สำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร
Department of Education
แผนพัฒนาโครงการสนับสนุนการขับเคลื่อนนวัตกรรมการเรียนรู้เชิงประเด็นเพื่อพัฒนาคุณภาพนักเรียนในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร ปี 2568 โดยใช้แผนพัฒนานวัตกรรมการส่งเสริมสุขภาวะด้านร่างกายด้วย 4P HNR Model
โรงเรียนปลูกจิต
กระบวนการพัฒนา

กระบวนการทำงาน

โรงเรียนปลูกจิตได้ดำเนินการตามกระบวนการนำแผนพัฒนาโครงการสนับสนุนการขับเคลื่อนนวัตกรรม       การเรียนรู้เชิงประเด็นเพื่อพัฒนาคุณภาพนักเรียนในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร ปี 2568 โดยใช้แผนพัฒนานวัตกรรมการส่งเสริมสุขภาวะด้านร่างกายด้วย 4P HNR Modelอย่างต่อเนื่อง  รูปแบบการส่งเสริมสุขภาวะนักเรียนโดยใช้นวัตกรรมการเรียนรู้ 4P HNR Model ไปใช้เป็นกลยุทธ์ในการดำเนินงานให้สำเร็จ ดังนี้ P – Paticipation (การบริหารแบบมีส่วนร่วม) P – Problem (พิจารณาปัญหา) P – Project (แผนงานที่กำหนดไว้) P – Processing Activities      (การดำเนินงาน) H – Head & Heart (ปฏิบัติงานด้วยความมุ่งมั่น) N – Network & Share (สร้างเครือข่าย)                R – Reporting (วิเคราะห์ผล รายงาน และพัฒนา) โดยปรับแผนการดำเนินงานประกอบด้วย 3 กิจกรรมหลัก ได้แก่  กิจกรรม Fit For Fun กิจกรรมอ่านรู้ ดูเป็น ฉลาดเลือกและกิจกรรมวัยใสใส่ใจสุขภาพ โดยเฉพาะกิจกรรม Fit For Fun ผู้บริหาร คณะครู บุคลากรและนักเรียนร่วมกันออกกำลังกายพร้อมกันหน้าเสาธงทุกวันพุธ ในการออกกำลังกายนั้นจะมีแกนนำนักเรียนเป็นผู้นำออกกำลังกายโดยใช้เวลาในการออกกำลังกายประมาณ 4 นาที เป็นการเต้นประกอบเพลงที่เน้นท่าออกกำลังกายบริหารแกนกลางลำตัวเพื่อเร่งอัตราการเผาผลาญไขมัน ซึ่งในแต่ละเพลงจะกำหนดท่าเต้น 3 – 4 ท่า   ง่าย ๆ เพื่อให้นักเรียนสามารถปฏิบัติท่าเต้นร่วมกันได้ตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล-ชั้นประถมศึกษา นอกจากนี้ยังจัดให้มี      การเต้นออกกำลังกายทุกวันศุกร์หลังเลิกเรียน ตั้งแต่เวลา 16.00 น. เป็นต้นไปให้กับผู้บริหาร คณะครู บุคลากร นักเรียน  ผู้ปกครองและบุคคลที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรม โดยรูปแบการออกกำลังกายจะมีความหลากหลายทั้งในรูปแบบของการเต้นแอโรบิคและซุมบ้า ส่งผลทำให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมมีความกระตือรือร้น มุ่งมั่นและมีความตั้งใจในขณะเข้าร่วมกิจกรรม       มีการจับกลุ่มออกกำลังกายกันอย่างสม่ำเสมอ สรุปผลการประเมินกิจกรรม Fit For Fun  พบว่า ผู้บริหาร คณะครู บุคลากรและนักเรียนมีความพึงพอใจ อยู่ในระดับมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 97.88 และมีสุขภาวะด้านร่างกายเป็นที่พึงพอใจ ผลกระทบที่เห็นได้ชัดเจนคือผู้บริหาร คณะครู บุคลากรและนักเรียนมีวินัยในการออกกำลังกายมากขึ้น กิจกรรมอ่านรู้ ดูเป็น ฉลาดเลือก จัดกิจกรรมให้ความรู้หน้าเสาธงทุกวันอังคารโดยทีมแกนนำนักเรียนเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้และสอดแทรกความรู้ในชั่วโมงเรียนโดยให้คุณครูผู้สอนและคุณครูประจำชั้นเชื่อมโยงความรู้เข้ากับบทเรียนตาม             ความเหมาะสมในการอ่านฉลากโภชนาการของอาหารประเภทต่าง ๆ ว่ามีความสำคัญอย่างไร ปริมาณที่แนะนำใน      การบริโภคแต่ละครั้ง ปริมาณแคลอรี่  ปริมาณสารอาหาร เพื่อใช้ในการตัดสินใจเลือกบริโภคอาหารที่มีประโยชน์เหมาะสมกับวัยและปริมาณที่ต้องการในแต่ละวัน  ส่งผลให้ผู้เรียนมีความตระหนักในการอ่านฉลากก่อนซื้ออาหารและใส่ใจในการเลือกรับประทานอาหารมากขึ้น นักเรียนมีวิจารณญาณและการตัดสินใจที่ดีขึ้น การประเมินผลความรู้ความเข้าใจของนักเรียนหลังจากการจัดกิจกรรมโดยใช้แบบทดสอบผ่านโปรแกรมgoogle form ปรากฏว่านักเรียนมีความรู้        ความเข้าใจเกี่ยวกับการอ่านฉลากโภชนาการและการตัดสินใจเลือกบริโภคในชีวิตประจำวัน คิดเป็น ร้อยละ 96.10 นักเรียนมีสุขภาวะที่ดีด้านสติปัญญา กิจกรรมวัยใส ใส่ใจสุขภาพ นักเรียนแกนนำร่วมกับคุณครูผู้รับผิดชอบกิจกรรมจัดทำป้ายนิเทศให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ การให้ความรู้โรคตามฤดูกาลหน้าเสาธง  การเผยแพร่ความรู้ในการดูแลสุขภาพผ่านคลิปวิดีโอทางช่องทางออนไลน์  ส่งผลให้ผู้เรียนมีความกระตือรือร้น มีวินัย และมีความรับผิดชอบในการดูแลสุขภาพและส่งต่อข้อมูลเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพของตนเองมากขึ้น สรุปผลการประเมินความรู้  ความเข้าใจ พบว่านักเรียนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการดูแลรักษาสุขภาพและการป้องโรคภัยต่าง ๆ คิดเป็นร้อยละ 93.02  นอกจากนี้ยังมีวิทยากรจากหน่วยงานภายนอกเข้ามาจัดกิจกรรม อาทิเช่น วิทยากรจากศูนย์บริการสาธารณสุข 16 ลุมพินี เจ้าหน้าที่จากสถานีตำรวจนครบาลลุมพินี  นักศึกษาพยาบาลจากโรงพยาบาลตำรวจและนักศึกษาพยาบาลจากสถาบัน             การพยาบาลศรีสวรินทิรา สภากาชาดไทยมาให้ความรู้และจัดกิจกรรมเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง 


