๑.
ขั้นเตรียมการ (Plan)
วางแผนดำเนินการศึกษาและวิเคราะห์หลักสูตรสถานศึกษา
มาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัด สำรวจความพร้อมของอุปกรณ์
และสัญญาณอินเทอร์เน็ตของนักเรียน เน็ตโรงเรียนแรงพอหรือไม่ หากไม่พร้อม
ต้องเตรียม สื่อ Offline เช่น PowerPoint หรือ บัตรคำ QR Code สำรองไว้เสมอครู วิเคราะห์เนื้อหาแยกแยะว่าเนื้อหาในบทเรียน
คัดเลือกเครื่องมือ: เลือกแพลตฟอร์มที่เหมาะสมกับบทเรียน
เช่น Facebook, Line, Yoube,
Kahoot/Quizizz Canva
Google Classroom จากนั้นออกแบบกิจกรรม วางแผนว่าสื่อจะอยู่ช่วงไหนของกิจกรรมการเรียนรู้
เช่น ใช้วีดิโอ กระตุ้นก่อนเรียน หรือใช้ Google Form สรุปหลังเรียน
๒.
ขั้นดำเนินการ (Do)
ครูจัดทำสื่อการสอนในรูปแบบ
Video,
Infographic หรือ E-Book ไว้ใน Google Classroom, Facebook, Youtube,
TikTok เพื่อให้นักเรียนทบทวนย้อนหลังได้ และจัดทำโครงการดิจิทัลน่ารู้ โครงการพัฒนาระบบสารสนเทศในโรงเรียน
โครงการผลิตและใช้สื่อการเรียนรู้ นอกจากการใช้คอมพิวเตอร์ ครูนำนักเรียนไปเรียนรู้ที่แหล่งเรียนรู้จริง
และใช้เทคโนโลยีบันทึกข้อมูล เช่น การสแกน QR Code เพื่ออ่านข้อมูลเพิ่มเติม
ผ่านต่าง ๆ ดังนี้
-
โครงการทัศนศึกษา
-
โครงการใช้แหล่งเรียนรู้สร้างสรรค์
-
โครงการวันสำคัญ
นอกจากนี้ครู
ได้ส่งเสริมพัฒนานักเรียนมีร่วมผลิตสื่อการอ่านบทเรียนในคลิปวิดีโอ
และเชื่อมโยงปฏิสัมพันธ์กับผู้ปกครองประสานให้นักเรียนได้เรียนรู้ทบทวนการอ่านโดยการ
สร้างกลุ่ม LINE
ประจำชั้น
เพื่อติดต่อสื่อสารส่งสื่อการอ่านให้นักเรียนได้ฝึกอ่านตามที่บ้าน
จากนั้นให้นักเรียนอัดคลิปวิดีโอการอ่านของตนเองส่งใน LINE กลุ่มให้คุณครูได้ตรวจสอบการอ่านว่านักเรียนอ่านได้ถูกต้องหรือไม่
ประเมินจาก Log-in การเข้าใช้งานสื่อของนักเรียน
ใช้เครื่องมือประเมินผลออนไลน์ที่แสดงผลแบบ Real-time แบบประเมินความพึงพอใจต่อกระบวนการสอนของคุณครู เพื่อดูว่านักเรียนติดขัดในเนื้อหาส่วนไหน และปรับการสอนได้ทันที
จัดกิจกรรม PLC
(Professional Learning Community) ในกลุ่มสาระต่าง ๆ เพื่อแลกเปลี่ยนเทคนิคการใช้ Application
ใหม่ ๆ และรวบรวมเป็น "คลังสื่อดิจิทัลของสถานศึกษา"
๕. วิธีการการประเมินผล
จำนวนนักเรียนที่ส่งงานผ่านระบบออนไลน์
ผลการสอบ RT
สูงกว่าระดับประเทศ
ครู นักเรียน
ผู้ปกครองมีความพึงพอใจต่อกระบวนการจัดการเรียนรู้ของคุณครู ระดับดีมาก
ไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๗๐
๖.
