โมเดล
W K P S เป็นกรอบแนวคิดเชิงปฏิบัติที่พัฒนาขึ้นเพื่อใช้บริหารจัดการความปลอดภัย
ในสถานศึกษาอย่างเป็นระบบและยั่งยืน
โดยครอบคลุมตั้งแต่การเฝ้าระวังเชิงรุก การพัฒนาศักยภาพบุคลากร
การเตรียมพร้อมรับมือเหตุการณ์
ไปจนถึงการสร้างเครือข่ายและความต่อเนื่องของมาตรการในระยะยาว
เหมาะสำหรับโรงเรียนทุกบริบท และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ร่วมกับมาตรฐานสากล เช่น CSSF และนโยบายระดับพื้นที่ เช่น 9 มาตรการความปลอดภัยของกรุงเทพมหานคร โดยใช้แนวทาง PDCA
(Plan–Do–Check–Act) ซึ่งกระบวนการบริหารจัดการให้เกิดคุณภาพภายใต้องค์ประกอบ
4 ขั้นตอน ได้แก่ Plan (วางแผน),
Do (ปฏิบัติ), Check (ตรวจสอบ) และ Act
(ดำเนินการ) เพื่อใช้ในการปรับปรุงและแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง วงจรนี้ช่วยให้องค์กรสามารถแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น
พัฒนาประสิทธิภาพการทำงาน และสร้างมาตรฐานใหม่ๆ ให้กับกระบวนการได้ ผสมผสานกับหลัก WKPS Model (Wat Kam Phang Safety school)
• ตั้งทีมเฝ้าระวังความปลอดภัย (Safety Observation Team) ประกอบด้วยครู
นักเรียนแกนนำ
ผู้ปกครอง
และตัวแทนชุมชน
• จัด Safety
Walk เป็นประจำ ตรวจสอบทุกโซนในโรงเรียน เช่น ห้องเรียน ห้องน้ำ
โรงอาหาร
ทางเข้า–ออก
สนามเด็กเล่น และจุดจราจร
• ใช้แบบตรวจสอบ (Checklist)
ตามมาตรฐานความปลอดภัย เช่น อาคารสถานที่ ไฟฟ้า ความสะอาด
• บันทึกภาพถ่าย บันทึกข้อมูล จุดเสี่ยง /
ชำรุดต่างๆ พร้อมข้อเสนอแนะแนวทางแก้ไข
• รายงานผลต่อผู้บริหารโรงเรียน เพื่อติดตามและออกคำสั่งดำเนินการ
• จัดทำแผนอบรมรายปีด้านความปลอดภัยให้ครูและบุคลากรทุกคน
• จัดกิจกรรมเกี่ยวกับความปลอดภัย เช่น การปฐมพยาบาลและ CPR การใช้อุปกรณ์ดับเพลิง การจัด
พื้นที่ปลอดภัย
และบูรณาการความรู้ด้านความปลอดภัยในแผนการสอน เช่น วิทยาศาสตร์ สุขศึกษา สังคม
ศึกษา
• จัดตั้งคณะกรรมการนักเรียนเพื่อช่วยดูแลด้านความปลอดภัย
• ใช้ชุมชนเป็นแหล่งเรียนรู้ เช่น เชิญหน่วยกู้ภัย ตำรวจ โรงพยาบาล
มาเป็นวิทยากร
• สร้างแหล่งเรียนรู้ เช่น มุมความปลอดภัย ป้ายให้ความรู้
อินโฟกราฟิกในโรงเรียน
• ตรวจสอบและบำรุงรักษาระบบไฟฟ้า
อาคาร และอุปกรณ์ทุกภาคเรียน
• ติดตั้งและตรวจความพร้อมของถังดับเพลิง ป้ายหนีไฟ ทางเดินปลอดภัย
• จัดเขตพื้นที่ปลอดภัย เช่น โซนรับ–ส่งนักเรียน จุดรอผู้ปกครอง
• จัดทำแผนเผชิญเหตุ
• ฝึกซ้อมอพยพหนีไฟอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง และจำลองเหตุฉุกเฉินอื่น ๆ
• ประสานหน่วยงานภายนอก เช่น ปภ. / สถานีดับเพลิง / สาธารณสุข
เพื่อร่วมฝึกซ้อม
• ติดตั้งระบบประกาศเสียงตามสาย / ระบบสื่อสารฉุกเฉิน
• กำหนดรอบตรวจสอบอุปกรณ์ทั้งหมด
และบันทึกประวัติการซ่อมบำรุงอย่างเป็นระบบ
• จัดตั้งคณะกรรมการสถานศึกษาปลอดภัยร่วมกับผู้ปกครองและชุมชน
• จัดประชุมเพื่อติดตามผลการดำเนินงาน
• เผยแพร่ผลผ่านเว็บไซต์โรงเรียน ไลน์กลุ่มผู้ปกครอง
• สร้างเครือข่ายกับตำรวจ หน่วยกู้ภัย โรงพยาบาล และหน่วยงานราชการต่างๆ
• จัดทำฐานข้อมูลความปลอดภัยต่อเนื่อง เพื่อวางแผนระยะยาว
• ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองระวังภัยให้โรงเรียน
เพื่อให้การดำเนินงานตามโมเดล
W K P S มีคุณภาพ ต่อเนื่อง
และเกิดผลลัพธ์ตามเป้าหมาย โรงเรียนต้องดำเนินการตาม วงจรคุณภาพ PDCA อย่างเป็นระบบ ซึ่งช่วยให้ทุกกิจกรรมได้รับการวางแผน ตรวจสอบ
และพัฒนาอย่างสม่ำเสมอ ดังนี้
ประเด็นสำคัญในการวางแผน ได้แก่:
?
