วิธีการดำเนินการ
1.
การวางแผน (P - Plan)
? แต่งตั้งคณะกรรมการสถานศึกษาปลอดภัย:
จัดตั้งทีมงานที่รวมตัวแทนครู บุคลากร และนักเรียน เพื่อกำหนดบทบาทความรับผิดชอบที่ชัดเจน
? วิเคราะห์ความเสี่ยง
(Risk
Assessment): สำรวจจุดเสี่ยงภายในโรงเรียน เช่น ระบบไฟฟ้า อาคารสถานที่
สนามเด็กเล่น และปัจจัยภายนอกเช่น การจราจรและฝุ่น PM 2.5
? กำหนดนโยบายและมาตรการ:
จัดทำแผนปฏิบัติการความปลอดภัยประจำปี 2568 และแผนเผชิญเหตุให้สอดคล้องกับมาตรฐานของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
2.
การปฏิบัติ (D - Do)
? ปรับปรุงสภาพแวดล้อม:
แก้ไขจุดเสี่ยงที่พบจากการสำรวจ เช่น การติดตั้งป้ายเตือน การซ่อมแซมทางเดิน และการตรวจสอบระบบดับเพลิงให้พร้อมใช้งาน
100%
? การอบรมให้ความรู้:
จัดกิจกรรม "สัปดาห์ความปลอดภัย" อบรมการปฐมพยาบาลเบื้องต้น (CPR) และความรู้ด้านอาชีวอนามัยให้กับนักเรียนและบุคลากร
? ซ้อมแผนเผชิญเหตุ:
ดำเนินการซ้อมอพยพหนีไฟและซ้อมรับมือเหตุฉุกเฉินร่วมกับสำนักงานเขตดุสิตและสถานีดับเพลิงในพื้นที่
อย่างน้อยปีละ 1-2 ครั้ง
? บูรณาการการเรียนรู้:
สอดแทรกเนื้อหาความปลอดภัยในรายวิชาต่างๆ และกิจกรรมหน้าเสาธง เช่น "5 นาทีความปลอดภัย"
3.
การตรวจสอบและการประเมินผล (C - Check)
? Safety Audit (การตรวจสอบภายใน): คณะกรรมการตรวจเช็คความปลอดภัยเชิงรุกเป็นประจำทุกเดือนตามแบบฟอร์มมาตรฐาน
? ระบบรายงานออนไลน์:
ให้นักเรียนและครูสามารถรายงานจุดเสี่ยงหรืออุบัติเหตุผ่านระบบดิจิทัล (เช่น Line Group หรือ Google Form) เพื่อความรวดเร็ว
? ประเมินความพึงพอใจ:
สำรวจความคิดเห็นของผู้ปกครองและนักเรียนต่อมาตรการความปลอดภัยของโรงเรียน
4.
การปรับปรุงและพัฒนา (A - Act)
? สรุปและถอดบทเรียน
(AAR):
นำผลจากการตรวจสอบและสถิติต่างๆ มาประชุมเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นซ้ำซ้อน
? เชิดชูเกียรติผู้ทำดี:
มอบรางวัลหรือเกียรติบัตรให้แก่นักเรียนหรือห้องเรียนที่มีพฤติกรรมความปลอดภัยดีเด่น
เพื่อสร้างแรงจูงใจ
? นวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน:
พัฒนาต่อยอดรูปแบบการปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) ให้ทันสมัยอยู่เสมอ
เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการประเมินสถานศึกษาปลอดภัยปีต่อๆ ไป
1.
ผลต่อผู้เรียน (Most Important)
? ความปลอดภัยทางกายภาพ:
นักเรียนร้อยละ 100 มีความปลอดภัยจากอุบัติเหตุร้ายแรงภายในโรงเรียน และมีสถิติการบาดเจ็บเล็กน้อยลดลงอย่างมีนัยสำคัญจนใกล้เคียง
"ศูนย์" (Zero
Accident)
? ทักษะการเอาตัวรอด:
นักเรียนมีทักษะและรู้วิธีการปฏิบัติตนเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน เช่น การอพยพหนีไฟ
การปฐมพยาบาลเบื้องต้น และการป้องกันตัวจากโรคระบาดหรือฝุ่น PM 2.5
? สุขภาพจิตที่ดี:
นักเรียนมีความรู้สึกอุ่นใจและมั่นใจในความปลอดภัยขณะอยู่ในสถานศึกษา ส่งผลให้บรรยากาศการเรียนรู้มีความสุขและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
2.
ผลต่อบุคลากรและโรงเรียน
?
มาตรฐานระดับชาติ: โรงเรียนวัดราชผาติการามสามารถรักษามาตรฐานและได้รับรางวัล
"สถานศึกษาปลอดภัย" ระดับดีเด่น ต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 (พ.ศ. 2563 -
2568) จากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
?
วัฒนธรรมองค์กร: ครูและบุคลากรทางการศึกษามีความตระหนักรู้และมีส่วนร่วมในการเป็น
"ผู้พิทักษ์ความปลอดภัย"
โดยถือเป็นหน้าที่ประจำ ไม่ใช่ภาระงานเสริม
?
ระบบบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ: โรงเรียนมีฐานข้อมูลจุดเสี่ยง
แผนเผชิญเหตุ และระบบการรายงานเหตุการณ์ที่ทันสมัย สามารถแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงที
3.
ผลต่อผู้ปกครองและชุมชน
?
ความเชื่อมั่น (Trust): ผู้ปกครองมีความมั่นใจและไว้วางใจในการส่งบุตรหลานมาเรียนที่โรงเรียนวัดราชผาติการาม
โดยพิจารณาจากผลการประเมินความพึงพอใจด้านความปลอดภัยที่อยู่ในระดับ "ดีมาก"
?
การเป็นแหล่งเรียนรู้: โรงเรียนกลายเป็นต้นแบบ
(Model)
และแหล่งเรียนรู้ด้านการจัดการความปลอดภัยในสถานศึกษาให้กับโรงเรียนอื่นๆ
ในสังกัดสำนักงานเขตดุสิต และเครือข่ายกรุงเทพมหานคร
?
ความสัมพันธ์ที่เข้มแข็ง: เกิดความร่วมมือที่เหนียวแน่นกับหน่วยงานภายนอก
เช่น วัดราชผาติการาม สถานีตำรวจ และสถานีดับเพลิง ในการร่วมกันสร้าง "ชุมชนปลอดภัย"
รอบรั้วโรงเรียน