1) ขั้นตอนการดำเนินงาน
1.1
ขั้นเตรียมการ (Preparation)
1) ศึกษาสภาพปัญหาด้านการอ่านรายบุคคล
เช่น การอ่านไม่คล่อง การจับใจความสำคัญไม่ได้ เพื่อนำมาออกแบบการจัดการเรียนรู้ให้ตรงจุด
2) กำหนดวัตถุประสงค์ครอบคลุมทั้งด้านความรู้
(K),
ทักษะกระบวนการ (P)
และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A)
3) จัดทำแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบ
KJT
Model ที่เน้นการพัฒนาตามลำดับขั้นตอน
4) จัดทำสื่อที่สอดคล้องกับกิจกรรม
เช่น บัตรคำ ชุดแบบฝึกทักษะการอ่าน ใบงาน และแผนผังความคิด (Mind
Mapping)
5) สร้างเครื่องมือประเมินผลที่ครอบคลุม
ทั้งระยะก่อนเรียน ระหว่างเรียน และหลังเรียน เพื่อติดตามความก้าวหน้าอย่างเป็นระบบ
1.2 ขั้นดำเนินกิจกรรมการเรียนรู้
(Implementation)
1) ขั้น Know
(รู้คำ - รู้เรื่อง)
ขั้น Know (รู้คำ - รู้เรื่อง) เริ่มต้นด้วยการกระตุ้นประสบการณ์และความรู้เดิม
ของผู้เรียนผ่านการตั้งคำถามนำก่อนการอ่าน
เพื่อเชื่อมโยงสิ่งที่ผู้เรียนทราบอยู่แล้วเข้ากับเนื้อหาใหม่
จากนั้นจึงเข้าสู่ช่วงการจัดการเรียนรู้ด้านคำศัพท์และมโนทัศน์หลัก
เพื่อสร้างความเข้าใจในความหมายของคำและประเด็นสำคัญที่จะพบในบทอ่าน
เมื่อผู้เรียนมีความเข้าใจเบื้องต้นแล้ว จึงดำเนินการ ฝึกทักษะการอ่าน
อย่างเป็นระบบ ทั้งการอ่านออกเสียงเพื่อพัฒนาความถูกต้องชัดเจนตามอักขรวิธี
และการอ่านในใจเพื่อสร้างสมาธิในการจับใจความ นอกจากนี้ยังมีการบูรณาการ สื่อประสมและนวัตกรรม
เช่น ภาพประกอบ หรือสื่อวิดีทัศน์ขนาดสั้น เข้ามาช่วยเสริมความเข้าใจ
เพื่อเปลี่ยนนามธรรมให้เป็นรูปธรรม
ซึ่งจะช่วยให้ผู้เรียนสามารถจินตนาการและเข้าถึงเนื้อหาได้อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น
1.3
ขั้น Join
(ร่วมอ่าน - ร่วมเรียนรู้)
ขั้น
Join
(ร่วมอ่าน - ร่วมเรียนรู้)
เป็นกระบวนการที่มุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของผู้เรียนในการเรียนรู้ร่วมกัน
โดยครูจัดกิจกรรมอ่านร่วมกันในรูปแบบที่หลากหลาย เช่น
การอ่านเป็นกลุ่มและการอ่านเป็นคู่ (Pair Reading) เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ฝึกทักษะการอ่าน
ควบคู่กับการเรียนรู้จากเพื่อน
และเสริมสร้างความมั่นใจในการสื่อสาร
จากนั้นครูส่งเสริมให้ผู้เรียนแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับเนื้อเรื่องที่อ่าน
ผ่านการสนทนา การอภิปราย หรือการแสดงความคิดเห็นในประเด็นต่าง ๆ
โดยใช้เทคนิคการตั้งคำถาม เพื่อกระตุ้นให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการคิดและแสดงออกอย่างเป็นระบบ
อันจะช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจเนื้อหาได้ลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น
1.4
ขั้น Think
(คิดวิเคราะห์ – สรุปความ)
ขั้น
Think (คิดวิเคราะห์ – สรุปความ)
เป็นกระบวนการที่มุ่งพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์และการสร้างความหมายจากการอ่าน
โดยครูส่งเสริมให้ผู้เรียนวิเคราะห์เนื้อเรื่องในประเด็นต่าง ๆ เช่น
ความสัมพันธ์ของสาเหตุและผลลัพธ์ แนวคิดสำคัญ หรือข้อคิดที่ได้จากเรื่องที่อ่าน
เพื่อให้ผู้เรียนเกิดความเข้าใจในระดับลึกมากยิ่งขึ้น
ครูใช้การตั้งคำถามเชิงคิดวิเคราะห์และคิดสร้างสรรค์
เพื่อกระตุ้นให้ผู้เรียนพิจารณาเนื้อหาอย่างรอบด้านและแสดงความคิดเห็นอย่างมีเหตุผล
พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ผู้เรียนสรุปความคิดด้วยภาษาของตนเอง
ทั้งในรูปแบบการพูดและการเขียน ซึ่งช่วยสะท้อนความเข้าใจที่แท้จริงของผู้เรียน นอกจากนี้
ยังส่งเสริมให้ผู้เรียนนำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ เช่น การเขียนสะท้อนคิด