ปัจจัยหรือสิ่งที่สนับสนุนให้เกิดความสำเร็จ
ความสำเร็จในการขับเคลื่อนกระบวนการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
ผ่านสื่อและเทคโนโลยีสารสนเทศในครั้งนี้
เกิดจากแรงผลักดันและปัจจัยสนับสนุนที่เข้มแข็งจากภาคีเครือข่ายหลายส่วน ดังนี้:
๑. วิสัยทัศน์และการสนับสนุนจากฝ่ายบริหาร ผู้อำนวยการโรงเรียนและฝ่ายวิชาการถือเป็นกำลังสำคัญที่ช่วยปลดล็อกข้อจำกัด โดยการส่งเสริมงบประมาณในการจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์
สนับสนุนสัญญาณอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงที่ครอบคลุมพื้นที่การเรียนรู้
รวมถึงการให้ความสำคัญกับนโยบาย "ครูยุคใหม่ หัวใจดิจิทัล"
ที่อนุญาตให้ครูได้ทดลองใช้เครื่องมือและแอปพลิเคชันใหม่ ๆ ในห้องเรียนอย่างสร้างสรรค์
โดยไม่มีข้อจำกัดด้านรูปแบบการสอนแบบเดิม ๆ
๒. พลังแห่งกัลยาณมิตรวิชาชีพ (PLC) กลุ่มสาระการเรียนรู้และเพื่อนร่วมงานเป็นกระจกเงาและ
คลังปัญญาที่สำคัญยิ่ง การจัดกิจกรรมชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC)
อย่างสม่ำเสมอ ช่วยให้ข้าพเจ้าได้รับคำแนะนำในการปรับปรุงสื่อ (Feedback)
มีการแบ่งปันไอเดียการใช้แอปพลิเคชันที่น่าสนใจ
และช่วยกันแก้ไขปัญหาทางเทคนิคที่เกิดขึ้นหน้างาน
ความร่วมมือนี้ส่งผลให้เกิดการสร้าง "คลังสื่อดิจิทัลร่วมกัน"
ซึ่งลดภาระงานของครูและเพิ่มคุณภาพของสื่อการสอน
๓. ความร่วมมือจากผู้ปกครองและชุมชน (Home-School
Collaboration) ในยุคที่การเรียนรู้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในห้องเรียน
ผู้ปกครองมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการสนับสนุนอุปกรณ์สื่อสาร (Smart
Phone/Tablet) และกำกับติดตามการใช้สื่อออนไลน์ของนักเรียนที่บ้าน
การสื่อสารที่โปร่งใสผ่านกลุ่ม Line หรือ Facebook ห้องเรียน ช่วยให้ผู้ปกครองเข้าใจเป้าหมายของการใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา
และร่วมเป็น ผู้ช่วยครู
ในการกระตุ้นให้นักเรียนแสวงหาความรู้ผ่านแหล่งเรียนรู้ดิจิทัลที่ครูจัดเตรียมไว้ให้
๔. หัวใจที่เปิดรับของผู้เรียน (Student
Engagement) ปัจจัยที่สำคัญที่สุดคือตัวนักเรียนที่มีความกระตือรือร้นและพร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่
การที่นักเรียนให้การตอบรับกับสื่อที่สนุกสนาน (Edutainment) และกล้าที่จะลองผิดลองถูกกับเทคโนโลยี
ทำให้เกิดบรรยากาศการเรียนรู้ที่เปี่ยมไปด้วยพลังงานเชิงบวก ซึ่งเป็นแรงผลักดันสูงสุดที่ทำให้ข้าพเจ้ามุ่งมั่นพัฒนาสื่อและนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง
ครูจีรภัทร์
