สำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร
Department of Education
การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติจริง (Active Learning)” โดยใช้กิจกรรมทักษะอาชีพ
โรงเรียนวัดสิตาราม
กระบวนการพัฒนา

ขั้นตอนการดำเนินงาน

                     ๑ ขั้นตอนการวางแผน (Plan: P)

                          ๑.๑ ครูร่วมกันกำหนดปฏิทินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยใช้กิจกรรมทักษะอาชีพในภาคเรียนที่ ๑ เริ่มจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม - กันยายน และภาคเรียนที่ ๒ เริ่มจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ตั้งแต่เดือนพฤษจิกายน - มีนาคม

                     ๑.๒ ครูจัดทำประมวลรายวิชา และเอกสารประกอบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยใช้กิจกรรมทักษะอาชีพ ซึ่งการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้กิจกรรมทักษะอาชีพ นั้นโรงเรียนวัดสิตารามได้บรรจุไว้ ในหลักสูตรสถานศึกษา ทั้งหลักสูตรใหม่ที่โรงเรียนเข้าร่วมเป็นโรงเรียนกลุ่มวิจัย ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ คือหลักสูตรการศึกษาประถมศึกษาตอนต้น(ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3) พุทธศักราช 2568 และหลักสูตรสถานศึกษาตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง 2560) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 โดยการจัดการเรียนการสอนในส่วนของกิจกรรมตามจุดเน้น  ของสถานศึกษา สัปดาห์ละ 2 ชั่วโมง

                              ๑.๓ เป้าหมายและขอบเขตการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยใช้กิจกรรมทักษะอาชีพดังนี้

                               เป้าหมาย

                      - พัฒนามรรถนะสำคัญของผู้เรียน 5 ด้านของผู้เรียนผ่าน ทักษะการทำงาน

                     - พัฒนาทักษะเฉพาะทางด้านอาชีพ  เช่น การแปรรูปอาหาร, การซ่อมแซม, การตลาด, การพูดและประชาสัมพันธ์ เป็นต้น

                               ขอบเขต

                               การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยใช้กิจกรรมทักษะอาชีพ ของโรงเรียนวัดสิตารามประกอบไปด้วย อาชีพทั้ง 10 ดังนี้

