การดำเนินงานตามโครงการ “เด็กดีศรีนวล” กระบวนการดำเนินงานตามหลัก P-D-C-A มาใช้ในการดำเนินโครงการ ดังนี้
1. การวางแผนการดำเนินงาน (Plan)
ประชุมครู ผู้บริหาร ผู้ปกครอง คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
คณะกรรมการเครือข่ายผู้ปกครอง และบุคคลที่เกี่ยวข้อง แต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงานหน้าที่รับผิดชอบในแต่ละกิจกรรม
ศึกษาทฤษฎี
เอกสาร หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
เพื่อนำมาเป็นแนวทางดำเนินกิจกรรม กำหนดวัตถุประสงค์
เป้าหมาย (ให้สอดคล้องกับอัตลักษณ์โรงเรียน) งบประมาณ และระยะเวลาดำเนินการ
เพื่อขออนุมัติจากผู้บริหารสถานศึกษา
2. การดำเนินการ (Do)
การลงมือปฏิบัติตามแผนการดำเนินงานและกิจกรรม
ครูและนักเรียนที่ได้รับมอบหมายทำหน้าที่ของตนเองตามกิจกรรมที่รับผิดชอบ ดังนี้
- กิจกรรมเด็กดีศรีนวล “ของหายได้คืน”
- กิจกรรมคารวะธรรม
- กิจกรรมสวดมนต์ (วันพุธแรกของเดือน)
- กิจกรรมค่ายพุทธบุตร
2.1
กิจกรรมเด็กดีศรีนวล “ของหายได้คืน”
โรงเรียนได้กำหนดรูปแบบการดำเนินกิจกรรมที่เน้นการปฏิบัติจริง
เป็นระบบ ตรวจสอบได้ และมีการ
เสริมแรงบวกอย่างต่อเนื่อง
เพื่อปลูกฝังคุณลักษณะด้านความซื่อสัตย์สุจริต โดยมีขั้นตอนการดำเนินงาน 4 ขั้นตอน
ดังนี้
ขั้นตอนที่ 1 : การทำความดี เก็บได้
ส่งมอบทันที
เมื่อนักเรียนพบหรือเก็บสิ่งของที่สูญหายได้
ไม่ว่าจะเป็น เงินสด ทรัพย์สินส่วนตัว อุปกรณ์การเรียน หรือโทรศัพท์เคลื่อนที่
โรงเรียนได้กำหนดช่องทางการส่งมอบ ดังนี้
กรณีพบในบริเวณโรงเรียนทั่วไป : ให้นักเรียนนำสิ่งของมาส่งมอบที่ "ครูเวรประจำวัน" ณ จุดรับแจ้งที่กำหนด
กรณีพบภายในห้องเรียน : ให้นักเรียนนำส่งมอบให้แก่ "ครูประจำวิชา" ที่กำลังทำการสอน หรือ "ครูประจำชั้น" เพื่อรวบรวมส่งต่อให้ครูเวรประจำวัน
ขั้นตอนที่ 2 :
การบันทึกหลักฐานและประกาศตามหาเจ้าของ
การลงบันทึก : ครูผู้รับมอบสิ่งของ จะดำเนินการจดบันทึกข้อมูลลงใน สมุด "เด็กดีศรีนวล ของหายได้คืน" โดยบันทึกรายละเอียดสำคัญ ได้แก่ วันเวลาที่พบ, รายการสิ่งของ, สถานที่พบ ชื่อ-สกุล ชั้นเรียน ของนักเรียนผู้ทำความดี เพื่อเป็นฐานข้อมูลในการยกย่องชมเชย
การประชาสัมพันธ์ : ครูเวรประจำวัน จะทำหน้าที่ประกาศแจ้งข่าวผ่านเสียงตามสายของโรงเรียน หรือแจ้งหน้าเสาธง เพื่อติดตามหาเจ้าของให้มารับสิ่งของคืน
ขั้นตอนที่
3 : การจัดการทรัพย์สินอย่างโปร่งใสและเกิดประโยชน์สูงสุด
โรงเรียนมีมาตรการจัดการกับสิ่งของและเงินสดที่เก็บได้อย่างเป็นระบบ
ดังนี้
การเก็บรักษาเงินสด
: กรณีสิ่งของที่เก็บได้เป็น "เงินสด"
ครูเวรจะให้นักเรียนนำเงินไปหยอดไว้ใน "ตู้ของหายได้คืน"
