สำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร
Department of Education
โครงการการพัฒนาการอ่านออก เขียนได้ของนักเรียน โดยใช้กระบวนการเรียนรู้แบบ KLA MODEL
โรงเรียนคลองทรงกระเทียม
กระบวนการพัฒนา

การพัฒนาการอ่านออก เขียนได้ของนักเรียนโดยใช้กระบวนการเรียนรู้ แบบ KLA  MODEL โดยใช้กิจกรรมเป็นฐาน (Activity Based Learning) กำหนดขั้นตอนการดำเนินงาน 4 ระยะ ดังนี้

ขั้นวางแผน (Plan)

    1.1  วิเคราะห์บริบทและปัญหา แต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงาน ร่วมกันศึกษาข้อมูลพื้นฐานของโรงเรียนและนักเรียน ตามบริบทของสถานศึกษา ชุมชน ผู้ปกครองมีความหลากหลายทางอาชีพ ได้แก่ รับจ้างทั่วไป ค้าขาย ประกอบธุรกิจ ชุมชนมีความแตกต่างทางฐานะและความเป็นอยู่ ผู้ปกครองไม่มีเวลาดูแลบุตรหลานของตน วิเคราะห์ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภาษาไทย และการประเมินผลการอ่าน-เขียน จากการประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในรายวิชาทำการคัดกรองนักเรียนเป็น 3 กลุ่ม เพื่อให้สามารถวางแผนการสอนได้อย่างเหมาะสม ดังนี้ กลุ่มที่ 1  อ่านไม่ออก เขียนไม่ได้, กลุ่มที่ 2  อ่านไม่คล่อง เขียนไม่คล่อง, และกลุ่มที่ 3  อ่านคล่อง เขียนคล่อง  

    1.2  กำหนดเป้าหมายและตัวชี้วัด

        1.2.1 เป้าหมายเชิงปริมาณ  นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 ที่อ่านไม่ออก เขียนไม่คล่อง

        1.2.2 เป้าหมายเชิงคุณภาพ

            (1) นักเรียนมีพัฒนาการด้านการอ่านและการเขียนตามศักยภาพของตนเอง

            (2) นักเรียนมีนิสัยรักการอ่าน ใฝ่เรียนรู้ และมีความมั่นใจในการสื่อสาร

            (3) ครูสามารถจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) โดยใช้ KLA MODEL ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

            (4) โรงเรียนมีระบบการพัฒนาการอ่านเขียนที่เป็นรูปธรรมและต่อเนื่อง

            (5) เกิดความร่วมมือระหว่างโรงเรียน ครู ผู้ปกครอง และชุมชนในการพัฒนาผู้เรียน

    1.3  ออกแบบรูปแบบนวัตกรรม KLA MODEL โดยใช้รูปแบบกิจกรรมเป็นฐาน (Activity Based Learning) ดังนี้ K (Knowledge) นักเรียนรู้จัก จำ รูปและเสียงพยัญชนะ สระ และวรรณยุกต์ ได้แม่นยำถูกต้อง นักเรียนพัฒนาทักษะการอ่าน การเขียน แจกลูกสะกดคำที่ประสมสระต่างๆ นักเรียนอ่าน เขียนคำได้ถูกต้อง L (Activities Learning) การเรียนรู้ผ่านกิจกรรมเป็นฐาน กลุ่มที่ 1 อ่านไม่ออก เขียนไม่ได้  กิจกรรมพัฒนาการอ่าน เขียน โดยใช้แบบฝึกทักษะการอ่าน เขียนสะกดคำแจกลูกคำ กลุ่มที่ 2 อ่านไม่คล่อง เขียนไม่คล่อง กิจกรรมพัฒนาการอ่าน เขียน โดยใช้แบบฝึกทักษะการอ่าน กลุ่มที่ 3 อ่านคล่อง เขียนคล่อง กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน “กิจกรรมสนุกอ่าน สนุกเขียน เรียนเพลิน” ประกอบด้วย กิจกรรมภาษาไทยวันละคำ กิจกรรมสร้างลูกรักเป็น  นักอ่าน กิจกรรมพี่อ่านให้น้องฟัง กิจกรรมเล่มโปรด กิจกรรมกำหนดคำทำให้เป็นเรื่องกิจกรรมอ่านเป็นจับประเด็นได้ กิจกรรมยอดรักนักอ่าน A (Attitude) เป็นการปลูกฝังนิสัยรักการอ่าน มีความกระตือรือร้น สนใจ

ขั้นดำเนินการ (Do) 

สถานศึกษาดำเนินการจัดการเรียนรู้ตามรูปแบบนวัตกรรม KLA MODEL โดยใช้กิจกรรมเป็นฐาน (Activity-Based Learning) อย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง ดังนี้