ผลจากการปฏิบัติ

ผลจากการปฏิบัติ

ภายหลังจากการจัดกิจกรรมแผนพัฒนาโครงการสนับสนุนการขับเคลื่อนนวัตกรรมการเรียนรู้เชิงประเด็นเพื่อพัฒนาคุณภาพนักเรียนในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร ปี 2568 โดยโรงเรียนปลูกจิตใช้แผนพัฒนานวัตกรรม         การส่งเสริมสุขภาวะด้านร่างกายด้วย 4P HNR Model ได้ดำเนินการประเมินผลภาวะโภชนาการอย่างต่อเนื่องตลอดปีการศึกษา จำนวน 4 ครั้ง  ผลปรากฎว่า เดิมนักเรียนที่มีภาวะโภชนาการต่ำกว่าเกณฑ์ จำนวน 31 คน  ลดลงเหลือจำนวน 21 คน คิดเป็นร้อยละ 2.48  มีภาวะโภชนาการตามเกณฑ์  จำนวน 315 คน  เพิ่มขึ้นเป็นจำนวน 340 คน       คิดเป็นร้อยละ 6.20 และมีภาวะโภชนาการสูงกว่าเกณฑ์ จำนวน 93 คน  ลดลงเหลือจำนวน 78 คน คิดเป็นร้อยละ 3.72  นอกจากผลการประเมินภาวะโภชนาการที่มีการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น นักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรมยังได้รับ     การปลูกฝังคุณธรรมในด้านต่าง ๆ ทั้งการมีวินัยและความรับผิดชอบในการดูแลสุขภาวะด้านร่างกายของตนเองมากขึ้น คิดไตร่ตรองในการเลือกซื้อ เลือกรับประทานอาหารต่าง ๆ มีความใส่ใจคอยซักถามถึงรูปแบบการออกกำลังกายในแต่ละสัปดาห์ มีน้ำใจคอยให้คำแนะนำกับเพื่อน ๆ หรือน้อง ๆ ในเรื่องเลือกซื้อเลือกรับประทานอาหารและการออกกำลังกาย ซึ่งพฤติกรรมต่าง ๆ เหล่านี้นักเรียนปฏิบัติได้อย่างสม่ำเสมอโดยไม่ต้องมีคนคอยเตือนหรือกระตุ้นแต่อย่างใด