การต่อยอดความดี
(กรณีไม่มีผู้มารับคืน) : หากพ้นระยะเวลาที่กำหนดและไม่มีผู้มาติดต่อขอรับเงินคืน
โรงเรียนจะรวบรวมเงินจากตู้ของหายได้คืนทั้งหมด นำมาจัดสรรเป็น
"ทุนการศึกษา"
เพื่อมอบให้แก่นักเรียนที่มีความประพฤติดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์
ถือเป็นการเปลี่ยนเงินที่สูญหายให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้เรียน
ขั้นตอนที่
4 : การสรุปผลและยกย่องเชิดชูเกียรติ
โรงเรียนจะมีการจัดเก็บสถิติการทำความดีของนักเรียนจากสมุดบันทึกอย่างต่อเนื่องตลอดปีการศึกษาเมื่อถึง "กิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ" ของทุกปี โรงเรียนจะทำการสรุปข้อมูลสถิติ เพื่อประกาศเกียรติคุณและมอบเกียรติบัตร "เด็กดีศรีนวล" ให้แก่นักเรียนที่มีสถิติการทำความดีโดดเด่น เพื่อสร้างความภาคภูมิใจ เป็นการเสริมแรงบวก และสร้างต้นแบบ (Role Model) ด้านความซื่อสัตย์สุจริตให้แก่นักเรียนคนอื่น ๆ ต่อไป
2.2 กิจกรรมคารวะธรรม
โรงเรียนได้ให้ความสำคัญกับการปลูกฝังมารยาทไทยและการแสดงความเคารพ
ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่งดงามของชาติ จึงได้จัดกิจกรรม "คารวะธรรม" ขึ้น
เพื่อหล่อหลอมให้นักเรียนมีสัมมาคารวะ อ่อนน้อมถ่อมตน และนำไปสู่การเป็น
"เด็กดีศรีนวล" โดยมีขั้นตอนการปฏิบัติในชีวิตประจำวัน ดังนี้
-
การต้อนรับและทักทายยามเช้า
ในทุกเช้าก่อนเข้าเรียน
เมื่อนักเรียนเดินทางมาถึงบริเวณหน้าประตูโรงเรียน นักเรียนทุกคนจะ "ยิ้ม
ไหว้ ทักทาย" ต่อคณะครูเวรประจำวันหน้าประตูโรงเรียน เพื่อสร้างความคุ้นเคย
สร้างบรรยากาศที่อบอุ่นในการต้อนรับนักเรียนเข้าสู่สถานศึกษา
และเป็นการฝึกฝนวินัยขั้นพื้นฐานในการทำความเคารพผู้ใหญ่เมื่อพบเจอในครั้งแรกของวัน
-
การแสดงความเคารพรวมพลังหลังกิจกรรมหน้าเสาธง
ในช่วงท้ายของกิจกรรมหน้าเสาธงยามเช้า
หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจต่าง ๆ
นักเรียนทุกคนจะตั้งแถวอย่างเป็นระเบียบเพื่อเตรียมตัวแสดงความเคารพต่อคณะครูทั้งโรงเรียนเพื่อให้นักเรียนเกิดความตระหนักและตั้งใจในการทำความเคารพ
ตัวแทนผู้นำนักเรียนจะนำกล่าวเพื่อเตือนสติว่า "การไหว้เป็นวัฒนธรรมที่ดีงามของความเป็นไทย
โปรดจงตั้งใจไหว้คุณครูด้วยความเคารพ" สิ้นสุดคำกล่าว
นักเรียนทุกคนจะทำความเคารพ (ไหว้)
คณะครูทุกท่านพร้อมกันอย่างสวยงามและพร้อมเพรียง
ซึ่งเป็นการแสดงออกถึงความกตัญญูกตเวทีและความเคารพรักที่มีต่อครู
-
การประเมินและเสริมแรงเชิงบวก