                               1. อาชีพงานฝีมือเด็กพิเศษ ครูที่รับผิดชอบกิจกรรมได้แก่

- นางสาวรัสรินทร์  

อัศววงศ์เจริญ

ครู วิทยะฐานะครูชำนาญการพิเศษ

- นางสาววชิราภรณ์

ใจสุภาพ

ครูผู้ช่วย

                               2. อาชีพพิธีกรและนักประชาสัมพันธ์ ครูที่รับผิดชอบกิจกรรมได้แก่

- นางสาวนภัสสร  

คล้ายอิ่ม

ครู วิทยะฐานะครูชำนาญการ

                               3. อาชีพผลิตภัณฑ์สมุนไพรต้นหูเสือ ครูที่รับผิดชอบกิจกรรมได้แก่

- นางสาวสิริกานต์  

ใสนวน

ครูผู้ช่วย

- นางสาวพรรณภา

วังแก้วหิรัญ

ครู วิทยะฐานะครูชำนาญการ

                               4. อาชีพงานศิลปะ ครูที่รับผิดชอบกิจกรรมได้แก่

- นายวจน  

สิทธิฤทธิ์

ครู วิทยะฐานะครูชำนาญการ

                               5. อาชีพงานประดิษฐ์ ครูที่รับผิดชอบกิจกรรมได้แก่

- นางสาวอัมรินทร์  

ศรีป้อ

ครู วิทยะฐานะครูชำนาญการพิเศษ

- นางสาวกนิษฐา  

พัชนะกิจ

ครูผู้ช่วย

- นางสาวอินทร์ชญาณ์

โพธิคลัง

ครูผู้ช่วย

                               6. อาชีพงานช่าง(ตัดผมชาย) ครูที่รับผิดชอบกิจกรรมได้แก่

- นายประวิทย์  

เลี้ยงบุญญพันธ์

ครู วิทยะฐานะครูชำนาญการพิเศษ

- นายนที

บุราณสาร

ครูผู้ช่วย

                               7. อาชีพสร้างสรรค์สุนทรียภาพ(ทางดนตรี) ครูที่รับผิดชอบกิจกรรมได้แก่

- นายเดชณรงค์  

ชิวชื่น

ครูผู้ช่วย

                               8. อาชีพเกษตรกรรม ครูที่รับผิดชอบกิจกรรมได้แก่

- นางครองทรัพย์  

จันทร์หนองสรวง

ครู วิทยะฐานะครูชำนาญการ

- นายจัตุพร

สัมพันธ์อภัย

ครู วิทยะฐานะครูชำนาญการพิเศษ

                               9. อาชีพยูทูปเบอร์ ครูที่รับผิดชอบกิจกรรมได้แก่

- นายธีรภัทร

เอี่ยมจร

ครูผู้ช่วย

                               10. อาชีพเศรษฐกิจและการเงิน ครูที่รับผิดชอบกิจกรรมได้แก่

- นายวุฒิพงษ์  

หาญสงคราม

ครู รับเงินเดือนอันดับครูผู้ช่วย

                         2. ขั้นดำเนินการ (Do: D)

                               2.1 จัดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยใช้กิจกรรมทักษะอาชีพ ตามขั้นตอน 5 ขั้นดังนี้

                                         รายละเอียดขั้นตอนการสอนกิจกรรมทักษะอาชีพ

1. ขั้นสร้างความสนใจและสำรวจตนเอง (Interest & Survey):

      • สํารวจความต้องการและความถนัดของนักเรียนผ่านแบบสอบถามหรือแบบสำรวจอาชีพ
      • สร้างความสนใจด้วยสื่อ วิดีโอ หรือการเล่าประสบการณ์จริง
      • เชื่อมโยงทักษะอาชีพเข้ากับชีวิตประจําวันและสถานการณ์จำลอง

2. ขั้นวางแผนและเตรียมความพร้อม (Planning):

      • กำหนดทักษะที่ต้องการพัฒนาอย่างละเอียด (วิเคราะห์งาน/วัตถุประสงค์)
      • ประสานงานแหล่งฝึกงาน หรือจัดตั้งศูนย์ฝึกอาชีพในโรงเรียน
      • กําหนดวัน เวลา สถานที่ และเตรียมวัสดุอุปกรณ์

3. ขั้นลงมือปฏิบัติจริง (Action/Training):

      • ฝึกปฏิบัติจริงตามลำดับขั้นตอน โดยมีวิทยากรหรือครูผู้เชี่ยวชาญแนะนำ
      • เน้นการปฏิบัติจริง (Hands-on Experience) เพื่อให้เกิดทักษะที่ใช้งานได้จริง
      • เรียนรู้ความปลอดภัยและกฎหมายแรงงานเบื้องต้น

4. ขั้นประเมินผลและสรุปบทเรียน (Evaluation & Reflection):

      • ประเมินผลทักษะการปฏิบัติงานตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้
      • ติดตามประเมินผลอย่างต่อเนื่อง แลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงานร่วมกัน
      • ให้ผู้เรียนสะท้อนความคิดเห็นต่อการฝึกทักษะ

5. ขั้นต่อยอดและแสดงผลงาน (Extension & Showcase):

      • จัดแสดงนิทรรศการผลงาน หรือจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ผ่านกิจกรรม STR Street Market และเผยแพร่ผลงาน ผ่าน Facebook Live (Watsitaram School โรงเรียนวัดสิตาราม กรุงเทพมหานคร )
      • สร้าง Portfolio หรือสรุปประสบการณ์สู่อาชีพ
      • ต่อยอดสู่การทำโครงงานอาชีพ หรือขยายสู่รายได้ระหว่างเรียน 

                               2.2 ครูดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน โดยใช้กิจกรรมทักษะอาชีพ เริ่มต้นจากการแบ่งนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 ออกเป็น 10 กลุ่มอาชีพตามความสนใจและความถนัดเข้าเรียนอาชีพเป็นระยะเวลาอาชีพละ 1 เดือน เมื่อครบเวลาที่กำหนดก็จะมีการหมุนเวียนเปลี่ยนอาชีพจนครบทั้ง 10 อาชีพตลอดปีการศึกษา

                               2.3 เมื่อสิ้นสุดการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยใช้กิจกรรมทักษะอาชีพ แล้วนักเรียน แต่ละกลุ่มอาชีพจะต้องนำเสนอทักษะอาชีพของตนเองในรูปแบบ กิจกรรม STR Street Market” พร้อมเผยแพร่ผลงานสู่สาธารณะในรูปแบบ Facebook live (Watsitaram School โรงเรียนวัดสิตาราม กรุงเทพมหานคร ) ภาคเรียนละ 1 ครั้ง (เดือนกันยายน และ เดือนมีนาคม)

                     3. ขั้นประเมินผลการดำเนินงาน (Check: C)

                           ครูประเมินสมรรถนะสำคัญของนักเรียน ๕ ด้าน และประเมินทักษะอาชีพและเจตคติที่ดีต่องานอาชีพของนักเรียน ภาคเรียนละ 1 ครั้ง

                     4. ขั้นดำเนินงานเพื่อปรับปรุงพัฒนา (Action: A)

                               4.1 ครูสะท้อนผลการประเมิน และให้ข้อเสนอแนะแก่นักเรียน เพื่อใช้ในการพัฒนากิจกรรมการเรียนการสอน

รวมทั้งส่งเสริมให้นักเรียนที่มีผลงานทักษะอาชีพดีเด่นแต่ละอาชีพได้มีช่องทางหารายได้เช่นผ่าน Facebook/Line กลุ่มผู้ปกครอง

และจัดกิจกรรม กิจกรรม STR Street Market ที่นักเรียนจะนำสินค้าหรือผลผลิตของตนเองมาจำหน่าย

                               4.2 ครูผู้นิเทศและครูผู้สอนสะท้อนผลการประเมินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เพื่อนำข้อเสนอแนะไปเป็นแนวทางในการพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยใช้กิจกรรมทักษะอาชีพ ต่อไป

      วิธีการประเมินผล

                     1.1 การประเมินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้กิจกรรมทักษะอาชีพ

                               - เครื่องมือ แบบประเมินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยใช้กิจกรรมทักษะอาชีพ

                               - วิธีการ สังเกตและประเมินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ และสะท้อนผล

                               - เกณฑ์การประเมิน ครูสามารถจัดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยใช้กิจกรรมทักษะอาชีพผ่านเกณฑ์การประเมินในระดับ ดี ขึ้นไป

                     1.2 การประเมินสมรรถนะของนักเรียน

                               - เครื่องมือ แบบประเมินสมรรถนะสำคัญของนักเรียน

                               - วิธีการ ประเมินสมรรนะนักเรียนจากการสังเกตกระบวนการเรียนทักษะอาชีพและเจตคติที่ดีต่องานอาชีพ

                               - เกณฑ์การประเมิน นักเรียนมีผลการประเมินสมรรถนะสำคัญผ่านเกณฑ์การประเมินในระดับ ดี ขึ้นไป

                     1.3 การประเมินผลงานนักเรียน

                               - เครื่องมือ แบบประเมินทักษะอาชีพและเจตคติที่ดีต่องานอาชีพ

                               - วิธีการประเมิน ใช้แบบประเมินทักษะอาชีพและเจตคติที่ดีต่องานอาชีพภาคเรียนละ 1 ครั้ง

                               -  เกณฑ์การประเมิน นักเรียนมีผลการประเมินทักษะอาชีพผ่านเกณฑ์การประเมินในระดับ ดี ขึ้นไป

 

 

 

 

 

 

 

 


ผลจากการปฏิบัติ

๕. ผลการดำเนินงาน

                     ๕.๑ ผลการดำเนินงานที่ส่งผลต่อครู

                     จากการประเมินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยใช้โครงงานเป็นฐานของครูผ่านกระบวนการนิเทศ พบว่า ครูร้อยละ ๑๐๐ มีผลการประเมินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยใช้โครงงานเป็นฐานในระดับ ดี ขึ้นไปอย่างต่อเนื่องในปีการศึกษา ๒๕๖6 – ๒๕๖8 ซึ่งจากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ทำให้ครูมีประสบการณ์ในการเป็นครู  ที่ปรึกษาโครงงาน ได้เรียนรู้เนื้อหาหรือวิธีแก้ปัญหาใหม่ ๆ หลายเรื่องไปพร้อมกับนักเรียน เรียนรู้การตรวจโครงงานและชี้แนะนักเรียนในการพัฒนาโครงงานให้ดียิ่งขึ้น ได้สะท้อนผลและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผ่านกระบวนการนิเทศ เพื่อนำมาใช้ในการพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้และพัฒนากระบวนการทำโครงงานร่วมกับนักเรียน สามารถเป็นที่ปรึกษาและส่งเสริมให้นักเรียนนำผลงาน (โครงงาน) เข้าประกวดแข่งขันในรายการต่าง ๆ ทำให้ได้รับรางวัลในฐานะครูที่ปรึกษาโครงงานของนักเรียน ส่งผลให้ในปีการศึกษา 2566-2568 ครูที่ปรึกษาได้รับรางวัลจากการประกวด/แข่งขันโครงงานดังนี้

