สำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร
Department of Education
การจัดการเรียนการสอนด้วยการสอนแบบ Active Learning
โรงเรียนวัดสะแกงาม
กระบวนการพัฒนา

การจัดการเรียนการสอนด้วยวิธี Active Learning เป็นการเปลี่ยนแปลงจากการเรียนการสอนแบบเดิมที่เน้นการรับข้อมูลจากผู้สอนไปสู่การมีส่วนร่วมของผู้เรียนในการเรียนรู้ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ การทำงานกลุ่ม และการคิดวิเคราะห์ ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเรียนรู้ ส่งเสริมทักษะสำคัญต่าง ๆ เช่น การคิดวิเคราะห์ การทำงานร่วมกัน และการประเมินผลการเรียนรู้ด้วยตนเอง ทำให้นักเรียนสามารถพัฒนาความรู้และทักษะที่จำเป็นในโลกการทำงานและในชีวิตจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ


ผลจากการปฏิบัติ

ผลที่เกิดขึ้นกับครู

    1. ช่วยให้ครูได้พัฒนาทักษะในการจัดการห้องเรียนอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เนื่องจากครูจะต้องเตรียมกิจกรรมต่าง ๆ ที่ช่วยกระตุ้นให้นักเรียนมีส่วนร่วมในกระบวนการเรียนรู้ ซึ่งอาจรวมถึงการวางแผนกิจกรรมที่หลากหลายและการปรับเปลี่ยนวิธีการสอนตามความต้องการของนักเรียน

2. การพัฒนาทักษะการใช้เทคโนโลยีการศึกษา การใช้เทคโนโลยีในการจัดการเรียนการสอน เช่น แพลตฟอร์มออนไลน์หรือเครื่องมือดิจิทัลในการสร้างกิจกรรมจะทำให้ครูมีโอกาสเรียนรู้และใช้เทคโนโลยีเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ได้ดีขึ้น นอกจากนี้ ยังช่วยให้ครูสามารถติดตามผลการเรียนรู้ของนักเรียนอย่างต่อเนื่องและปรับปรุงการสอนได้ตามผลลัพธ์ที่ได้

3. การกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์และการพัฒนาหลักสูตร การสอนแบบ Active Learning จะช่วยให้ครูมีโอกาสสร้างสรรค์วิธีการสอนที่หลากหลายและน่าสนใจ ซึ่งเป็นการพัฒนาหลักสูตรที่ยืดหยุ่นและเหมาะสมกับความต้องการของนักเรียน นอกจากนี้ ยังช่วยเพิ่มความหลากหลายในการประเมินผลการเรียนรู้

4. การมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับนักเรียน เมื่อใช้วิธีการสอนที่เน้นการมีส่วนร่วมของนักเรียน ครูจะมีโอกาสสร้างความสัมพันธ์ที่ดีและเข้าใจนักเรียนมากขึ้น เนื่องจากครูจะสามารถเห็นถึงจุดแข็งและจุดอ่อนของนักเรียนในระหว่างกิจกรรม และสามารถให้ข้อเสนอแนะที่ตรงจุด

ผลที่เกิดกับนักเรียน :

1. เพิ่มความกระตือรือร้นและการมีส่วนร่วม นักเรียนจะรู้สึกมีส่วนร่วมในกระบวนการเรียนรู้มากขึ้น เนื่องจากวิธีการนี้เน้นการเรียนรู้จากการทำจริง การอภิปราย และการทำงานร่วมกัน การมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อน ๆ และครูจะช่วยกระตุ้นให้นักเรียนสนใจและมีแรงจูงใจในการเรียน

2. พัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์และการแก้ปัญหา การทำกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการวิเคราะห์ปัญหาหรือกรณีศึกษาจะช่วยฝึกทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณและการแก้ปัญหา นักเรียนจะได้เรียนรู้วิธีการแก้ไขปัญหาด้วยตนเองหรือผ่านการอภิปรายกับเพื่อน ๆ ซึ่งส่งเสริมการพัฒนาทักษะการคิดเชิงวิพากษ์        (Critical Thinking)

3. การพัฒนาทักษะการทำงานเป็นทีม ในกิจกรรมแบบกลุ่ม นักเรียนจะได้เรียนรู้การทำงานร่วมกับผู้อื่น การฟังความคิดเห็น และการประนีประนอม การทำงานร่วมกันจะช่วยเสริมสร้างทักษะทางสังคมที่สำคัญและเตรียมความพร้อมสำหรับการทำงานในสังคมจริง

4. การพัฒนาทักษะการสื่อสาร การอภิปราย การนำเสนอผลงาน หรือการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเพื่อน ๆ ช่วยพัฒนาทักษะการสื่อสารของนักเรียน ทั้งในด้านการพูดและการฟัง นอกจากนี้ยังช่วยเสริมสร้างความมั่นใจในการนำเสนอความคิดเห็นในที่สาธารณะ

5. ความเข้าใจเนื้อหาที่ดีขึ้นเนื่องจากการเรียนรู้ในลักษณะนี้เน้นการเรียนรู้แบบเชื่อมโยงกับประสบการณ์จริง นักเรียนจะสามารถเข้าใจเนื้อหาได้ดีขึ้นและสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริงได้ การได้ทดลองทำและแก้ปัญหาจริงช่วยให้ความเข้าใจในเนื้อหามีความลึกซึ้งและยั่งยืน

6. การเรียนรู้แบบพัฒนาตนเอง (Self-directed Learning) นักเรียนจะได้รับการส่งเสริมให้มีบทบาทในการควบคุมการเรียนรู้ของตนเอง ผ่านกิจกรรมที่กระตุ้นให้ตั้งคำถาม ค้นหาคำตอบด้วยตนเอง และเรียนรู้จากการสะท้อนผล ช่วยพัฒนาทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning)