สำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร
Department of Education
เยาวชนรักษ์โลก
โรงเรียนบางแค (เนื่องสังวาลย์อนุสรณ์)
กระบวนการพัฒนา

กระบวนการดำเนินงาน

          1 การสร้างความเข้าใจ และสร้างทัศนคติใหม่

การพัฒนาสถานศึกษาไปสู่โรงเรียนบริหารจัดการคัดแยกขยะที่ยั่งยืนอาศัยพลังขับเคลื่อนที่ครอบคลุมทั้งผู้บริหาร ครู นักเรียน และภาคีเครือข่าย ชุมชน โดยสถานศึกษาได้นำแนวคิดเชิงกระบวนการ "เอ๊ะ อ๋อ โอเคร พลัส" มาเป็นกลไกหลักในการสร้างจิตสำนึกและพฤติกรรมใหม่อย่างเป็นระบบ

กระบวนการเริ่มต้นให้บุคลากรทุกระดับเกิดการ "เอ๊ะ" ตั้งคำถามถึงปัญหาขยะในบริบทใกล้ตัว ผ่านการประชุมเพื่อชี้แจงแนวทางการดำเนินงานและสร้างจุดมุ่งหมายร่วมกัน โดยน้อมนำศาสตร์พระราชา “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” มาเป็นเข็มทิศในการปฏิบัติงาน มุ่งเน้นการสืบค้นข้อมูลจนเกิดความเข้าใจที่ถ่องแท้ในระดับ "อ๋อ" ถึงบทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบของตนเอง ควบคู่ไปกับการสื่อสารเชิงรุกผ่านช่องทางที่หลากหลายอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ ทั้งสื่อประชาสัมพันธ์ที่เป็นทางการและกิจกรรมสร้างสรรค์หน้าเสาธง เพื่อกระตุ้นการรับรู้และสร้างบรรยากาศแห่งการเรียนรู้ในสถานศึกษาตลอดเวลา สร้างข้อตกลงร่วมกันในระดับ "โอเค" ที่จะปฏิบัติตาม ต้นแบบในการดำเนินชีวิตประจำวันของเยาวชน ผ่านเครือข่ายครูแกนนำและนักเรียนแกนนำเยาวชนรักษ์โลก เพื่อส่งต่อค่านิยมเชิงบวกในลักษณะเพื่อนช่วยเพื่อน ซึ่งช่วยลดช่องว่างในการสื่อสารและสร้างการเรียนรู้ที่เป็นธรรมชาติภายใต้ความสมัครใจของทุกฝ่าย

นอกจากนี้ สถานศึกษายังมุ่งเน้นการเพิ่มคุณค่าในส่วนของ "พลัส" ด้วยการยกระดับคุณภาพในทุกขั้นตอนผ่านการกำกับติดตามและประเมินความก้าวหน้าเป็นระยะ เพื่อกระตุ้นให้ผู้ปฏิบัติงานเกิดความตื่นตัวและมีความเข้าใจในกระบวนการทำงานยิ่งขึ้น ความสำเร็จเหล่านี้จะถูกขยายผลไปสู่บุคคลภายนอกและผู้ปกครอง เพื่อสร้างภาคีเครือข่ายความร่วมมือที่เข้มแข็ง อันจะนำไปสู่การพัฒนาเยาวชนให้เป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพ มีระเบียบวินัย และมีจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนสืบไป

          2 การให้ความรู้ และสร้างแกนนำเยาวชนรักษ์โลก

ผู้บริหารสถานศึกษาให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อกระบวนการคัดเลือกและพัฒนาแกนนำเยาวชนรักษ์โลก เนื่องจากเล็งเห็นว่าผู้นำที่มีคุณภาพย่อมส่งผลโดยตรงต่อความสำเร็จในกระบวนการพัฒนาโรงเรียนบริหารจัดการคัดแยกขยะตามเป้าประสงค์ที่วางไว้ โดยเริ่มต้นจากการแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อพิจารณาคัดเลือกบุคคลอย่างเป็นระบบ มุ่งเน้นผู้ที่มีคุณสมบัติโดดเด่นทั้งด้านภาวะผู้นำ มีทัศนคติที่ดีต่อการพัฒนาคุณธรรม มีมนุษยสัมพันธ์ และที่สำคัญคือต้องเป็นแบบอย่างที่ดีซึ่งได้รับการยอมรับจากสมาชิกในสถานศึกษาในด้านการเสริมสร้างศักยภาพ สถานศึกษาได้มุ่งเน้นการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และทักษะที่จำเป็น พร้อมทั้งมอบหมายภารกิจให้สอดคล้องกับศักยภาพรายบุคคล นอกจากนี้ยังมีการเสริมสร้างทักษะการบริหารจัดการทรัพยากรให้กว้างขวางผ่านการทำงานเป็นทีม และการกระจายความรับผิดชอบอย่างทั่วถึงเพื่อสร้างวัฒนธรรมการมีส่วนร่วม โดยมีผู้บริหารและครูแกนนำทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษา ให้คำแนะนำ และติดตามผลอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง ความสำเร็จที่ยั่งยืนของโครงการยังเกิดจากการวางรากฐานเพื่อส่งต่อภารกิจจากรุ่นสู่รุ่น ผ่านกระบวนการสร้างแกนนำรุ่นใหม่ควบคู่ไปกับการใช้กลยุทธ์การเสริมแรงเชิงบวกเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจ การร่วมวางแผนและประเมินผลความก้าวหน้าในแต่ละระยะร่วมกัน ไม่เพียงแต่จะช่วยให้งานบรรลุวัตถุประสงค์เท่านั้น แต่ยังทำให้นักเรียนแกนนำเยาวชนรักษ์โลกรู้สึกถึงการได้รับเกียรติและการยอมรับจากทั้งผู้บริหารและเพื่อนร่วมงาน ซึ่งกระบวนการเหล่านี้ล้วนเป็นกลไกสำคัญที่หล่อหลอมให้การพัฒนาโรงเรียนบริหารจัดการคัดแยกขยะดำเนินไปอย่างมีพลวัตและประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน

          3 การสร้างประสบการณ์จริง

ภายหลังจากการวางระบบและกระบวนการพัฒนาโรงเรียนบริหารจัดการคัดแยกขยะเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สถานศึกษาได้มุ่งเน้นการนำแผนไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมในทันที โดยให้ความสำคัญกับการสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมจากภาคีทุกภาคส่วน เพื่อกระตุ้นให้เกิดการขับเคลื่อนโครงการร่วมกันทั้งสถานศึกษา ภายใต้บรรยากาศการดำเนินงานที่ส่งเสริมความสุขและทัศนคติเชิงบวกต่อผู้ปฏิบัติงาน ทั้งนี้ กลไกสำคัญในการดำเนินงานยึดหลักการบริหารจัดการแบบล่างขึ้นบน โดยให้ความสำคัญกับความต้องการและบริบทของนักเรียนเป็นศูนย์กลาง พร้อมทั้งดำเนินการตามลำดับขั้นตอนอย่างเป็นระบบ นอกจากนี้ สถานศึกษายังมุ่งเน้นความต่อเนื่องสม่ำเสมอในการปฏิบัติงาน เพื่อสร้างมาตรฐานการจัดการสิ่งแวดล้อมให้กลายเป็นวิถีปฏิบัติปกติ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่จะนำไปสู่ความสำเร็จตามเป้าหมายของสถานศึกษาอย่างยั่งยืน

          4 วิธีการบรรลุเป้าหมายในการสร้างเยาวชนรักษ์โลก

ผ่านโครงการบริหารจัดการขยะในสถานศึกษา จำเป็นต้องอาศัยการวางรากฐานเชิงระบบที่ประสานสอดคล้องระหว่างการปลูกฝังจิตสำนึกและการปฏิบัติ เด็กคิด เด็กเลือก เด็กทำ และทุกคนมีส่วนร่วมในการลงมือปฏิบัติจริงอย่างเต็มที่ เป็นแบบอย่างที่ดีซึ่งกันและกัน โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การเปลี่ยน "ความตระหนักรู้" ให้กลายเป็น "วิถีปฏิบัติ" อย่างยั่งยืน สร้างฐานรากแห่งความเข้าใจโดยเริ่มจากการจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อปรับทัศนคติของครู นักเรียน และบุคลากรให้เห็นความสำคัญของปัญหาสิ่งแวดล้อมในฐานะภารกิจร่วมกันด้วยความสมัครใจ สร้างกติกาสังคมภายในโรงเรียนเรื่องการคัดแยกขยะอย่างถูกต้อง โดยใช้กระบวนการเรียนรู้จากพี่สู่น้องและเพื่อนช่วยเพื่อน เพื่อลดช่องว่างในการสื่อสารและสร้างแรงบันดาลใจในการทำงานร่วมกันเป็นทีม การมอบหมายหน้าที่ความรับผิดชอบอย่างชัดเจนจะช่วยให้เยาวชนรู้สึกถึงความเป็นเจ้าของโครงการ และเกิดความภาคภูมิใจในบทบาทการเป็นผู้พิทักษ์สิ่งแวดล้อม การบูรณาการแหล่งเรียนรู้และนวัตกรรม สถานศึกษาต้องเปลี่ยนวงจรการจัดการขยะให้เป็น "ห้องเรียนมีชีวิต" พร้อมทั้งสนับสนุนให้นักเรียนคิดค้นนวัตกรรมหรือโครงงานแก้ปัญหาขยะในบริบทของตนเอง เช่น ระบบหมุนเวียนโปรตีนจากเศษอาหาร หรือการแปรรูปวัสดุเหลือใช้ ซึ่งกระบวนการคิดเชิงนวัตกรรมนี้จะช่วยยกระดับจากการเพียงแค่ "ทิ้งขยะให้ลงถัง" ไปสู่การ "บริหารจัดการทรัพยากร" อย่างมีประสิทธิภาพ การถอดบทเรียน เพื่อวิเคราะห์ปัจจัยความสำเร็จและข้อผิดพลาดอย่างมีส่วนร่วม การใช้การเสริมแรงเชิงบวก ผ่านการชื่นชมและยกย่องเชิดชูเกียรติจะช่วยรักษาขวัญและกำลังใจของผู้ปฏิบัติงาน พร้อมทั้งขยายผลความสำเร็จไปสู่ครอบครัวและชุมชนภาคีเครือข่าย เพื่อสร้างความยั่งยืนให้เกิดขึ้นอย่างแท้จริง

          5 การสร้างกลไกขับเคลื่อน

การพัฒนาระบบการบริหารจัดการคัดแยกขยะในโรงเรียน

1) สถานศึกษาวางแผนการบริหารจัดการคัดแยกขยะอย่างเป็นระบบ โดยกำหนดเป็นนโยบายและประกาศให้บุคลากรทุกระดับรับทราบ เพื่อสร้างความตระหนักและขอความร่วมมือในการปฏิบัติงาน พร้อมทั้งจัดทำแผนปฏิบัติการที่รองรับนโยบายให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม

2) ผู้บริหารให้ความสำคัญกับผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม โดยเปิดโอกาสให้มีส่วนร่วมในการให้ข้อมูล เสนอแนะแนวทาง ร่วมดำเนินการแก้ไขปัญหา และร่วมชื่นชมความสำเร็จ เพื่อสร้างความเป็นเจ้าของในการพัฒนาสถานศึกษาร่วมกัน

3) มุ่งเน้นการเสริมแรงเชิงบวกผ่านการยกย่อง ชมเชย และให้เกียรติผู้ปฏิบัติงาน ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างแรงบันดาลใจและขับเคลื่อนวัฒนธรรมองค์กรให้เอื้อต่อการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ

4) พัฒนาระบบนิเทศเชิงกัลยาณมิตรเพื่อเยี่ยมชมการดำเนินงานและให้คำแนะนำ โดยมี "นิเทศอาสา" ทำหน้าที่รับฟังความก้าวหน้า ตลอดจนปัญหาอุปสรรค เพื่อนำข้อมูลมาปรับปรุงกระบวนการพัฒนาสถานศึกษาให้มีความคล่องตัว

5) สร้างพื้นที่แห่งการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างครู นักเรียน ผู้ปกครอง ชุมชน และผู้บริหาร เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์และวิสัยทัศน์ อันจะนำไปสู่การพัฒนาต่อยอดนวัตกรรมการจัดการขยะที่หลากหลาย