          ปีการศึกษา 2566

                     - ได้รับรางวัลรองชนะเลิศลำดับที่ 1 การแข่งขันทางวิชาการโรงเรียนเครือข่ายที่ 3 กรุงเทพมหานคร  โครงงานประเภททดลองเรื่อง การศึกษาและพัฒนาผลิตภัณฑ์สเปรย์ป้องกันแมวฉี่จากสารสกัดหูเสือ  โดยครูสิริกานต์  ใสนวน เป็นครูที่ปรึกษา

                    - ได้รับรางวัลเหรียญเงิน ช้างน้อยวิชาการ กรุงเทพมหานคร การแข่งขันโครงงานประเภททดลองเรื่อง การศึกษาและพัฒนาผลิตภัณฑ์สเปรย์ป้องกันแมวฉี่จากสารสกัดหูเสือ โดยครูสิริกานต์  ใสนวน              เป็นครูที่ปรึกษา

          ปีการศึกษา 2567

- ได้รับรางวัลรองชนะเลิศลำดับที่ 1 การแข่งขันทางวิชาการโรงเรียนเครือข่ายที่ 3

กรุงเทพมหานคร  โครงงานประเภททดลองเรื่อง สารสกัดขิงพิชิตรากผักไฮโดรโปนิกส์  โดยครูสิริกานต์  ใสนวน เป็นครูที่ปรึกษา

                     - ได้รับรางวัลเหรียญเงิน ช้างน้อยวิชาการ กรุงเทพมหานคร การแข่งขันโครงงานประเภททดลองเรื่อง โครงงานประเภททดลองเรื่อง สารสกัดขิงพิชิตรากผักไฮโดรโปนิกส์  โดยครูสิริกานต์  ใสนวน เป็นครูที่ปรึกษา

          ปีการศึกษา 2568

- ได้รับรางวัลชนะเลิศลำดับที่ 1 การแข่งขันทางวิชาการโรงเรียนเครือข่ายที่ 3

กรุงเทพมหานคร  โครงงานประเภททดลองเรื่อง “Herble Power” หัวเชื้อสมุนไพรปราบกลิ่นอับ และเชื้อราเบื้องต้น   โดยครูสิริกานต์  ใสนวน เป็นครูที่ปรึกษา

                     - ได้รับรางวัลเหรียญเงิน ช้างน้อยวิชาการ กรุงเทพมหานคร การแข่งขันโครงงานประเภททดลองเรื่อง โครงงานประเภททดลองเรื่อง “Herble Power” หัวเชื้อสมุนไพรปราบกลิ่นอับ และเชื้อราเบื้องต้น   โดยครูสิริกานต์  ใสนวน เป็นครูที่ปรึกษา

                      ๕.๒ ผลการดำเนินงานที่ส่งผลต่อนักเรียน

      จากการประเมินสมรรถนะและประเมินผลงานของนักเรียน พบว่า ในปีการศึกษา ๒๕๖6 – ๒๕๖8 นักเรียนร้อยละ ๑๐๐ มีผลการประเมินสมรรถนะอยู่ในระดับ ดี ขึ้นไปอย่างต่อเนื่อง และมีผลการประเมินผลงาน (โครงงาน) อยู่ในระดับ ดี ขึ้นไป ซึ่งจากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยใช้โครงงานเป็นฐาน ทำให้นักเรียนได้รับการพัฒนาความรู้ในเรื่องที่ตนเองสนใจ ได้สืบค้นข้อมูลและลงมือปฏิบัติทั้งการทดลอง การประดิษฐ์ การสำรวจ และการพิสูจน์ทฤษฎีหรือสมมติฐาน เกิดทักษะกระบวนการในการหาคำตอบ การเขียนเอกสารทางวิชาการ การเรียนรู้การสื่อสารข้อมูลให้บุคคลอื่นเข้าใจ การพัฒนาทักษะชีวิตในการทำงานร่วมกับผู้อื่น สามารถนำผลงาน (โครงงาน) ส่งเข้าประกวด/แข่งขันในรายการต่าง ๆ ซึ่งเป็นโอกาสที่ดีในการพัฒนาผลงาน (โครงการ) และพัฒนาตนเอง ส่งผลให้ในปีการศึกษา ๒๕๖6 – ๒๕๖8 นักเรียนที่ได้รับรางวัลจากการประกวด/แข่งขันโครงงาน ดังนี้