คณะครูร่วมกันสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนทั้งในระดับบุคคลและระดับชั้นเรียน หากพบว่านักเรียนคนใดหรือห้องใดปฏิบัติกริยามารยาทได้งดงาม ถูกต้องตามแบบแผนวัฒนธรรมไทย จะมีการกล่าวชื่นชมหน้าเสาธงเพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับนักเรียนคนอื่น ๆ ต่อไป
2.3 กิจกรรมสวดมนต์ (วันพุธแรกของเดือน)
โรงเรียนได้จัดกิจกรรมส่งเสริมพระพุทธศาสนาและพัฒนาจิตใจผู้เรียนอย่างเป็นระบบ
โดยบูรณาการการสวดมนต์ การเจริญสมาธิ และการทำบุญตักบาตรเข้าด้วยกัน
เพื่อขัดเกลาจิตใจและปลูกฝังความเสียสละ ทั้งต่อพระพุทธศาสนาและเพื่อนมนุษย์
โดยมีขั้นตอนการดำเนินงานดังนี้
ขั้นตอนที่ 1 :
การเตรียมความพร้อมและปลูกฝังศรัทธา
ก่อนถึงกำหนดการจัดกิจกรรมในวันพุธแรกของทุกเดือน
คณะครูเวรประจำวันและครูประจำชั้นจะร่วมกันประชาสัมพันธ์และเชิญชวนนักเรียนให้เตรียม
ข้าวสาร อาหารแห้ง หรือจตุปัจจัยตามกำลังศรัทธา เพื่อนำมาร่วมกิจกรรมทำบุญตักบาตร
ซึ่งเป็นการปลูกฝังความเสียสละและการเตรียมความพร้อมทางจิตใจ
ขั้นตอนที่
2 : การประกอบพิธีทางศาสนาและเจริญสติปัญญา
การสวดมนต์หมู่
: โรงเรียนได้รับความเมตตาจากคณะสงฆ์วัดศรีนวลมาเป็นเนื้อนาบุญ
โดยเริ่มกิจกรรมจากการให้ตัวแทนนักเรียนเป็นผู้นำกล่าวคำบูชาพระรัตนตรัย
จากนั้นนักเรียนทั้งโรงเรียนร่วมกันสวดมนต์หมู่สรรเสริญพระรัตนตรัยทำนองสรภัญญะอย่างพร้อมเพรียง
การเจริญสมาธิภาวนา
: เมื่อเสร็จสิ้นการสวดมนต์ ให้นักเรียนร่วมกันเจริญสมาธิภาวนาเป็นเวลา 5
- 10 นาที เพื่อฝึกการกำหนดลมหายใจ ลดความฟุ้งซ่าน
ทำให้จิตใจสงบและพร้อมสำหรับการเรียนรู้ในวันนั้น
ขั้นตอนที่
3 : การทำบุญตักบาตรและสดับรับฟังพระธรรมเทศนา
ตัวแทนนักเรียนนำกล่าวคำอาราธนาศีลและกล่าวคำถวายภัตตาหาร
จตุปัจจัย จากนั้นคณะครูและนักเรียนร่วมกันใส่บาตรข้าวสารอาหารแห้งแด่พระภิกษุสงฆ์
พระภิกษุสงฆ์กล่าวสัมโมทนียกถา ให้พร
และสอดแทรกการสอนธรรมะที่เข้าใจง่ายเหมาะกับวัยของนักเรียน
เพื่อให้นำข้อคิดไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน
ขั้นตอนที่ 4 :
การบริหารจัดการทานบริจาคเพื่อสังคม
กิจกรรมนี้ไม่เพียงแต่สร้างบุญกุศลในทางศาสนา
แต่ยังต่อยอดไปสู่การเกื้อกูลสังคมอย่างเป็นรูปธรรม โดยโรงเรียน มีกระบวนการจัดการสิ่งของที่ได้จากการบิณฑบาต
ดังนี้
ส่วนที่ 1
ถวายบำรุงพระพุทธศาสนา : ปัจจัย (เงิน) ทั้งหมด และข้าวสารอาหารแห้งส่วนหนึ่ง
นำถวายแด่วัดศรีนวลเพื่อใช้ในกิจการของคณะสงฆ์
ส่วนที่ 2 แบ่งปันเพื่อนพ้องน้องพี่ (จิตสาธารณะ) : ข้าวสารอาหารแห้งอีกส่วนหนึ่ง โรงเรียนจะนำมาจัดทำเป็น "ถุงปันสุข" เพื่อนำไปมอบให้แก่ครอบครัวของนักเรียนที่เป็นกลุ่มเปราะบางหรือขาดแคลนทุนทรัพย์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงพลังของการให้ที่ส่งกลับคืนมาดูแลช่วยเหลือนักเรียนในโรงเรียนเดียวกัน
