สำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร
Department of Education
การพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้เพื่อแก้ปัญหาด้านการอ่าน การเขียน ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 โดยใช้กระบวนการตอบสนองต่อการช่วยเหลือ (Response to Intervention : RTI)
โรงเรียนเคหะทุ่งสองห้องวิทยา 2
กระบวนการพัฒนา

การดำเนินกิจกรรมแก้ปัญหาพัฒนาการอ่านด้วยกระบวนการ RTI ของโรงเรียนเคหะทุ่งสองห้องวิทยา 2 นั้นสามารถอธิบายตามกรอบ PDCA  ได้อย่างชัดเจน เริ่มจากขั้นตอน Plan หรือการวางแผน ซึ่งเป็นการกำหนดทิศทางและเป้าหมายของโครงการ โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อพัฒนาทักษะการอ่าน การเขียนของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1–6 ให้มีความสามารถในการอ่านออกเสียง อ่านรู้เรื่อง และสะกดคำได้ถูกต้องตามศักยภาพรายบุคคล รวมถึงการขยายผลนวัตกรรม RTI ให้กับเครือข่ายโรงเรียนที่ 29 สำนักงานเขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร ในการวางแผนนี้ ครูผู้รับผิดชอบและผู้บริหารได้ประชุมร่วมกับโรงเรียนเครือข่ายเพื่อกำหนดแนวทางการดำเนินงาน สื่อและเครื่องมือที่จำเป็น รวมถึงตัวชี้วัดความสำเร็จ เช่น นักเรียนร้อยละ 85 ของผู้เข้าร่วมกิจกรรมต้องมีพัฒนาการด้านการอ่านสูงกว่าก่อนเรียน เมื่อแผนงานเสร็จสิ้น ก้าวเข้าสู่ขั้นตอน Do หรือการปฏิบัติ ซึ่งเป็นการดำเนินงานตามแผนที่กำหนดไว้อย่างเป็นขั้นตอน โดยเริ่มจากการประชุมประสานงานและจัดอบรมขยายผลให้ครูผู้สอนและบุคลากรได้รับความรู้เกี่ยวกับกระบวนการ RTI จากนั้นจัดทำสื่อการเรียนรู้ เช่น แผ่นพับ โปสเตอร์ E-book และวิดีโอ เพื่อให้ครูสามารถนำไปใช้สอนนักเรียนในชั้นเรียน กระบวนการสอน RTI จะดำเนินการเป็นขั้นตอนแบบ Tiered Intervention โดยแบ่งเป็น Tier 1 การสอนในชั้นเรียนปกติ, Tier 2 การสอนเสริมแบบกลุ่มย่อย และ Tier 3 การสอนเข้มแบบรายบุคคล เพื่อเสริมทักษะที่นักเรียนยังบกพร่อง ต่อมาคือขั้นตอน Check หรือการตรวจสอบผล โดยใช้เครื่องมือและวิธีการประเมินผลที่ชัดเจน เช่น แบบประเมิน RTI การสังเกตพฤติกรรมการอ่าน การทดสอบอ่าน-เขียน และการบันทึกผลการเรียนของนักเรียนแต่ละคน เพื่อวัดความก้าวหน้าและพัฒนาการของนักเรียนตามตัวชี้วัดที่กำหนด การติดตามผลทำเป็นระยะ และรายงานต่อผู้บริหาร รวมถึงการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อประเมินว่ากิจกรรม RTI สามารถช่วยให้นักเรียนพัฒนาทักษะการอ่าน การเขียน และความเข้าใจเนื้อหาได้ดีขึ้นหรือไม่ สุดท้ายคือขั้นตอน Act หรือการปรับปรุงและขยายผล หลังจากประเมินผลแล้ว ครูและผู้บริหารจะปรับปรุงสื่อและเครื่องมือ RTI ตามความเหมาะสม จัดอบรมเพิ่มเติมสำหรับครูที่ยังไม่ชำนาญการใช้ RTI ส่งเสริมนิสัยรักการอ่านของนักเรียน และขยายผลนวัตกรรมไปยังโรงเรียนเครือข่ายอื่น ๆ รวมถึงเผยแพร่สื่อผ่านช่องทางออนไลน์ เช่น E-book, YouTube และ Facebook เพื่อให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาสามารถนำไปใช้พัฒนาทักษะการอ่านของนักเรียนได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืนโดยรวมแล้ว การใช้กรอบ PDCA ทำให้กิจกรรม RTI ของโรงเรียนเคหะทุ่งสองห้องวิทยา 2 เป็นระบบ ตั้งแต่การวางแผน การปฏิบัติ การตรวจสอบผล และการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ทั้งนักเรียน ครู และชุมชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาการอ่านและการเขียนของนักเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น สามารถใช้ทักษะการอ่านและการเขียนไปประยุกต์กับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น ๆ ได้ และสร้างนิสัยรักการอ่านที่ยั่งยืนในระยะยาว


ผลจากการปฏิบัติ

หลังจากดำเนินกิจกรรมแก้ปัญหาพัฒนาการอ่านด้วยกระบวนการ RTI ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1–6 พบว่ามีผลลัพธ์ที่ชัดเจนทั้งด้านการเรียนรู้และพฤติกรรมการอ่านของนักเรียน โดยนักเรียนส่วนใหญ่สามารถอ่านออกเสียง อ่านคล่อง และเข้าใจเนื้อหาของข้อความได้ดีขึ้นตามศักยภาพของตนเอง นักเรียนที่เคยมีปัญหาการอ่านไม่คล่องและเขียนสะกดคำผิด มีสัดส่วนลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ในขณะที่นักเรียนที่พัฒนาทักษะการอ่านจนสามารถจับใจความและประมวลความหมายได้เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 21.28 ส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น ๆ ดีขึ้นตามไปด้วย นอกจากนี้ การปฏิบัติ RTI ยังส่งเสริมให้ครูผู้สอนและครูประจำชั้นมีความชำนาญในการคัดกรองนักเรียน วิเคราะห์ปัญหา และให้ความช่วยเหลือเชิงระบบอย่างต่อเนื่อง เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และทำงานร่วมกันเป็นทีมระหว่างครู ส่งผลให้การจัดการเรียนรู้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น อีกทั้งผู้ปกครองและชุมชนมีส่วนร่วมในการสนับสนุนการเรียนรู้ของนักเรียน มีความตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาการอ่านร่วมกัน ทำให้นักเรียนเกิดนิสัยรักการอ่าน มีวินัยและความรับผิดชอบต่อการเรียนของตนเองอย่างต่อเนื่อง ผลจากการปฏิบัติจึงไม่เพียงช่วยให้นักเรียนมีทักษะการอ่านและการเขียนดีขึ้นเท่านั้น แต่ยังสร้างพื้นฐานที่มั่นคงสำหรับการเรียนรู้ตลอดชีวิต และสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างยั่งยืน