    1.  การจัดการเรียนรู้ตามรูปแบบ KLA MODEL ครูผู้สอนดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับองค์ประกอบของ KLA MODEL ได้แก่ ด้านความรู้ (Knowledge) ด้านกิจกรรมการเรียนรู้ (Activities Learning) และด้านเจตคติ (Attitude) โดยออกแบบกิจกรรมให้เหมาะสมกับระดับความสามารถของผู้เรียนทั้ง 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ กลุ่มอ่านไม่คล่องเขียนไม่คล่อง และกลุ่มอ่านคล่องเขียนคล่อง พร้อมทั้งใช้แบบฝึกทักษะ ใบงาน และสื่อการเรียนรู้ที่หลากหลาย เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านและการเขียนอย่างเป็นขั้นตอน 

    2.  การดำเนินกิจกรรมพัฒนาทักษะตามศักยภาพผู้เรียน ครูจัดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ผ่านกิจกรรมเป็นฐาน เช่น การฝึกอ่านสะกดคำ การอ่านออกเสียง การเขียนตามคำบอก และกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน “สนุกอ่าน สนุกเขียน เรียนเพลิน” อาทิ กิจกรรมภาษาไทยวันละคำ กิจกรรมพี่อ่านให้น้องฟัง กิจกรรมเล่มโปรด และกิจกรรมอ่านจับประเด็น เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้อย่างมีความหมายและมีส่วนร่วม 

    3.  การวัดและประเมินผลระหว่างดำเนินการ ครูประจำชั้นและครูกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยดำเนินการประเมินทักษะการอ่านและการเขียนของนักเรียนอย่างต่อเนื่องเป็นรายเดือน โดยใช้เครื่องมือที่หลากหลาย เช่น แบบฝึกทักษะ ใบงาน แบบทดสอบ และแบบสังเกตพฤติกรรม เพื่อติดตามพัฒนาการของผู้เรียนเป็นรายบุคคล และนำข้อมูลไปปรับปรุงการจัดการเรียนรู้ให้เหมาะสม 

    4.  การสร้างการมีส่วนร่วมของผู้ปกครอง สถานศึกษาส่งเสริมความร่วมมือระหว่างโรงเรียนและผู้ปกครอง โดยประชาสัมพันธ์แนวทางการพัฒนาการอ่านเขียน และขอความร่วมมือให้ผู้ปกครองร่วมฝึกทักษะกับนักเรียนที่บ้าน ผ่านแบบฝึกหัด ใบงาน และกิจกรรมอ่านหนังสือร่วมกัน เพื่อเสริมสร้างการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง 

    5.  การเสริมแรงและสร้างแรงจูงใจในการเรียนรู้ สถานศึกษาจัดกิจกรรม “ยอดนักอ่าน” เพื่อยกย่องและเชิดชูนักเรียนที่มีพัฒนาการด้านการอ่านและการเขียน โดยมีการมอบเกียรติบัตร และเปิดโอกาสให้นักเรียนนำเสนอผลงานผ่านกิจกรรมหน้าเสาธง รวมถึงจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านในช่วงเวลาก่อนเข้าแถวเคารพธงชาติ (07.00 – 08.00 น.) อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างแรงจูงใจและปลูกฝังนิสัยรักการอ่านให้กับผู้เรียน

ขั้นติดตามและประเมินผล (Check)

    1. ประเมินระหว่างเรียน (Formative Assessment) ประกอบด้วย การตรวจใบงาน  แบบฝึกทักษะ การประเมินทักษะการอ่าน สังเกตพฤติกรรมการอ่าน-เขียน และการทำแบบทดสอบ

    2. ประเมินผลสัมฤทธิ์ (Summative Assessment) ประกอบด้วย แบบทดสอบอ่านออกเขียนได้ การเขียนตามคำบอก  การเขียนประโยค การเขียนเรียงความ การอ่านจับใจความ

    3.  รายงานผลและสะท้อนข้อมูล ประกอบด้วย การรายงานผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาภาษาไทย  วิเคราะห์จุดเด่น/จุดที่ต้องพัฒนา เพื่อนำข้อมูลมาปรับปรุง

ขั้นปรับปรุงพัฒนา (Act)