2.4 กิจกรรมค่ายพุทธบุตร
โรงเรียนได้ตระหนักถึงความสำคัญของการปลูกฝังรากฐานทางคุณธรรมจริยธรรมที่เข้มแข็ง
จึงได้จัดกิจกรรม "ค่ายพุทธบุตร" ขึ้น
โดยใช้มิติทางศาสนาเป็นเครื่องมือในการขัดเกลาจิตใจผู้เรียน
รูปแบบการจัดกิจกรรมได้ถูกออกแบบอย่างเป็นระบบ
ให้มีความยืดหยุ่นและสอดคล้องกับพัฒนาการตามช่วงวัย
โดยมีขั้นตอนและรูปแบบการดำเนินงาน ดังนี้
1)
การบูรณาการแหล่งเรียนรู้และเครือข่ายชุมชน
โรงเรียนได้ใช้แนวคิด
"บวร" (บ้าน วัด โรงเรียน) เข้ามามีส่วนร่วมในการขับเคลื่อน โดยเปลี่ยนสถานที่จัดกิจกรรมจากห้องเรียน
ไปสู่พื้นที่จริง ณ "วัดศรีนวล" การนำนักเรียนเข้าสู่เขตพุทธาวาส
เป็นการปรับสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ ช่วยให้ผู้เรียนเกิดความสงบ สำรวม
และซึมซับบรรยากาศแห่งความดีงามได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
2)
การจัดหลักสูตรค่ายพุทธบุตรตามช่วงวัย
เพื่อให้การถ่ายทอดคุณธรรมจริยธรรมเข้าถึงแก่นแท้และตรงกับความสนใจของผู้เรียน
โรงเรียนจึงแบ่งกลุ่มเป้าหมายในการเข้าร่วมกิจกรรมออกเป็น 4 ช่วงชั้น
โดยกราบนิมนต์ "พระวิทยากร" ผู้มีความเชี่ยวชาญ
มาเป็นผู้ออกแบบกระบวนการเรียนรู้และถ่ายทอดเนื้อหาธรรมะที่แตกต่างกัน ดังนี้
ระดับปฐมวัย
(อนุบาล 1 - 3) : “ปลูกฝังต้นกล้าความดี” เน้นกิจกรรมเชิงประจักษ์ (Active
Learning) ผ่านการเล่านิทานชาดก นิทานคุณธรรม
และการฝึกปฏิบัติมารยาทชาวพุทธเบื้องต้น (เช่น การกราบแบบเบญจางคประดิษฐ์ การไหว้)
เพื่อสร้างความคุ้นเคยและทัศนคติที่ดีต่อศาสนา
ระดับประถมศึกษาตอนต้น (ป.1 - 3) : “แยกแยะดีชั่ว รู้จักกตัญญู” เน้นกระบวนการคิดวิเคราะห์เบื้องต้นเกี่ยวกับ
บาป-บุญ-คุณ-โทษ ผ่านกิจกรรมกลุ่มและเกมส่งเสริมคุณธรรม การสวดมนต์บทสั้นๆ
และการเน้นย้ำเรื่องความกตัญญูกตเวทีต่อพ่อแม่และครูอาจารย์
ระดับประถมศึกษาตอนปลาย (ป.4 - 6) : “ศีล 5 นำทาง
สมาธินำปัญญา” เน้นการทำความเข้าใจหลักธรรมที่ลึกซึ้งขึ้น
เช่น การรักษาศีล 5 ในชีวิตประจำวัน การฝึกเจริญสมาธิภาวนาเพื่อนำไปใช้ในการเรียน
(สมาธิเพื่อการเรียนรู้) และการอยู่ร่วมกับเพื่อนอย่างมีความสุข
ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (ม.1 - 3) : “ธรรมะประยุกต์
พุทธบุตรยุคใหม่” เน้นการสนทนาธรรมและจำลองสถานการณ์
เพื่อให้ผู้เรียนนำหลักธรรมไปประยุกต์ใช้แก้ปัญหาชีวิตวัยรุ่น
การรู้เท่าทันสื่อสังคมออนไลน์ การมีภูมิคุ้มกันทางจิตใจ
และการสร้างจิตสาธารณะเพื่อส่วนรวม
3) กระบวนการเรียนรู้ผ่านพระวิทยากร (Guided
Reflection)
นอกจากการบรรยายธรรม พระวิทยากรยังใช้กระบวนการตั้งคำถาม ชวนคิด ชวนคุย
เพื่อให้นักเรียนได้สะท้อนความคิดของตนเองออกมา ทำให้คุณธรรมจริยธรรมที่ได้รับ
ไม่ใช่แค่การท่องจำ แต่เกิดจากการ “ตระหนักรู้” ด้วยตัวของผู้เรียนเอง
4) การติดตามและประเมินผล
หลังเสร็จสิ้นกิจกรรมค่ายพุทธบุตร ครูประจำชั้นจะทำหน้าที่ติดตามพฤติกรรมเชิงบวกของนักเรียน ผ่านแบบสังเกตพฤติกรรมและการทำกิจกรรมต่าง ๆ ในโรงเรียน เพื่อดูพัฒนาการด้านคุณธรรมที่ยั่งยืน การต่อยอดความดีวิถีพุทธ การพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมให้หยั่งรากลึกในจิตใจของนักเรียนเรียน โรงเรียนจึงได้ส่งเสริมและนำนักเรียนเข้าร่วมโครงการบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อนเฉลิมพระเกียรติฯ ณ วัดศรีนวลเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 74 พรรษา และเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในวันคล้ายวันพระสมภพ 2 เมษายน และถวายเป็นราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ วัดศรีนวล นักเรียนที่เข้าร่วมโครงการจะได้ใช้เวลาช่วงปิดภาคเรียนอย่างเกิดประโยชน์สูงสุด โดยได้ศึกษาหลักธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอย่างลึกซึ้ง ฝึกฝนความอดทน การควบคุมตนเองตามพระธรรมวินัย และเรียนรู้การอยู่ร่วมกันในหมู่คณะ ซึ่งถือเป็นการยกระดับจิตใจจาก "เด็กดีศรีนวล" สู่การเป็น "พุทธบุตร" ที่มีความพร้อมทั้งวุฒิภาวะทางอารมณ์และคุณธรรมอย่างแท้จริง
3. การตรวจสอบ (Check)
การประเมินผล มีการประเมินผลการดำเนินโครงการ ดังนี้
โรงเรียนได้กำหนดกระบวนการตรวจสอบและประเมินผลการดำเนินกิจกรรมภายใต้โครงการ
“เด็กดีศรีนวล” อย่างเป็นระบบ
เพื่อวัดผลสัมฤทธิ์ที่เกิดขึ้นกับผู้เรียนให้สอดคล้องกับตัวชี้วัดที่ 1.2 ผู้เรียนมีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ตามหลักสูตรสถานศึกษา
โดยใช้วิธีการและเครื่องมือการประเมินที่หลากหลายครอบคลุมทั้งพฤติกรรมเชิงประจักษ์และข้อมูลเชิงสถิติ
ดังนี้
1) การประเมินจากข้อมูลเชิงสถิติและหลักฐานเชิงประจักษ์
ตรวจสอบจากสมุดบันทึก “เด็กดีศรีนวล ของหายได้คืน”
คณะกรรมการดำเนินงานและครูเวรประจำวัน ทำการสรุปสถิติจากสมุดบันทึกอย่างต่อเนื่อง
เพื่อตรวจสอบจำนวนครั้งของการเก็บสิ่งของ/เงินสดได้
เปรียบเทียบกับอัตราการส่งคืนเจ้าของ และจำนวนเงินที่ถูกนำไปแปลงเป็นทุนการศึกษา
เพื่อประเมินความก้าวหน้าด้าน "ความซื่อสัตย์สุจริต"
ตรวจสอบจากการสรุปกิจกรรม ภาพถ่ายและร่องรอยการจัดกิจกรรม การทำกิจกรรมคารวะธรรม
การสวดมนต์ การตักบาตรแบ่งปัน (ถุงปันสุข) และการเข้าร่วมค่ายพุทธบุตร
เพื่อใช้เป็นหลักฐานยืนยันการมีส่วนร่วมของผู้เรียน