6) ดำเนินการวัดผลการดำเนินงานเพื่อติดตามการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของนักเรียนและบุคลากรในเชิงบวก รวมถึงตรวจสอบประสิทธิภาพของระบบจัดการขยะตามตัวชี้วัดที่กำหนด

7) วิเคราะห์และสรุปบทเรียนจากประสบการณ์ปฏิบัติจริง เพื่อทบทวนปัจจัยแห่งความสำเร็จและข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้น ช่วยให้สถานศึกษาได้รับชุดความรู้ที่ชัดเจนและเป็นแนวทางในการพัฒนาอย่างยั่งยืน

8) เผยแพร่ผลการดำเนินงานและองค์ความรู้สู่สาธารณะ เพื่อเป็นแบบอย่างแก่สถานศึกษาใกล้เคียงและภาคีเครือข่าย ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน ในการสร้างความร่วมมือเพื่อส่งเสริมสุขภาวะด้านสิ่งแวดล้อมให้แก่เยาวชนในระดับชาติสืบไป


ผลจากการปฏิบัติ

.ผลการดำเนินงาน

1. นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับประเภทของขยะ มีความสามารถ "วิเคราะห์" และ "คัดแยก" ขยะได้ถูกต้องด้วยความสมัครใจในชีวิตประจำวัน เกิดวัฒนธรรมใหม่ในโรงเรียน นักเรียนเป็นผู้เฝ้าระวังทางสิ่งแวดล้อมที่สามารถตัดสินใจเลือกใช้วัสดุที่ลดภาระต่อโลก และจัดการกับเศษอาหารหลังรับประทานทานอาหารกลางวันได้อย่างเป็นระบบโดยไม่ต้องรอคำสั่ง โรงเรียนได้ดำเนินกิจกรรมอย่างต่อเนื่องผ่านกิจกรรมต่างๆ ในโครงการ เช่น กิจกรรมการคัดแยกขยะในโรงเรียน, กิจกรรมกล่องนมรักษ์โลก, การประกวดชุดรีไซเคิล, การจัดทำผ้าป่าขยะรีไซเคิล, และกิจกรรมโรงเรียนไร้ถัง เป็นต้น ส่งผลให้นักเรียนมีพัฒนาการด้านพฤติกรรมที่พึงประสงค์ สามารถใช้ความรู้เรื่องเศรษฐกิจหมุนเวียนเป็นเครื่องมือในการจัดการทรัพยากรอย่างคุ้มค่า เปลี่ยนจากระบบการบริโภคที่ทิ้งขว้างสู่ระบบที่ใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุดและยั่งยืน

 2. นักเรียนมีทักษะการบริหารจัดการห้องเรียนที่มีชีวิต ผ่านการดูแลระบบเลี้ยงปลาดุกในรางระบายน้ำ               จัดเวรรับผิดชอบดูแลระบบ ซึ่งเป็นการฝึกทักษะการทำงานเป็นทีม และการบริหารจัดการเวลา เกิดความภาคภูมิใจและเห็นคุณค่าของทรัพยากร ส่งผลให้เกิดพฤติกรรมการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า ไม่ใช่แค่ในโรงเรียนแต่รวมถึงการดูแลสิ่งแวดล้อมในชุมชนบางแคอย่างยั่งยืน

          3. นักเรียนมีจิตสำนึกในความรับผิดชอบต่อตนเอง ปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายอย่างเต็มที่ ไม่ละเลย            ต่อหน้าที่ของนักเรียน และมีความรับผิดชอบต่อส่วนรวม ในการรักษาความสะอาด และการใช้ทรัพยากรร่วมกันอย่างประหยัด รวมถึงการมีส่วนร่วมในกิจกรรมสาธารณะประโยชน์ของโรงเรียนและชุมชน พฤติกรรมเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่านักเรียนมีจิตสำนึกในคุณธรรม จริยธรรม และความรับผิดชอบ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการเติบโตเป็นพลเมืองดี มีคุณภาพ และเป็นกำลังสำคัญของประเทศชาติในอนาคต ส่งผลการให้ประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามหลักสูตรสถานศึกษา


เอกสารเพิ่มเติม :[ดาวน์โหลดเอกสาร]