    1. การปรับปรุงการจัดการเรียนรู้  ปรับกิจกรรมให้เหมาะกับนักเรียนมากขึ้น โดยการวิเคราะห์ข้อมูลนักเรียนเป็นรายบุคคลจากผลการประเมินการอ่าน การเขียน แบบทดสอบ แบบฝึกหัด ใบงาน ออกแบบกิจกรรมตามกลุ่มนักเรียนกลุ่มอ่อน ใช้กิจกรรมฝึกพื้นฐาน เช่น เกมสะกดคำ บัตรคำ อ่านซ้ำ  กลุ่มปานกลาง ฝึกอ่านจับใจความ เขียนประโยคจากภาพ และกลุ่มเก่ง เขียนเรียงความ สรุปความ หรือกิจกรรมแข่งขัน จัดกิจกรรมเสริมการเรียนรู้ เช่น กิจกรรมภาษาไทยวันละคำ  กิจกรรมตระกร้าหนังสือ  กิจกรรมพี่อ่านให้น้องฟัง  กิจกรรมเกมภาษา  กิจกรรมเขียนเรียงความ  โดยจัดกิจกรรมช่วงเช้าก่อนทำกิจกรรมเคารพธงชาติ ทุกวัน ตามระดับความสามารถของนักเรียน ปรับระดับความยาก ง่าย ของแบบฝึกหัด ใบงาน ฝึกอ่านแบบเพื่อนช่วย เพื่อนและให้ผู้ปกครองเข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมการอ่านของนักเรียนเมื่ออยู่ที่บ้าน

    2. พัฒนาครูและการจัดการเรียนรู้  

        2.1 การพัฒนาครูผ่านการอบรมและถ่ายทอดความรู้ ครูกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยทำหน้าที่เป็น “แกนนำทางวิชาการ” ในการพัฒนาครูประจำชั้น โดยดำเนินการดังนี้ จัดอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการสอนอ่านออกเขียนได้

ถ่ายทอดแนวทางการใช้ KLA MODEL และการจัดการเรียนรู้รูปแบบ Activity Based Learning และแนะนำเทคนิคการสอน เช่น การสอนสะกดคำ การอ่านจับใจความ และการเขียนเชิงสร้างสรรค์

        2.2 การพัฒนาครูผ่านกระบวนการ PLC (Professional Learning Community) โรงเรียนส่งเสริมให้ครูมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันอย่างต่อเนื่อง จัดประชุม PLC อย่างสม่ำเสมอ แลกเปลี่ยนปัญหาและแนวทางแก้ไขในการสอนอ่านเขียน นำเสนอสื่อการสอนของครูแต่ละคน ร่วมกันวิเคราะห์ผลการเรียนของนักเรียนรายบุคคล

        2.3 การนิเทศ ติดตาม และให้คำปรึกษา มีการกำกับ ติดตาม และสนับสนุนการจัดการเรียนรู้อย่างใกล้ชิด โดยผู้บริหารและหัวหน้ากลุ่มสาระนิเทศการสอนในชั้นเรียน ให้ข้อเสนอแนะ (Coaching) และติดตามผลการพัฒนานักเรียนเป็นระยะ

        2.4 การพัฒนาการจัดการเรียนรู้ในชั้นเรียน ครูนำความรู้ที่ได้รับไปออกแบบและพัฒนาการจัดการเรียนรู้ โดยจัดกิจกรรมแบบ Active Learning เน้นการลงมือปฏิบัติ ใช้สื่อและนวัตกรรมที่หลากหลาย เช่น เกมภาษา บัตรคำ สื่อดิจิทัล บูรณาการการอ่านและการเขียนในทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ 

        2.5 การสร้างความร่วมมือกับผู้ปกครอง โรงเรียนประสานความร่วมมือกับผู้ปกครองเพื่อร่วมพัฒนาผู้เรียน โดยสื่อสารข้อมูลพัฒนาการของนักเรียนอย่างสม่ำเสมอ ให้คำแนะนำในการส่งเสริมการอ่านและการเขียนที่บ้าน จัดกิจกรรมส่งเสริม เช่น “อ่านหนังสือร่วมกันในครอบครัว”