วิเคราะห์ข้อมูลจุดเสี่ยง
ปัญหา และความต้องการของโรงเรียน
?
จัดทำแผนเฝ้าระวังอาคาร–สถานที่รายเดือนและรายภาคเรียน
?
จัดทำแผนอบรมครู–นักเรียนด้านความปลอดภัย
เช่น ปฐมพยาบาล, หนีไฟ, ป้องกันความรุนแรง
?
จัดทำแผนการซ้อมอพยพและการจำลองสถานการณ์ภัยต่าง
ๆ
?
กำหนดผู้รับผิดชอบในแต่ละส่วนงาน
และกำหนดทรัพยากรที่ต้องใช้
?
วางแผนการประสานงานกับชุมชน
หน่วยกู้ภัย ตำรวจ สาธารณสุข และองค์กรภายนอก
?
จัดทำแผนสื่อสารและประชาสัมพันธ์ภายใน–ภายนอกโรงเรียน
?
จัดตารางเวลาการติดตาม
ประเด็นสำคัญในการดำเนินงาน ได้แก่:
?
ดำเนินการสำรวจพื้นที่
(Safety Walk) ตามรอบที่กำหนด
?
ดำเนินการอบรมตามแผน
เช่น CPR, ดับเพลิงเบื้องต้น, ความปลอดภัยในห้องเรียน
?
ดำเนินการซ้อมอพยพหนีไฟและเหตุฉุกเฉินอื่น
ๆ อย่างครบขั้นตอน
?
ปรับปรุงสภาพแวดล้อมทางกายภาพ
เช่น ติดตั้งป้ายหนีไฟ ซ่อมแซมไฟฟ้า ปรับปรุงโซนจราจร
?
ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอกเพื่อร่วมตรวจและฝึกซ้อม
?
สร้างกิจกรรมความร่วมมือกับผู้ปกครองระวังโรงเรียน
?
จัดเก็บข้อมูลอุบัติภัย
เหตุการณ์ใกล้เกิดเหตุ (near-miss) และการประเมินผลระหว่างดำเนินงาน
ประเด็นสำคัญในการตรวจสอบ ได้แก่:
?
ตรวจสอบผลการซ้อมอพยพ
เช่น เวลาอพยพ ความถูกต้องของขั้นตอน การตอบสนองของบุคลากร
?
ประเมินคุณภาพและประสิทธิผลของการอบรม
(ก่อน–หลัง)
?
ตรวจสอบข้อมูลจุดเสี่ยงซ้ำซ้อนจากการทำ
Safety Walk
?
ตรวจสอบสภาพอุปกรณ์ความปลอดภัย
เช่น ถังดับเพลิง ป้ายสัญลักษณ์ ไฟฉุกเฉิน
?
ตรวจสอบความพร้อมของระบบสื่อสาร
เช่น เสียงตามสาย สัญญาณเตือนภัย
?
รวบรวมข้อมูลอุบัติเหตุและ
near-miss เพื่อวิเคราะห์แนวโน้ม
?
รับฟังความคิดเห็นจากครู
นักเรียน ผู้ปกครอง และชุมชน
?
ประเมินระดับการมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่าง
ๆ
?
สรุปรายงานเสนอผู้บริหารโรงเรียน
และเสนอคณะกรรมการสถานศึกษาปลอดภัย
ประเด็นสำคัญในการปรับปรุง ได้แก่:
?
ปรับแผนฝึกซ้อมหรือแนวทางอพยพให้สอดคล้องกับปัญหาที่พบ
?
แก้ไขและปรับปรุงจุดเสี่ยงในโรงเรียนอย่างเร่งด่วน
?
พัฒนามาตรการใหม่หากพบความเสี่ยงรูปแบบใหม่
เช่น ภัยออนไลน์ เหตุรุนแรงในโรงเรียน
?
ขยายความร่วมมือกับภาคีเครือข่าย
เช่น หน่วยกู้ภัย ตำรวจ โรงพยาบาล
?
พัฒนานวัตกรรมหรือกิจกรรมใหม่
ๆ เพื่อสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัย
?
สร้างระบบฐานข้อมูลที่แม่นยำขึ้น
และใช้ข้อมูลเพื่อวางแผนปีถัดไป
?
จัดทำรายงานสรุปผลการดำเนินงานและเผยแพร่ให้ผู้เกี่ยวข้องรับทราบ
1 ครูและนักเรียนมีความพร้อมในการรับมือเหตุฉุกเฉินมากขึ้น ผ่านการฝึกซ้อมและอบรม ทำให้ทุกคนรู้ขั้นตอนที่ถูกต้องและปฏิบัติได้จริงเมื่อเกิดเหตุ2 โรงเรียนมีระบบความปลอดภัยที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรม เช่น แผนเผชิญเหตุ จุดรวมพล และกระบวนการตรวจพื้นที่ที่ดำเนินอย่างต่อเนื่อง3 ลดความเสี่ยงและลดจำนวนอุบัติเหตุในโรงเรียนได้อย่างเห็นผล จากการตรวจจุดเสี่ยง การปรับปรุงอาคาร–สถานที่ และการจัดการเส้นทางจราจร4 ผู้ปกครองและชุมชนมีความเชื่อมั่นต่อมาตรการความปลอดภัยของโรงเรียน เพราะเห็นการดำเนินงานที่โปร่งใสและมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่าง 5 นักเรียนได้รับสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยทั้งกายและใจ ทำให้เรียนรู้อย่างมั่นใจ เกิดวินัยในการดูแลตนเอง และสร้างพฤติกรรมปลอดภัยในชีวิตประจำวัน