                    ปีการศึกษา 2566

                     - ได้รับรางวัลรองชนะเลิศลำดับที่ 1 การแข่งขันทางวิชาการโรงเรียนเครือข่ายที่ 3 กรุงเทพมหานคร  โครงงานประเภททดลองเรื่อง การศึกษาและพัฒนาผลิตภัณฑ์สเปรย์ป้องกันแมวฉี่จากสารสกัดหูเสือ   โดย

          1.เด็กชายอัครชัย   ทิมดี          นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

          2.เด็กหญิงสมิตา    สุรบุตร       นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5

          3.เด็กหญิงณัฐธิดา  ปฐมพานิช   นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4

                     - ได้รับรางวัลเหรียญเงิน ช้างน้อยวิชาการ กรุงเทพมหานคร การแข่งขันโครงงานประเภททดลองเรื่อง การศึกษาและพัฒนาผลิตภัณฑ์สเปรย์ป้องกันแมวฉี่จากสารสกัดหูเสือ โดย

          1.เด็กชายอัครชัย   ทิมดี          นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

          2.เด็กหญิงสมิตา    สุรบุตร       นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5

          3.เด็กหญิงณัฐธิดา  ปฐมพานิช   นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4

          ปีการศึกษา 2567

- ได้รับรางวัลรองชนะเลิศลำดับที่ 1 การแข่งขันทางวิชาการโรงเรียนเครือข่ายที่ 3

กรุงเทพมหานคร  โครงงานประเภททดลองเรื่อง สารสกัดขิงพิชิตรากผักไฮโดรโปนิกส์  โดย

          1.เด็กหญิงน้ำหวาน  พรมสุภา    นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

          2.เด็กหญิงณัฐธิดา   ปฐมพานิช  นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5

          3.เด็กหญิงกัลยาวี    ชุมวงษ์      นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5

                     - ได้รับรางวัลเหรียญเงิน ช้างน้อยวิชาการ กรุงเทพมหานคร การแข่งขันโครงงานประเภททดลองเรื่อง โครงงานประเภททดลองเรื่อง สารสกัดขิงพิชิตรากผักไฮโดรโปนิกส์  โดย

          1.เด็กหญิงน้ำหวาน  พรมสุภา    นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

          2.เด็กหญิงณัฐธิดา   ปฐมพานิช  นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5

          3.เด็กหญิงกัลยาวี    ชุมวงษ์      นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5

                     - เด็กหญิงน้ำหวาน  พรมสุภา ได้รับทุนพระปกเกล้าจากโครงงานประเภททดลองเรื่อง สารสกัดขิงพิชิตรากผักไฮโดรโปนิกส์ 

                 

          ปีการศึกษา 2568

- ได้รับรางวัลชนะเลิศลำดับที่ 1 การแข่งขันทางวิชาการโรงเรียนเครือข่ายที่ 3

กรุงเทพมหานคร  โครงงานประเภททดลองเรื่อง “Herble Power” หัวเชื้อสมุนไพรปราบกลิ่นอับ และเชื้อราเบื้องต้น   โดย

1.เด็กหญิงพนิดา     ไชยบัต        นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5

          2.เด็กหญิงลลิตา      ราชชมภู      นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4

3.เด็กหญิงใหญ่        -              นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3

                     - ได้รับรางวัลเหรียญเงิน ช้างน้อยวิชาการ กรุงเทพมหานคร การแข่งขันโครงงานประเภททดลองเรื่อง  “Herble Power” หัวเชื้อสมุนไพรปราบกลิ่นอับ และเชื้อราเบื้องต้น   โดย

1.เด็กหญิงพนิดา     ไชยบัต        นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5

          2.เด็กหญิงลลิตา      ราชชมภู      นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4

3.เด็กหญิงใหญ่        -              นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3