การเชื่อมโยงเนื้อหากับสถานการณ์ในชีวิตจริง
หรือการนำข้อคิดไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน
อันจะทำให้การอ่านเกิดคุณค่าและความหมายอย่างแท้จริงต่อผู้เรียน
2)
ขั้นประเมินผล (Evaluation)
2.1 ดำเนินการวัดและประเมินผลผู้เรียนให้ครอบคลุมทุกระยะของการจัดการเรียนรู้
ประกอบด้วยการประเมินก่อนเรียน (Pre-assessment) เพื่อวิเคราะห์พื้นฐานผู้เรียน
การประเมินระหว่างเรียน (Formative Assessment) เพื่อติดตามพัฒนาการ
และการประเมินหลังเรียน (Summative Assessment) เพื่อวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
2.2
ใช้เครื่องมือการประเมินที่สอดคล้องกับสภาพจริงและทักษะของผู้เรียน เช่น
แบบทดสอบวัดความรู้ การอ่านรายเดือนของนักเรียน การสังเกตพฤติกรรมการอ่านรายบุคคล
การประเมินชิ้นงานหรือใบงาน
เพื่อให้ได้ข้อมูลที่สะท้อนศักยภาพของผู้เรียนได้อย่างรอบด้าน
2.3
กำหนดเกณฑ์การประเมินให้ครบถ้วนทั้ง 3 ด้าน ได้แก่ ด้านองค์ความรู้ (Knowledge) ด้านทักษะกระบวนการ (Skill) และด้านเจตคติหรือคุณลักษณะนิสัยรักการอ่าน
(Attitude) เพื่อการพัฒนาผู้เรียนอย่างเป็นองค์รวม
2.4
นำข้อมูลที่ได้จากการวัดและประเมินผลมาดำเนินการวิเคราะห์อย่างละเอียด
เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลในการปรับปรุงรูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
และพัฒนาสื่อการสอนให้มีประสิทธิภาพสอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียนในลำดับต่อไป
3) ขั้นสะท้อนผลและพัฒนา (Reflection
& Improvement)
3.1
ดำเนินการวิเคราะห์และประเมินผลการจัดกิจกรรมเพื่อระบุจุดเด่นที่ควรส่งเสริม
และประเด็นที่ควรพัฒนา (Strengths
& Weaknesses) เพื่อนำข้อมูลมาใช้ในการยกระดับคุณภาพการเรียนการสอนอย่างเป็นระบบ
3.2
เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้สำรวจและสะท้อนทัศนคติ พัฒนาการ รวมถึงอุปสรรค
ในการเรียนรู้ของตนเอง
เพื่อสร้างความตระหนักรู้และกระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้ด้วยตนเองอย่างมีประสิทธิภาพ
3.3
นำผลจากการสะท้อนความคิดเห็นทั้งจากครูและผู้เรียน
มาปรับปรุงและพัฒนารูปแบบการสอนรวมถึงนวัตกรรมประกอบการเรียนรู้
ให้มีความสอดคล้องกับศักยภาพและบริบทของผู้เรียนในระดับ
ที่ดียิ่งขึ้น
3.4
ดำเนินการสรุปองค์ความรู้ที่ได้รับจากการปฏิบัติจริง
เพื่อยกระดับเป็นแนวปฏิบัติที่ดี (Best Practice) หรือนวัตกรรมต้นแบบ
พร้อมทั้งขยายผลและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกับเพื่อนร่วมวิชาชีพ
เพื่อประโยชน์ทางการศึกษาต่อไป
1. ผู้เรียนได้รับการพัฒนาทักษะการอ่านอย่างเป็นระบบ ส่งผลให้มีความสามารถ
ในการอ่านออกเสียงคำ ข้อความ และบทอ่านได้ถูกต้องตามอักขรวิธี
รวบรวมถึงการผันวรรณยุกต์และการออกเสียงพยัญชนะควบกล้ำที่ชัดเจนและคล่องแคล่วขึ้นตามลำดับ
2. ผู้เรียนมีพัฒนาการด้านการจับใจความสำคัญอย่างมีประสิทธิภาพ โดยสามารถระบุประเด็นหลัก แยกแยะรายละเอียดสำคัญ และสรุปสาระสำคัญจากเรื่องที่อ่านได้อย่างถูกต้อง ซึ่งสะท้อนผ่านผลสัมฤทธิ์ในใบงานและกิจกรรมระหว่างเรียนที่เพิ่มสูงขึ้น
3. กระบวนการจัดการเรียนรู้ช่วยส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดทักษะการคิดวิเคราะห์เชิงเหตุผล สามารถเชื่อมโยงเนื้อหากับประสบการณ์เดิม และมีความกล้าในการแสดงความคิดเห็นต่อประเด็นต่าง ๆ อย่างสร้างสรรค์และมีเหตุผลประกอบที่สมเหตุสมผล
4. ผู้เรียนมีเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้วิชาภาษาไทยและมีความกระตือรือร้นในการแสวงหาความรู้ผ่านการอ่านเพิ่มมากขึ้น เห็นได้จากการมีส่วนร่วมในกิจกรรมการอ่านอย่างมีความสุข และการสร้างนิสัยรักการอ่านที่เป็นไปอย่างยั่งยืนในบริบทของห้องเรียน