2) การประเมินพฤติกรรมผู้เรียน
- การสังเกตพฤติกรรมประจำวัน
คณะครูเวรประจำวันและครูประจำชั้น ร่วมกันสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในสถานการณ์จริง
เช่น ความสม่ำเสมอและความสวยงามในการ "ยิ้ม ไหว้ ทักทาย"
(กิจกรรมคารวะธรรม) ความสงบสำรวมระหว่างการเจริญสมาธิ 5-10 นาที
และความตั้งใจในการเข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนา
- การประเมินจากผู้ที่เกี่ยวข้อง
รับฟังเสียงสะท้อนจากพระวิทยากรวัดศรีนวล ผู้ปกครอง และเพื่อนนักเรียนด้วยกัน
ถึงความเปลี่ยนแปลงทางด้านอารมณ์ จิตใจ
และมารยาทสังคมของนักเรียนหลังผ่านกระบวนการค่ายพุทธบุตร
3) การใช้เครื่องมือวัดผลตามมาตรฐานสถานศึกษา
แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 8 ประการ : ครูประจำชั้นนำข้อมูลพฤติกรรมที่รวบรวมได้จากทั้ง 4 กิจกรรม มาใช้เป็นส่วนประกอบสำคัญในการทำแบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนรายบุคคล ในปลายภาคเรียน/ปีการศึกษา โดยมุ่งเน้นตัวชี้วัดที่โดดเด่น ได้แก่ ข้อ 1 (รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์), ข้อ 2 (ซื่อสัตย์สุจริต), ข้อ 3 (มีวินัย), ข้อ 6 (มุ่งมั่นในการทำงาน) และข้อ 8 (มีจิตสาธารณะ)
4. การปรับปรุง (Act)
1) นำข้อมูลเชิงสถิติ ผลการสังเกตพฤติกรรม
และผลจากแบบประเมิน มาสรุปผลการดำเนินงานร่วมกันในที่ประชุมครู
เพื่อวิเคราะห์จุดเด่นที่ควรส่งเสริม
และจุดที่ต้องนำไปปรับปรุงแก้ไขในการจัดกิจกรรมครั้งต่อไป
2) รวบรวมข้อมูล
โดยการประเมินผลการเรียนรู้ของนักเรียน ทดสอบความรู้
ทักษะของผู้เข้าร่วมโครงการและประเมินผลการปฏิบัติงาน
ประเมินความพึงพอใจด้วยการสอบถามความพึงพอใจของผู้เข้าร่วมโครงการ
3) วิเคราะห์ข้อมูล
นำข้อมูลที่ได้รวบรวมไว้มาวิเคราะห์ เปรียบเทียบกับเป้าหมายที่ได้ตั้งไว้
และจัดทำรายงานผลการดำเนินงานโครงการ
4) รายงานผลและนำไปเป็นข้อมูลพัฒนา ดำเนินการสรุปผลการดำเนินงานต่อคณะครูและบุคลากรทุกท่าน นำผลที่ได้จากการสรุปผลการดำเนินงานมาปรับปรุง พัฒนา แก้ไขข้อบกพร่องของโครงการให้ดียิ่งขึ้นในปีการศึกษาต่อไป
จากการดำเนินนวัตกรรมและรูปแบบการจัดโครงการ
“เด็กดีศรีนวล”
อย่างเป็นระบบตามวงจรคุณภาพ PDCA ส่งผลให้เกิดการพัฒนาและผลสัมฤทธิ์เชิงประจักษ์ในแต่ละด้าน
ดังนี้
ด้านผู้บริหาร
1. ผู้บริหารมีรูปแบบและนวัตกรรมในการบริหารจัดการงานด้านกิจการนักเรียนที่มีประสิทธิภาพ
สามารถขับเคลื่อนนโยบายด้านคุณธรรมจริยธรรมลงสู่การปฏิบัติจริงได้อย่างเป็นรูปธรรม
2. สามารถยกระดับคุณภาพการศึกษาให้บรรลุตามมาตรฐานและตัวชี้วัดของสถานศึกษา โดยเฉพาะด้านการปลูกฝังคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน
3. ผู้บริหารได้รับการยอมรับและได้รับความไว้วางใจจากผู้ปกครอง ชุมชน และคณะสงฆ์ (วัดศรีนวล) ในการเป็นผู้นำสร้างเครือข่ายความร่วมมือ (บวร) เพื่อพัฒนาผู้เรียน
ด้านครู
1. ครูผู้สอนทุกคนมีพฤติกรรมที่เป็นแบบอย่างที่ดีแก่นักเรียน
ทั้งในด้านกริยามารยาท การแต่งกาย ความซื่อสัตย์ และการปฏิบัติตนตามวิถีชาวพุทธ
2. คณะครูเกิดความร่วมมือร่วมใจในการทำงาน (ครูเวรประจำวัน ครูประจำชั้น และครูประจำวิชา) มีการบูรณาการสอดแทรกคุณธรรมจริยธรรมเข้ากับการเรียนการสอนและการดูแลช่วยเหลือนักเรียนในชั้นเรียนได้อย่างกลมกลืน
3. ครูมีเครื่องมือและฐานข้อมูลที่ชัดเจน ในการนำมาใช้ประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนได้อย่างเที่ยงตรงและยุติธรรม
ด้านสถานศึกษา
1. โรงเรียนมีภาพลักษณ์ที่โดดเด่น เกิดเป็นวัฒนธรรมองค์กรแห่งความดีงาม เช่น
วัฒนธรรม “ยิ้ม ไหว้ ทักทาย”
และวัฒนธรรม “ความซื่อสัตย์”
ที่ปฏิบัติกันจนเป็นวิถีชีวิตประจำวัน
2. โรงเรียนกลายเป็นสังคมที่ปลอดภัย ปัญหาการสูญหายของทรัพย์สินหรืออุปกรณ์การเรียนลดลงอย่างเห็นได้ชัด นักเรียนมีความไว้วางใจและรู้สึกปลอดภัยเมื่ออยู่ในสถานศึกษา
3. เกิดความเข้มแข็งของเครือข่าย "บ้าน วัด โรงเรียน" ผ่านกิจกรรมทำบุญตักบาตรและการส่งมอบ "ถุงปันสุข" ให้กลุ่มเปราะบาง ทำให้โรงเรียนเป็นศูนย์กลางแห่งการแบ่งปันและเกื้อกูลชุมชนอย่างแท้จริง
ด้านเด็ก/ผู้เรียน
1.
นักเรียนมีความซื่อสัตย์สุจริต : นักเรียนไม่หยิบสิ่งของของผู้อื่นมาเป็นของตน
มีจิตสำนึกที่ดี
เมื่อเก็บเงินหรือสิ่งของได้ก็นำมาส่งมอบให้ครูเวรเพื่อประกาศตามหาเจ้าของเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
2. นักเรียนมีสัมมาคารวะและรักความเป็นไทย : นักเรียนแสดงความเคารพด้วยการ “ยิ้ม ไหว้ ทักทาย” ครู ผู้ปกครอง และบุคคลภายนอกได้อย่างงดงาม อ่อนน้อมถ่อมตน ถูกต้องตามวัฒนธรรมไทย
3. นักเรียนมีวินัย สติ และสมาธิในการเรียน : จากการเข้าร่วมกิจกรรมค่ายพุทธบุตรและการสวดมนต์เจริญสมาธิเป็นประจำ ส่งผลให้นักเรียนมีวินัยในตนเอง มีความสงบสำรวม มีสติ และมีสมาธิจดจ่อกับการเรียนในห้องเรียนได้ดีขึ้น
4. นักเรียนมีจิตสาธารณะและการแบ่งปัน : นักเรียนรู้จักความเสียสละ เห็นอกเห็นใจผู้อื่น ผ่านการร่วมทำบุญตักบาตร และเรียนรู้การเป็นผู้ให้ผ่านการเปลี่ยนเงินที่เป็นของหาย (ที่ไม่มีผู้รับ) เป็นทุนการศึกษา และถุงปันสุข
5. ผลสัมฤทธิ์ภาพรวมเชิงปริมาณ : นักเรียนร้อยละ 97.96 ผ่านการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 8 ประการ ตามหลักสูตรสถานศึกษา ในระดับ "ดี" ขึ้นไป