           ๖. ปัจจัยหรือสิ่งสนับสนุนให้เกิดความสำเร็จ

      ๖.๑ ผู้บริหารสถานศึกษาเห็นถึงความสำคัญในการทำโครงงานของนักเรียน โดยกำหนดนโยบายต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนได้เรียนรู้ด้วยตนเองผ่านกระบวนการทำโครงงาน ได้แก่ การกำหนดหลักสูตรสถานศึกษาให้มีวิชาโครงงานและนวัตกรรม ที่ส่งเสริมให้นักเรียนได้ทำโครงงานตลอดจนจัดสรรงบประมาณ และสนับสนุนแหล่งเรียนรู้ภายในโรงเรียนที่ส่งเสริมการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยใช้โครงงาน   เป็นฐาน เช่น ห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ ห้องสมุด ห้องคอมพิวเตอร์  และแหล่งเรียนรู้การเรียนรู้นอกห้องเรียน เช่นแปลงเกษตร การส่งเสริมสมุนไพรหูเสือซึ่งเป็นสมุนไพรประจำโรงเรียนมาใช้ในการแปรรูปพัฒนาต่อยอด   ในกิจกรรมต่าง ๆ มีการสร้างขวัญและกำลังใจในการมอบรางวัลครูและนักเรียนที่มีผลงานโครงงานดีเด่นประจำปีเป็นต้น

      ๖.๒ ครูทุกคนมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยใช้โครงงานเป็นฐาน โดยทำหน้าที่เป็นครูผู้สอนในกิจกรรมการเรียนรู้ ครูที่ปรึกษาโครงงาน โดยมีการวางแผนและกำหนดปฏิทินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ร่วมกัน

      ๖.๓ ผู้ปกครองมีส่วนร่วมในการสนับสนุนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เช่น สนับสนุนงบประมาณสำหรับจัดทำโครงงานของนักเรียน และการดำเนินกิจกรรมการศึกษาแหล่งเรียนรู้ภายนอกโรงเรียน เป็นต้น

      ๖.๔ หน่วยงานภายนอกมีส่วนร่วมในการสนับสนุนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยใช้โครงงานเป็นฐานของสถานศึกษา ได้แก่ ฝ่ายสิ่งแวดล้อม สำนักงานเขตป้อมปราบศัตรูพ่ายได้สนับสนุนวิทยากร สนับสนุนวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการทำโครงงานด้านพืชสมุนไพร นักวิชาการจากกรมประมง สนับสนุนวิทยากร สนับสนุนวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการทำโครงงานด้านปลาสวยงาม เพิ่มศักยภาพในการทำโครงงานของนักเรียน เป็นต้น

 

          6 การต่อยอดความสำเร็จ

              โรงเรียนวัดสิตารามนำโดยท่านผู้อำนวยการนัยนา  คล้อยคล้าย เห็นความสำเร็จและความสำคัญ    จากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยใช้โครงงานเป็นฐาน (Project-Based Learning: PBL) ที่โรงเรียนบรรจุไว้ในส่วนของกิจกรรมตามจุดเน้นของสถานศึกษา ในหลักสูตรสถานศึกษา ตามหลักสูตรการศึกษาประถมศึกษาตอนต้น (ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3) พุทธศักราช 2568 สถานศึกษาจึงได้ตัดสินใจเข้าร่วมต่อยอดการเรียนรู้ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ เข้าร่วมเป็นโรงเรียนกลุ่มวิจัย ในการใช้หลักสูตร การศึกษาประถมศึกษาตอนปลาย (ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6) พุทธศักราช 2568 และบรรจุวิชาโครงงานและนวัตกรรมลงไปในส่วนของกิจกรรมตามจุดเน้นของสถานศึกษาเช่นเดียวกับหลักสูตรสถานศึกษา  ตามหลักสูตรการศึกษาประถมศึกษาตอนต้น (ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3) พุทธศักราช 2568

          7. การเผยแพร่แบบอย่างที่ดี

              โรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ได้แก่ โรงเรียนวัดดิสานุการาม                โรงเรียนวัดคณิกาผล โรงเรียนวัดพระพิเรณฑ์ ได้ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้การจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐาน ในการกิจกรรม SLC หรือ โรงเรียนในฐานะชุมชนแห่งการเรียนรู้ระดับประถมศึกษา                       ของครูสิริกานต์ ใสนวน ในวันพุธที่ 4 มีนาคม 2569

                    

 


เอกสารเพิ่มเติม :[ดาวน์โหลดเอกสาร]