กระบวนการทำงานของแผนงานพัฒนาการอ่าน
มีทั้งในส่วนของการบริหารจัดการตามแผนงานและส่วนของการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
ประการแรก
ส่วนของโครงสร้างการบริหารจัดการตามแผนงาน สำหรับแผนงานพัฒนาการอ่านในปีการศึกษา 2568 นี้
มีการดำเนินการอย่างเป็นระบบชัดเจนมีความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงาน
ต้นสังกัด ผู้บริหาร ครู บุคลากรในโรงเรียน ผู้ปกครอง และนักเรียน
มีการถอดบทเรียนจากการดำเนินการ นโยบาย กระบวนการ วิธีการ ในปีการศึกษาที่ผ่านมา
แล้วจึงจัดการประชุมชี้แจง อภิปราย กำหนด นโยบายและแนวทางแก้ปัญหาการอ่านร่วมกันทุกฝ่าย
ใช้การวางแผนพัฒนาตามวงจรคุณภาพ (Deming Cycle) และมีการบริหารจัดการเป็นทั้งแบบบนลงล่าง (Top-Down) และแบบล่างขึ้นบน (Bottom-Up)
โดยระยะแรกเป็นการกำหนดนโยบายวัตถุประสงค์และเป้าหมายระดับสถานศึกษา
เมื่อคณะกรรมการระดับสายชั้นรับทราบแนวนโยบายดังกล่าว
จากนั้นจะเริ่มดำเนินการกำหนดแนวทางและรายละเอียดการจัดกิจกรรมระดับสายชั้น
ซึ่งจะเป็นไปตามพัฒนาการ ธรรมชาติของนักเรียน รวมทั้งบริบทของแต่ละสายชั้น
และมีการรายงานผลการจัดกิจกรรมพัฒนาการอ่านต่อฝ่ายบริหารเดือนละครั้ง หากประสบปัญหาหรืออุปสรรคใด
ๆ จะมีการอภิปราย
เพื่อหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาร่วมกัน
ลักษณะสำคัญอีกประการหนึ่งของการจัดกิจกรรมพัฒนาการอ่านตามแผนพัฒนาการอ่านนี้
ได้แก่ การจัดกิจกรรมตามระดับความสามารถทางการอ่านของนักเรียน
ซึ่งประกอบไปด้วย ระดับ 1 นักเรียนที่อ่านไม่ได้
ระดับ 2 นักเรียนที่อ่านไม่คล่อง ระดับ 3 นักเรียนที่อ่านได้ และระดับ 4
นักเรียนที่อ่านคล่อง โดยมีการแบ่งนักเรียนสำหรับจัดกิจกรรมพัฒนาการอ่านตามระดับความสามารถทางการอ่านดังกล่าวโดยเฉพาะ
ทั้งนี้ ข้าราชการครูทุกคนมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมพัฒนาการอ่าน มีการกำหนดชั่วโมงและหน้าที่รับผิดชอบในการจัดกิจกรรมให้เหมาะสมกับบริบทของการพัฒนาการอ่านของแต่. วิธีการประเมินผล
1.
ทดสอบการอ่านของนักเรียนก่อนร่วมกิจกรรมพัฒนาการอ่าน ด้วยแบบทดสอบการอ่านที่คณะกรรมการประจำสายชั้นจัดทำขึ้นในปีการศึกษา
2568
2.
ทดสอบการอ่านประจำเดือน
ด้วยแบบทดสอบการอ่าน ที่อิงจากแบบทดสอบการอ่าน
ของสำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร และบัญชีคำตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง 2560)
3. สอบถามความพึงพอใจของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง
(ผู้บริหาร,ครู,นักเรียน,ผู้ปกครอง) ด้วยแบบสอบถามความพึงพอใจ
4. ทดสอบการอ่านหลังร่วมกิจกรรมพัฒนาการอ่าน ด้วยแบบทดสอบหลังร่วมกิจกรรมพัฒนาการอ่านที่คณะกรรมการประจำสายชั้นจัดทำขึ้นในปีการศึกษา 2568ละสายชั้น รวมถึงสอดคล้องกับการแก้ปัญหาและการพัฒนานักเรียน โดยให้เป็นไปตามมติที่ประชุมคณะกรรมการพัฒนาการอ่านระดับสายชั้น
ผลจากการปฏิบัติ
1. นักเรียนร้อยละ 97.43 มีคะแนนการอ่านหลังร่วมกิจกรรมสูงกว่าก่อนเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาการอ่าน
ปีการศึกษา 2568
2. นักเรียนกลุ่มอ่านไม่ได้และกลุ่มอ่านไม่คล่องหลังการดำเนินงานมีจำนวนน้อยกว่าก่อน
การดำเนินงานตามแผนงานพัฒนาการอ่าน ปีการศึกษา 2568 คิดเป็นร้อยละ
49.16
3. นักเรียนกลุ่มอ่านได้และกลุ่มอ่านคล่องหลังการดำเนินงานมีจำนวนมากกว่าก่อนการดำเนินงานตามแผนงานพัฒนาการอ่าน
ปีการศึกษา 2568 คิดเป็นร้อยละ 9.38
4. ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมีความพึงพอใจต่อการดำเนินงานตามแผนงานพัฒนาการอ่าน
ปีการศึกษา 2568 อยู่ในระดับ มาก
5. ครูได้แนวทางในการพัฒนานักเรียนตามความแตกต่างระหว่างบุคคล
6. โรงเรียนมีแนวทางในการพัฒนาการอ่านที่มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น
ปัจจัยหรือสิ่งที่สนับสนุน
1. ความร่วมมือของบุคลากรทุกฝ่าย
ผู้ปกครอง และนักเรียน
2. รูปแบบการบริหารจัดการ
นโยบาย และกระบวนการกำกับติดตามอย่างต่อเนื่อง
3. มีรูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมอย่างเป็นกัลยาณมิตร
4. ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานต้นสังกัด