ผลจากการปฏิบัติ

ผลการดำเนินงาน 

    ด้านผู้เรียนการดำเนินงานพัฒนาโครงการการพัฒนาการอ่านออก เขียนได้ของนักเรียนโดยใช้กระบวนการเรียนรู้ แบบ KLA  MODEL ส่งผลให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาภาษาไทยของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 ผ่านเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนดระดับ 2 ขึ้นไป ในปีการศึกษา 2566 คิดเป็นร้อยละ 90.00, ปีการศึกษา 2567 คิดเป็นร้อยละ 89.57 และปีการศึกษา 2568 คิดเป็นร้อยละ 97.10 นักเรียนมีผลการประเมินสมรรถนะ 5 ด้าน ปีการศึกษา 2566-2568 คิดเป็นร้อยละ 100 โรงเรียนมีผลการประเมินความสามารถด้านการอ่านของผู้เรียน (RT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ปีการศึกษา 2567 พบว่า ด้านการอ่านออกเสียง มีคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 83.27 และด้านการอ่านรู้เรื่อง มีคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 86.32 ซึ่งสูงกว่าสังกัด และสูงกว่าระดับประเทศ  นักเรียนมีผลการประเมินการใช้นวัตกรรมรูปแบบ KLA MODEL การประเมินระยะที่ 1 จัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ พัฒนาการบวนการ และออกแบบกิจกรรม จากการใช้นวัตกรรมการพัฒนาการอ่าน เขียน โดยใช้กระบวนการเรียนรู้รูปแบบ KLA MODEL พบว่า 1) นักเรียนกลุ่มอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ จำนวน 75 คน ผ่านการประเมินการอ่านโดยใช้แบบฝึกทักษะการอ่านแจกลูกคำชุดที่ 11 -24 ทุกคน คิดเป็นร้อยละ 100  2)นักเรียนกลุ่มอ่านไม่คล่อง เขียนไม่คล่อง จำนวน 86 คน ผ่านการประเมินการอ่านโดยใช้แบบฝึกทักษาะการอ่านชุดที่ 1-8 ทุกคน คิดเป็นร้อยละ 100 3) กลุ่มอ่านคล่อง เขียนคล่อง ผ่านการประเมินการอ่านผ่านกิจกรรม“กิจกรรมสนุกอ่าน สนุกเขียน เรียนเพลิน” จำนวน 330 คน คิดเป็นร้อยละ 97.23 การประเมินระยะที่ 2 จากการใช้นวัตกรรมการพัฒนาการอ่านเขียนโดยใช้กระบวนการเรียนรู้แบบ KLA MODEL สำหรับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 และมีการการประเมินระยะที่ 2 พบว่า  1) นักเรียนกลุ่มอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ จำนวน 74 คน (ย้ายโรงเรียน 1 คน) ผ่านการประเมินการอ่านโดยใช้แบบฝึกทักษะการอ่านแจกลูกคำชุดที่ 12-24 ทุกคน คิดเป็นร้อยละ 100 2) นักเรียนกลุ่มอ่านไม่คล่อง เขียนไม่คล่อง จำนวน 86 คน ผ่านการประเมินการอ่านโดยใช้แบบฝึกทักษะการอ่านชุดที่ 9-15 ทุกคน คิดเป็นร้อยละ 100 และส่งผลให้นักเรียนได้รับรางวัลจากการเข้าร่วมประกวดแข่งขัน ดังนี้ เด็กชายธนกฤต  แตงทอง, เด็กหญิงมยุรา  แก้วสอน รางวัลรองชนะเลิศ ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 การแข่งขันทักษะทางวิชาการ เขียนคำศัพท์ภาษาไทย (เขียนตามคำบอก) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เครือข่ายโรงเรียนที่ 24 สำนักงานเขตลาดพร้าว, เด็กชายศุภโชค  คันทะจันทร์ และเด็กหญิงบุณยานุช  สอนนอกได้รับรางวัลชนะเลิศการแข่งขัน “เรียงร้อยถ้อยกวี” โรงเรียนนวมินทราชูทิศ บดินทรเดชา กรุงเทพมหานคร เป็นต้น

    ด้านครู ครูสามารถพัฒนาการจัดการเรียนรู้ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยสามารถออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับความแตกต่างระหว่างบุคคลของนักเรียน ใช้สื่อและนวัตกรรมที่หลากหลาย และนำกระบวนการ PLC มาใช้ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และปรับปรุงการสอนอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพภายในสถานศึกษา และ นางสาวกรรณิกา  สันโดด ครูรับเงินเดือนอันดับครูผู้ช่วยได้รับรางวัลรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 การประกวดสื่อวีดีทัศน์เพื่อการศึกษา กรุงเทพมหานคร ปีการศึกษา 2567 เรื่อง มาตราตัวสะกด และได้รับรางวัลชนะเลิศ การประกวดสื่อวีดีทัศน์เพื่อการศึกษา กรุงเทพมหานคร ปีการศึกษา 2568 เรื่อง มาตรา แม่กง 

    ด้านสถานศึกษา โรงเรียนมีระบบการบริหารจัดการด้านการพัฒนาการอ่านและการเขียนที่เป็นรูปธรรม มีการคัดกรองนักเรียน ติดตาม และประเมินผลอย่างเป็นระบบ รวมถึงมีการปรับปรุงพัฒนาอย่างต่อเนื่องตามวงจรคุณภาพ (PDCA) อีกทั้งยังได้รับความร่วมมือจากผู้ปกครองและชุมชนในการส่งเสริมการเรียนรู้ของนักเรียน ทำให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน และโรงเรียนได้รับเกียรติบัตร Reading Hero ส่งเสริมการอ่านจากมูลนิธิหนังสือเพื่อเด็ก และโรงเรียนได้เข้าร่วมโครงการสนับสนุนนวัตกรรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาคุณภาพนักเรียนในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมกับมูลนิธีร่มฉัตร เพื่อแก้ปัญหาในประเด็นการอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้