สุกางโฮง ได้สร้างสื่อการเรียนรู้ออนไลน์เพื่อฝึกและพัฒนาการอ่านให้กับผู้เรียนจนเป็นที่ยอมรับและเผยแพร่ผลงานทำให้ได้รับเชิญเป็นวิทยากรให้กับหน่วยงานต่าง
ๆ และรับรางวัล จากทั้งภายในและภายนอกดังนี้
วิทยากร
|
๒๕๖๖ |
เป็นวิทยากรโครงการอบรมในหมู่ลูกเสือและหัวหน้าหน่วยยุวกาชาด
ของนักเรียนในสังกัดสำนักงานเขตทุ่งครุ กรุงเทพมหานคร |
|
๒๕๖๗ |
เป็นวิทยากรการจัดประชุมทางวิชาการระดับชาติ เรื่อง การออกแบบเชิงสร้างสรรค์สำหรับห้องสมุดยุคชีวิตวิถีใหม่
(Creative Design for the New Normal Library) ในวันพฤหัสบดีที่
๒๘–วันศุกร์ที่ ๒๙ มีนาคม ๒๕๖๗ ณ โรงแรมปรินซ์พาเลซ มหานาค กรุงเทพมหานคร
|
|
๒๕๖๘ |
เป็นวิทยากรจัดเสวนาในหัวข้อ
ครูผู้สร้างการเปลี่ยนแปลง พร้อมเปิดตัวโฆษณา “เชิดชูครูผู้สร้างการเปลี่ยนแปลง” โดยบมจ. ซีพี ออลล์ ผู้บริหารเซเว่น
อีเลฟเว่น และ เซเว่น เดลิเวอรี่ จัดงาน “รำลึกพระคุณครู”
เนื่องในโอกาสวันครูแห่งชาติ ประจำปี ๒๕๖๘ |
|
เป็นวิทยากรอบรมข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในหัวข้อการแก้ปัญหาการอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้
และจัดทำสื่อนวัตกรรมโดยจัดขึ้นที่ห้องประชุมโรงเรียนวัดภาษี
สำนักงานเขตวัฒนากรุงเทพมหานครวันที่ ๒๙ ตุลาคมพ.ศ. ๒๕๖๘ |
|
|
เป็นวิทยากรอบรมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง
การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิตอลในการผลิตสื่อการเรียนรู้ ณ
ห้องประชุมโรงเรียนวัดกระจับพินิจ สำนักงานเขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร วันที่ ๓๐
ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๘ |
รางวัลที่ได้รับ
|
ปี |
ชื่อรางวัล |
|
๒๕๖๖ |
รับรางวัล
“ครูดีเด่น” กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ (ดนตรี) จากสำนักงานเขตทุ่งครุ กรุงเทพมหานคร |
|
๒๕๖๖ |
รับรางวัล
“ครูดีเด่น” กลุ่มสาระการเรียนรู้สิลปะ (ดนตรี) เครือข่ายที่ ๘๐ สำนักการศึกษา
กรุงเทพมหานคร |
|
๒๕๖๖ |
รับรางวัล
“WINNER
BEST EDUCATION INFUENCER” จาก บริษัท TELLSCORE |
|
๒๕๖๗ |
รับรางวัล
เข็มเชิดชูเกียรติ “คุรุสดุดี” สำนักเลขาธิการคุรุสภา |
|
๒๕๖๗ |
รับรางวัล
“ครูผู้เป็นพลังแห่งการเปลี่ยนแปลง” สำนักเลขาธิการคุรุสภา |
|
๒๕๖๗ |
รับรางวัล
“HER
AWARDS UNFPA THAILAND ๒๐๒๔ ประชากรหญิงผู้สร้างแรงบันดาลใจ”
กองทุนประชากรสหประชาชาติ ประจำประเทศไทย (UNFPA THAILAND)
|
|
๒๕๖๘ |
รับรางวัล
“ครูดีเด่น” กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย เครือข่ายที่ ๘๐ สำนักงานเขตทุ่งครุ
กรุงเทพมหานคร |
|
๒๕๖๘ |
รับรางวัล
“Best
Creator Performance on Social Media Knowledge & Education Finalist” จาก ๑๓th Thailand Social Awards |