบต่อเนื่อง 3 ระยะ (พ.ศ. 2565–2568) สามารถสะท้อนผลลัพธ์ที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ทั้ง 3 ข้อ ได้อย่างชัดเจน ดังนี้

4.1 การดำเนินกิจกรรม PLC และต่อยอดสู่กิจกรรม SLC ส่งผลให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนาอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะสมรรถนะสำคัญ ได้แก่ ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา และการเรียนรู้ด้วยตนเอง ผ่านกระบวนการจัดการเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง จากการสังเกตการเปิดชั้นเรียนสาธารณะ (Open Class) พบว่าผู้เรียนมีพฤติกรรมการเรียนรู้เชิงรุก กล้าคิด กล้าแสดงออก และสามารถอธิบายเหตุผลของตนเองได้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนมีแนวโน้มสูงขึ้นควบคู่กับการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์อย่างเป็นรูปธรรม สะท้อนให้เห็นถึงการยกระดับคุณภาพผู้เรียนตามเป้าหมายของมาตรฐานที่ 1 ได้อย่างมีประสิทธิผล (สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ข้อ 2.1 และมาตรฐานที่ 1)

4.2 ครูมีการพัฒนาศักยภาพในการออกแบบและจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญอย่างเด่นชัด โดยใช้กระบวนการ PLC และ SLC เป็นกลไกหลักในการพัฒนา จากผลการดำเนินงานในปีการศึกษา 2565–2566 พบว่าครูมีการใช้สื่อและเทคโนโลยีในการจัดการเรียนรู้ในระดับดีมากถึงยอดเยี่ยม (เพิ่มจากร้อยละ 90.00 เป็น 92.00) และสามารถพัฒนาการจัดการเรียนรู้สู่มาตรฐานที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญในระดับยอดเยี่ยม (ร้อยละ 93.20) อีกทั้งกระบวนการเปิดชั้นเรียนให้เพื่อนครูสังเกต สะท้อนคิด และแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากสถานการณ์จริง (Lesson Study และ Open Class) ช่วยให้ครูสามารถใช้ข้อมูลผู้เรียนเป็นฐานในการออกแบบการเรียนรู้ได้อย่างเป็นรูปธรรม เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เชิงวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้คุณภาพการจัดการเรียนรู้มีความลุ่มลึกและมีประสิทธิภาพสูงขึ้นตามตัวชี้วัดของมาตรฐานที่ 3 (สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ข้อ 2.2 และมาตรฐานที่ 3)

4.3 โรงเรียนสามารถพัฒนาระบบบริหารจัดการที่เอื้อต่อการเป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้ได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยมีการกำหนดกิจกรรมโรงเรียนในฐานะชุมชนแห่งการเรียนรู้เป็นนโยบายและบรรจุไว้ในแผนปฏิบัติราชการประจำปี มีการแต่งตั้งคณะกรรมการและกำหนดบทบาทหน้าที่อย่างชัดเจน รวมถึงพัฒนากระบวนการดำเนินงานตามรูปแบบ 4S (สแกน–สร้าง–สาน–สะท้อน) ที่มีความเป็นระบบและต่อเนื่อง ส่งผลให้ครูและบุคลากรมีการทำงานร่วมกันอย่างมีส่วนร่วม เกิดวัฒนธรรมองค์กรแห่งการเรียนรู้ อย่างแท้จริง (สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ข้อ 2.3 และมาตรฐานที่ 2)


เอกสารเพิ่มเติม :[ดาวน์โหลดเอกสาร]