ปัจจัยความสำเร็จของนวัตกรรมการส่งเสริมสุขภาวะด้านร่างกายด้วย 4P HNR Model ได้รับการสนับสนุน  การเสริมแรงและการส่งเสริมจากฝ่ายบริหารในการติดตามผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ทั้งในรูปแบบการประชุมทีมย่อยหรือประชุมรวมเพื่อให้การดำเนินกิจกรรมเป็นไปตามแผนงานและประสบผลสำเร็จตามเป้าหมายที่ได้วางไว้  ได้รับความร่วมมือจากบุคลากรของโรงเรียนปลูกจิตทุกท่าน หลังจากประสบผลสำเร็จในปีการศึกษาที่ผ่านมาทุกท่านมี     ความตั้งใจและทุ่มเทในการดำเนินกิจกรรมทุกกิจกรรมให้สำเร็จตามเป้าหมายที่ได้วางไว้ สอดคล้องกับการกำกับติดตามความก้าวหน้าของการดำเนินงานโดยคณะผู้บริหารและผู้ประสานงานกิจกรรม ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานต่าง ๆ ที่อยู่รอบโดยบริเวณโรงเรียนเข้ามาจัดกิจกรรมต่าง ๆ ให้กับนักเรียนโรงเรียนปลูกจิตอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังได้รับ     ความร่วมมือจากผู้ปกครองและบุคคลภายนอกที่ให้ความสนใจและคอยติดตามข่าวสารข้อมูลและเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ อย่างสม่ำเสมอ

นอกจากนี้  การขยายผลความสำเร็จของกิจกรรมดังกล่าว  ทางโรงเรียนปลูกจิตมีแผนงานหลังจากดำเนินการกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อเป็นการพัฒนาและต่อยอดกิจกรรมในปีการศึกษาหน้า กล่าวคือทางโรงเรียนปลูกจิตวางแผนจะดำเนินการเผยแพร่กระบวนการดำเนินแผนพัฒนานวัตกรรมการส่งเสริมสุขภาวะด้านร่างกายด้วย 4P HNR Model ไปสู่โรงเรียนต่าง ๆ นอกสำนักงานเขตปทุมวัน โดยจัดกิจกรรมในรูปแบบ Open House เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกโรงเรียนได้เข้ามาศึกษาดูงานและเป็นที่ปรึกษาให้กับโรงเรียนที่มีความสนใจ  เพื่อเป็นการส่งต่อและต่อยอดกิจกรรมต่อไป อีกทั้งจะมีการคัดเลือกแกนนำนักเรียนในการจัดกิจกรรมต่าง ๆ เพิ่มขึ้น เมื่อนักเรียนมีความสามารถและทักษะเพิ่มขึ้นจะได้ดำเนินการประสานความร่วมมือกับชุมชนบ่อนไก่หรือหน่วยงานต่าง ๆ  เพื่อจัดเวทีให้นักเรียนแกนนำออกไปนำเสนอผลงานเพื่อเป็นการส่งเสริมนักเรียนที่มีความสามารถให้เกิดความภาคภูมิใจและเป็นแรงจูงใจให้กับบุคคลรอบข้างไป พร้อม ๆ กัน  อีกทั้งมีการเผยแพร่ความรู้ผ่านช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้นด้วย


เอกสารเพิ่มเติม :[ดาวน์โหลดเอกสาร]